-
นางสาววิทิตา วิจะสิกะ
-
นางสาวจินตณีย์ หีมบวช
-
นางสาวฐิติรัตน์ ไชยวรรณ
-
นายอามัดซุบรี สะอะ
-
นางสาวรุซดา โต๊ะลู
-
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย
โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคไม่ติดต่อ (Non-Communicable Diseases) ที่เป็นโรคสำคัญ ของระบบสาธารณสุขของประเทศไทย พบอุบัติการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 3 แสนคนต่อปี อัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคเบาหวานปี 2565 - 2567 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในการรักษาโรคเบาหวานเฉลี่ยสูงถึง 47,596 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้ หากผู้ป่วยไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง ตามแนวทางมาตรฐานจะก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง อันนำไปสู่ความพิการและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ครอบครัว รวมทั้งภาระทางเศรษฐกิจประเทศ ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพบริการให้ประชาชน ได้เข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ ได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ ปัจจุบันมีการรักษาที่สามารถช่วยให้ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ใน ระดับต่ำกว่าเกณฑ์วินิจฉัยโรคเบาหวานโดยไม่ต้องใช้ยาเพื่อลดระดับน้ำตาล โดยเรียกภาวะนี้ว่า “Diabetes Remission” หรือโรคเบาหวานระยะสงบ ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน ลดค่าใช้จ่ายในการรักษา และลดภาระทางเศรษฐกิจได้อย่างมาก ปี 2568 โรงพยาบาลส่งเสริสุขภาพตำบลลำไพล มีจำนวนผู้ป่วยเบาหวานในเขตความรับผิดชอบทั้งสิ้น 436 ราย ในจำนวนนี้รับยาต่อเนื่องที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลำไพล โรงพยาบาลเทพาและโรงพยาบาลอื่นๆ พบว่า มีผู้ป่วยที่คุมน้ำตาลได้ดี ร้อยละ 10.12 และยังคงพบผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ร้อยละ 5.68 ซึ่งในรายที่มีภาวะแทรกซ้อนอาจทำให้เกิดโรคเพิ่มและต้องมีการรักษาเพิ่มเติม ทำให้คุณภาพชีวิตผู้ป่วยแย่ลง สิ้นเปลืองเวลาและงบประมาณ ซึ่งทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลำไพล ได้จัดทำโครงการ DM Remission ลดยาลดโรคในผู้ป่วยเบาหวาน ตามแนวทางการดำเนินงานการดูแลผู้เป็นเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ (Remission service) ของกรมควบคุมโรค เพื่อเป็นประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพบริการดูแลผู้เป็นเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
-
เพื่อแก้ปัญหาผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย ลดลง
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง30
กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน 30 ราย
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงาน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการประชุมคณะทำงาน ประกอบด้วย อสม. 9 หมู่บ้านๆ ละ 2 คน และทีมหมอครอบครัวประจำหมู่บ้าน/เจ้าหน้าที่จำนวน 30 คน x 30 บาท x 4 ครั้ง เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าวัสดุอุปกรณ์คลินิก DM Remission ประกอบด้วย 1.เครื่องวัดวิเคราะห์มวลร่างกาย (Body composition) จำนวน 1 เครื่อง x 6,900 บาท เป็นเงิน 6,900 บาท 2.เครื่องวัดความดันโลหิตแบบดิจิตอล จำนวน 4 เครื่อง x 2,250 บาท เป็นเงิน 9,000 บาท 3.เครื่องชั่งน้ำหนัก จำนวน 1 เครื่อง x 990 บาท เป็นเงิน 990 บาท 4.ที่วัดส่วนสูง จำนวน 1 เครื่อง x 2,500 บาท เป็นเงิน 2,500 บาท 5.สายวัดรอบเอว จำนวน 3 อัน x 190 บาท เป็นเงิน 570 บาท 6.เครื่องเจาะน้ำตาลปลายนิ้ว จำนวน 2 เครื่อง x 2,100 บาท เป็นเงิน 4,200 บาท 7.แถบตรวจสำหรับเครื่องเจาะน้ำตาลปลายนิ้ว จำนวน 4 กล่อง x 550 บาท เป็นเงิน 2,200 บาท 8.เข็มสำหรับเครื่องเจาะน้ำตาลปลายนิ้ว จำนวน 2 กล่อง x 1,200 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท
- สื่อการสอน เช่น ไวนิล แผ่นพับ โมเดลอาหาร แบบคัดกรอง+ใบแปรผลสุขภาพ ฯลฯ เป็นเงิน 5,000 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในกิจกรรมให้ความรู้ในแต่ละฐานการเรียนรู้
- การประชุมจัดเตรียมฐานการเรียนรู้ จำนวน 30 คน x 30 บาท x 2 ครั้ง เป็นเงิน 1,800 บาท
- การอบรมพัฒนาศักยภาพสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการและคณะทำงาน จำนวน 30 คน x 30 บาท x 1 ครั้ง เป็นเงิน 900 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการอบรมฟื้นฟูการดูแลตนเอง การระวังภาวะแทรกซ้อน การใช้เครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (ติดตามค่าระดับน้ำตาลในเลือดปลายนิ้ว) และการใช้เครื่องวัดความดันโลหิต (ติดตาม 3 ครั้ง) สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการและคณะทำงาน จำนวน 30 คน x 35 บาท x 4 ครั้ง เป็นเงิน 4,200 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในกิจกรรมติดตามนัดเจาะเลือด ติดตามค่าผลเลือด HbA1C, น้ำหนัก และการปรับลดยา ในผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าร่วมโครงการลดยา ลดโรค (ติดตาม 2 ครั้ง) สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการและคณะทำงาน จำนวน 30 คน x 30 บาท x 2 ครั้ง เป็นเงิน 1,800 บาท - ค่าเอกสารสรุปโครงการ จำนวน 2 เล่มๆ ละ 100 บาท เป็นเงิน 200 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ผู้ป่วยโรคเบาหวานร่วมโครงการ มีความรู้ ทักษะในการปฏิบัติตนเกี่ยวกับการดูแลตนเอง โดยสามารถปรับลดยาลงได้และลดภาระค่าใช้จ่ายจากยาลง และไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน
46060 บาท -
ถึงบาท
-
อบรมและพัฒนาศักยภาพ อสม. และผู้ป่วยเบาหวาน ในการดูแลตนเองถึงบาท
-
อบรมและพัฒนาศักยภาพ อสม. และผู้ป่วยเบาหวาน ในการดูแลตนเอง ระวังภาวะแทรกซ้อนถึงบาท
-
อบรมและพัฒนาศักยภาพ อสม. และผู้ป่วยเบาหวาน ในการดูแลตนเอง ระวังภาวะแทรกซ้อน ติดตามภาวะสุขภาพด้วยตัวเองถึงบาท
- ประชุมแต่งตั้งคณะทำงาน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ รพ.สต. อสม.
- ประชุมคณะทำงานและร่วมจัดหาเครื่องมือและมีอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น เครื่องวัดองค์ประกอบของร่างกาย (Body composition Analysis) เครื่องวัดความดันโลหิตแบบดิจิตอล เครื่องวัดระดับน้ำตาลในเลือด เครื่องชั่งน้ำหนัก ที่วัดส่วนสูง สายวัดรอบเอว สื่อการสอน เช่น คู่มือต่างๆ และโมเดลอาหาร เป็นต้น
- พัฒนาศักยภาพ อสม. และผู้ป่วยเบาหวาน ให้สามารถใช้อุปกรณ์ในการติดตามภาวะสุขภาพได้ถูกต้อง และรายงานผลทาง Line
- มีการดำเนินงานจัดอบรม หลักสูตร 5 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ ฐานการรับรู้ตนเอง ฐานโลว์คาร์บ ไม่ใช่โลว์แคล ฐานการออกแบบปรับเปลี่ยนสุขภาพตนเอง ฐานการกำหนดการออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่เหมาะสมและฐานการเลือกเป้าหมายที่ชอบและเหมาะสมกับตนเอง 5.อบรมฟื้นฟูการดูแลตนเอง การระวังภาวะแทรกซ้อน การใช้เครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (ติดตามค่าระดับน้ำตาลในเลือดปลายนิ้ว) และการใช้เครื่องวัดความดันโลหิต *หมายเหตุ ติดตาม 3 ครั้ง
- ติดตามภาวะสุขภาพผู้ป่วยโรคเบาหวาน และให้คำแนะนำในการจัดการความเสี่ยงสุขภาพ พร้อมนัดเจาะเลือด ติดตามค่าผลเลือด HbA1C, น้ำหนัก และการปรับลดยา ในผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าร่วมโครงการ ลดยา ลดโรค
- ตรวจสุขภาพผู้ป่วยโรคเบาหวานโดยแพทย์ ประจำ NPCU ลำไพล
- ดูแลเรื่องการรับประทานยา โดยเภสัชกร ประจำ NPCU ลำไพล
- สร้างบุคคลต้นแบบในการปรับเลี่ยนพฤติกรรม ลดยา ลดโรค
- รายงานผลการดำเนินงาน
- ประเมินผลโครงการ
ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
1.ผู้ป่วยโรคเบาหวานร่วมโครงการ มีความรู้ ทักษะในการปฏิบัติตนเกี่ยวกับการดูแลตนเอง เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลได้ถูกต้อง
2. ผู้ป่วยโรคเบาหวานร่วมโครงการ มีความรู้ในด้านโภชนาการเพื่อควบคุมและลดระดับน้ำตาลในเลือด
3.ผู้ป่วยเบาหวานที่ร่วมโครงการสามารถปรับลดยาลงได้และลดภาระค่าใช้จ่ายจากยาลง
4.ผู้ป่วยเบาหวานที่ร่วมโครงการไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน
