โครงการหนูน้อยสุขภาพดี ปี 2569
เด็กเป็นวัยที่มีความสำคัญต่อครอบครัวและประเทศชาติ สิ่งสำคัญในการเสริมสร้างให้เด็กมีคุณภาพ คือ การให้ความรัก ความเข้าใจ และการเลี้ยงดูที่เหมาะสม เด็กก่อนวัยเรียน เป็นวัยที่มีความสำคัญช่วงชีวิตหนึ่ง ของมนุษย์ เพราะเป็นวัยแห่งการพัฒนาความเป็นบุคคลในด้านต่างๆ ทั้งร่างกาย จิตใจ และสมอง สุขภาพเด็กก่อน วัยเรียน มีความสำคัญ เนื่องจากวัยนี้เป็นวัยแห่งการเรียนรู้ การส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยก่อนเรียนจึงมีความจำเป็น ซึ่งปัจจุบัน เป็นที่น่าวิตกมาก เมื่อพบว่ามีแนวโน้มพัฒนาการล่าช้า ในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์สังคม และสติปัญญา เนื่องจากสภาพสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป โดยที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองขาดความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการส่งเสริมพัฒนาการ ที่สมวัย รวมทั้งการได้รับภูมิคุ้มกันด้านต่างๆ ล้วนเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในเด็กปฐมวัย ๐-๕ ปี เป็นวัยที่อยู่ในระยะสำคัญของชีวิต ซึ่งเป็นวัยรากฐานของพัฒนาการ การเจริญเติบโตทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา จึงเป็นวัยที่สำคัญที่เหมาะสมสำหรับการวางพื้นฐาน เพื่อยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะในระยะ ๒ ปี แรกของชีวิต เป็นระยะที่ร่างกายและสมอง มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องได้รับการเลี้ยงดูแลที่ดีและถูกต้อง กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดเป้าหมายในเด็ก 0-5 ปี สูงดีสมส่วนร้อยละ 85 พัฒนาการสมวัยร้อยละ 85 ความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ ร้อยละ 90 และการได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากในเด็ก 0-2 ปีร้อยละ 70 จากการดำเนินงานของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลริโก๋ ในปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา พบว่า เด็ก 0-5 ปี เมื่อดำเนินการชั่งน้ำหนักเด็กพบเด็กอยู่ในเกณฑ์สูงดีสมส่วนคิดเป็นร้อยละ 52.20 และมีพัฒนาการสงสัยล่าช้าคิดเป็นร้อยละ 36.17 ความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนตามเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 62.30 และการตรวจสุขภาพช่องปากในเด็ก 0-2 ปีร้อยละ 79.19 พบฟันผุคิดเป็นร้อยละ 32.11 ทาง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลริโก๋ ได้เล็งเห็นความสำคัญและปัญหาของเด็ก 0-5 ปี ในพื้นที่จึงได้จัดทำโครงการ เพื่อส่งเสริมสุขภาพรอบด้านให้เด็กในพื้นที่มีสุขภาพดีครอบคลุมทุกด้าน ได้แก่ พัฒนาการสมวัย สูงดีสมส่วน ปราศจากฟันผุ และได้รับภูมิคุ้มกันโรคครบตามเกณฑ์
-
เพื่อให้เด็กแรกเกิด-72 เดือน ได้รับการเฝ้าระวังและติดตามภาวะโภชนาการ
-
เพื่อให้เด็กในช่วงอายุ 9,18,30,42,60 เดือน มีการตรวจคัดกรองพัฒนาการ
-
เพื่อให้เด็กไทยอายุ 6-12 เดือนได้รับการเจาะเลือดตรวจ Hct
-
เพื่อให้เด็ก 0-5 ปีได้รับความครอบคลุมการได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้น
-
เพื่อให้เด็ก 0-5 ปี ได้รับการตรวจช่องปาก
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน
-
กลุ่มวัยทำงาน80
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี เรื่องโภชนาการเด็ก พัฒนาการเด็ก สุขภาพ ช่องปาก และวัคซีนเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี รวมจำนวน 80 คน
- อาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 80 คน ๆ ละ 2 มื้อ ๆ ละ 35 บาท เป็นเงิน 5,600.00 บาท
- อาหารกลางวัน จำนวน 80 คน ๆ ละ 1 มื้อ ๆ ละ 75 บาท เป็นเงิน 6,000.00 บาท
- ค่าวัสดุการอบรม จำนวน 80 คนๆละ 50 บาท เป็นเงิน 4,000.00 บาท
- ไวนิลอบรมโครงการ จำนวน 1 แผ่น (ขนาด 1 ม.x3 ม.) เป็นเงิน 900.00 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 1 คน ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 6 ชั่วโมง เป็นเงิน 3,600.00 บาท
1 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 256920100 บาท -
เจาะเลือดตรวจคัดกรองภาวะซีด (Hct) ในเด็กอายุ 6 เดือนถึง 12 เดือนและจ่ายแรกเกิดถึง 5 ปีได้รับการตรวจพัฒนาการทุกราย1 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569บาท
-
3. เยี่ยมบ้านเด็กที่ผิดนัดวัคซีนทุกรายถึงบาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยได้
- เด็กแรกเกิด-72 เดือน ได้รับการเฝ้าระวังและติดตาภาวะโภชนาการ
- เด็กในช่วงอายุ 9,18,30,42,60 เดือน มีการตรวจคัดกรองพัฒนาการ
- เด็กไทยอายุ 6-12 เดือนได้รับการเจาะเลือดตรวจ Hct
- เด็ก 0-5 ปีได้รับความครอบคลุมการได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้น
- เด็ก 0-5 ปี ได้รับการตรวจช่องปาก
