โครงการเจาะเลือดตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเกษตรกร ปี 2569
-
นายวิโรจ ชาญแท้
-
นางพรรณฤพร พิเศษ
-
นางซูไนดา ตามะ
-
นางสาวเสาวนีย์ เทพกำเหนิด
-
นางสาวนูรมา แวฮามะ
สารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์และสัตว์ คือจะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์และตา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้ จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น
ประชากรบางส่วนในพื้นที่รับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทรายขาว จะมีพื้นที่ที่ใช้ในการทำเกษตรกรรม ซึ่งประกอบด้วย ทำนา ปลูกพืชผัก และทำไร่ ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช
ในปี 2567 และ 2568 ที่ผ่านมาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทรายขาวได้จัดทำโครงการเจาะเลือดตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเกษตรกร ซึ่งผลการตรวจคัดกรองจำนวนกลุ่มเสี่ยงในปี 2568 พบว่าผลการตรวจเลือดในเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงที่อยู่ในระดับไม่ปลอดภัยในปี 2567 ลดความเสี่ยงอยู่ในระดับปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ผลการตรวจคัดกรองจำนวนกลุ่มเสี่ยง 30 คน พบว่าผลการตรวจเลือดระดับปลอดภัย จำนวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 70 ระดับมีความเสี่ยง จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 20 และระดับไม่ปลอดภัยคิดเป็นร้อยละ 10 จำนวน 3 คน (ข้อมูลจากการตรวจเลือดหาสารเคมีในเกษตรกร ปี 2568)
จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นได้ว่าเกษตรกรในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทรายขาว ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่แต่เกษตรกรมีความรู้ในเรื่องการนำมาใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกวิธีเพิ่มมากขึ้นและยังมีบางส่วนที่ยังใช้ผิดวิธีอยู่ จึงทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทรายขาว เห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทรายขาว จึงได้จัดทำโครงการเจาะเลือดตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเกษตรกรต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดดูปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดให้อยู่ในระดับปลอดภัยมากที่สุด
-
1. เพื่อให้เกษตรกรได้รับการคัดกรองหาสารเคมีในเลือด
-
2. เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้สารเคมีเพื่อการเกษตร
-
3. เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้สมุนไพรขจัดสารพิษในร่างกาย
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชาสัมพันธ์โครงการ
- ค่าป้ายโครงการ ขนาด 1.4x2.5 ม.จำนวน 1 ป้าย ป้ายละ 700 บาท เป็นเงิน 700 บาท
- ค่าสติกเกอร์ติดหน้าซองผลิตภัณฑ์ จำนวน 1 ชุดx250 บาท เป็นเงิน 250 บาท
10 มิถุนายน 2569 ถึง 10 มิถุนายน 2569950 บาท -
กิจกรรมให้ความรู้สรรพคุณรางจิืดและการล้างพิษด้วยสมุนไพรรางจืด
ประกอบด้วย ใบรางจืดแห้ง 2 กก. X500 เป็นเงิน 1,000 บาท เตยหอม 2 กก x 150 เป็นเงิน 300 บาท ผิวมะกรูด 1.5 กก.x150 เป็นเงิน 225 บาท ไพลแห้ง 1.5 กก.x190 เป็นเงิน 285 บาท ขมิ้นอ้อย 1.5 กก.x250 เป็นเงิน 375 บาท การบูร 0.3 กก.x900 เป็นเงิน 270 บาท ผงถ่าน 0.5 กก.x750 เป็นเงิน 375 บาท ผ้าดิบ 3 หลาx200 เป็นเงิน 600 บาท เชือกฝ้าย 5 มัดx86 เป็นเงิน 430 บาท ซองใส่ชา 1 pack เป็นเงิน 250 บาท ซองซิป 1 pack เป็นเงิน 120 บาท
10 มิถุนายน 2569 ถึง 10 มิถุนายน 25694230 บาท -
กิจกรรมตรวจเลือดเพื่อตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
- ค่ากระดาษทดสอบหาปริมาณโคลีนเอสเตอเรส จำนวน 1 กล่อง เป็นเงิน 850 บาท
- ค่าเข็มเจาะปลายนิ้ว จำนวน 1 กล่อง เป็นเงิน 320 บาท
- ค่าCapillary tube จำนวน 1 กล่อง เป็นเงิน 320 บาท
- ถุงมือ จำนวน 1 กล่อง เป็นเงิน 120 บาท
- สำลี จำนวน 1 ห่อ เป็นเงิน 110 บาท
- ค่าแอลกอฮอล์ 70% จำนวน 1 ขวด เป็นเงิน 50 บาท
- ดินน้ำมัน จำนวน 6 ก้อนๆละ 5 บาท เป็นเงิน 30 บาท
10 มิถุนายน 2569 ถึง 10 มิถุนายน 25691800 บาท -
บริการอาหารว่างและเครื่องดื่มแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม
2 มื้อๆละ x 35 บาท x จำนวน 30 คน เป็นเงิน 2,100 บาท
10 มิถุนายน 2569 ถึง 10 มิถุนายน 25692100 บาท -
บริการอาหารและเครื่องดื่มแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม
1 มื้อๆละ x 65 บาท x จำนวน 30 คน เป็นเงิน 1,950.-บาท
10 มิถุนายน 2569 ถึง 10 มิถุนายน 25691950 บาท -
วัสดุอุปกรณ์สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม
ประกอบด้วย - ค่ากระเป๋าลดโลกร้อน จำนวน 30 ชุด ชุดละ 100 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท (ประกอบด้วย กระเป๋าลดโลกร้อน 1 ใบ ,สมุด 1 เล่ม ,ปากกา 1 ด้าม)
10 มิถุนายน 2569 ถึง 10 มิถุนายน 25693000 บาท
- เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจคัดกรองหาสารเคมีในเลือดและมีผลเลือดในระดับปกติและปลอดภัย
- เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้สารเคมีเพื่อการเกษตร
- เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงสามารถนำสมุนไพรไปใช้ในการขจัดสารพิษในร่างกายได้อย่างถูกต้อง
