โครงการเฝ้าระวังโรคจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม
การประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักของประชากรในพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านวังใหญ่ โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพปลูกพืชเศรษฐกิจและพืชไร่ ซึ่งจำเป็นต้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและปุ๋ยเคมีเป็นประจำตลอดฤดูกาลเพาะปลูก การใช้สารเคมีทางการเกษตรแม้จะช่วยเพิ่มผลผลิตและลดการสูญเสียจากศัตรูพืช แต่หากขาดความรู้ความเข้าใจและมีพฤติกรรมการใช้ที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกรได้ จากการสำรวจข้อมูลสุขภาพและพฤติกรรมของเกษตรกรในพื้นที่ พบว่ามีปัญหาและพฤติกรรมเสี่ยงหลายประการ ได้แก่ การไม่สวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่ครบถ้วนขณะฉีดพ่นสารเคมี การผสมสารเคมีด้วยมือเปล่าหรือใช้ภาชนะที่ไม่เหมาะสม การเก็บรักษาสารเคมีในที่พักอาศัยหรือบริเวณที่เด็กสามารถเข้าถึงได้ การไม่ล้างมือหรืออาบน้ำทันทีหลังการใช้สารเคมี รวมถึงการขาดความรู้ในการอ่านฉลากและปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ยังพบว่าเกษตรกรบางรายมีอาการผิดปกติทางสุขภาพ เช่น ปวดศีรษะบ่อย คลื่นไส้ เวียนศีรษะ มีผื่นคันตามผิวหนัง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการได้รับสารพิษสะสม สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกันโรคจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวังใหญ่ในฐานะหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิที่ใกล้ชิดกับชุมชน จึงมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพเกษตรกร โดยจัดทำโครงการเฝ้าระวังโรคจากการประกอบอาชีพเกษตรกรขึ้น โดยมีกิจกรรมหลักคือการอบรมให้ความรู้และการตรวจสารเคมีตกค้างในเลือดแก่เกษตรกรในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมที่เหมาะสมในการป้องกันตนเอง มีสุขภาพที่ดี และสามารถประกอบอาชีพได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน
-
เพื่อให้ผู้เข้าอบรม มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากการทำงาน
ร้อยละ 90 ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากการทำงาน
-
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างในเลือด
ร้อยละ 80 ผู้เข้าอบรม รับรู้ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจากการประกอบอาชีพ
-
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถป้องกันตนเองจากโรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม
ร้อยละ 70 ของผู้เข้าร่วมอบรมสามารถป้องกันตนเองจากโรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม
-
1.อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน จำนวน 36 คน 2.เจ้าหน้าที่ 5 คน 3.ผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกร 22 คน รวมเป็น 63 คน36
-
เจ้าหน้าที่5
-
อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน
-
ผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกร22
1.อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน จำนวน 36 คน 2.เจ้าหน้าที่ 5 คน 3.ผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกร 22 คน รวมเป็น 63 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการประชาชาชนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม
1.1 กิจกรรมลงทะเบียน
1.2 ทำแบบทดสอบก่อนอบรม 1.3 อบรมให้ความรู้เรื่องโรคจากการประกอบอาชีพค่าใช้จ่าย 1.ค่าเอกสารประกอบการอบรม จำนวน 63 ชุดๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,575 บาท 2.ค่าวิทยากร จำนวน 2 คนๆละ 2 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท
3.ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม จำนวน 2 มื้อๆละ 35 บาท จำนวน 63 คน เป็นเงิน 4,410 บาท
4.ค่าอาหารกลางวันพร้อมน้ำดื่ม จำนวน 1 มื้อๆละ 80 บาท จำนวน 63 คน เป็นเงิน 5,040 บาท
5.ค่าป้ายไวนิล ขนาด 1.2 x 2.4 ม. เป็นเงิน 460 บาท
รวมเป็นเงิน 13,885 บาท1 มิถุนายน 2569 ถึง 31 สิงหาคม 25691) ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากการทำงาน
2) ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถป้องกันตนเองจากโรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม13885 บาท -
ตรวจสารเคมีตกค้างในเลือด
2.1 ดำเนินการตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมอบรม 2.2 แจ้งผลให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ทราบผลการตรวจว่าอยู่ในระดับใด
ค่าใช้จ่าย 1.ค่าชุดอุปกรณ์ทดสอบสารเคมีตกค้างในเลือดโคลีนเอสเจอเรส จำนวน 1 ชุด เป็นเงิน 2,140 บาท
1 มิถุนายน 2569 ถึง 31 สิงหาคม 25691) ผู้เข้าร่วมอบรมรับรู้ความเสี่ยงจากการประกอบอาชีพ
2140 บาท
ขั้นเตรียมการ
1) เขียนโครงการ
2) เสนอโครงการเพื่อพิจารณาอนุมัติ
4) ประชุมและชี้แจ้งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง
5) อบรมประชาชนที่ประกอบอาชีพเกษตรกร
6) ตรวจหาโคลีนเอสเตอเรสในเลือดผู้ที่มีภาวะเสี่ยง
7) ประเมินผลการดำเนินโครงการ
สรุปผลการและรายงานโครงการขั้นดำเนินการ
ขั้นประเมินผล
1) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน เมื่อสิ้นสุดโครงการ พร้อมรายงานผลการดำเนินงาน ปรับปรุง พัฒนาจากผลการดำเนินงาน เพื่อใช้ในการจัดทำแผนงาน / โครงการต่อไป
1) ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากการทำงาน
2) ผู้เข้าร่วมอบรมรับรู้ความเสี่ยงจากการประกอบอาชีพ
3) ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถป้องกันตนเองจากโรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม
