โครงการว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย
ปัจจุบันจะพบข่าวเกี่ยวกับปัญหาเด็กจมน้ำเป็นจำนวนมาก เด็กที่มีความเสี่ยงมากที่สุด คือระหว่างอายุ 1-9 ปี โดยมีปัจจัยเสี่ยง คือ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มีการทรงตัวไม่ดี ทำให้ล้มในท่าที่ศีรษะทิ่มลงได้ง่าย จึงมักพบเด็กจมน้ำสูง ตามแหล่งน้ำภายในบ้านหรือบริเวณรอบๆบ้าน อีกอย่าง คือ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ไม่มีรั้วรอบแหล่งน้ำ เพื่อแบ่งแยกเด็กออกจากแหล่งน้ำ การจัดพื้นที่เล่นที่ไม่เหมาะสมให้แก่เด็ก รวมถึงการที่ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก และเด็กไม่มีความรู้ในการกู้ชีพหรือใช้วิธีปฐมพยาบาลแบบผิดวิธี เป็นต้น จากเหตุดังกล่าวหากจะป้องกันการเสียชีวิตหรือลดอัตราการตายจากการจมน้ำของเด็ก จำเป็นต้องฝึกหัดให้เด็กว่ายน้ำเป็นและเรียนรู้วิธีช่วยชีวิตคนจมน้ำโดยใช้อุปกรณ์ใกล้มือ ดังนั้น กิจกรรมการว่ายน้ำถือว่ามีประโยชน์อย่างมากมาย อาทิ ช่วยบริหารร่างกายของเด็กปฐมวัยได้ทุกส่วน และยังช่วยฝึกความแข็งแรงของระบบการหายใจ นอกจากนี้การว่ายน้ำยังมีประโยชน์ทางด้านกายภาพ คือ สามารถช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายจากความตึงเครียด เสริมสร้างให้เด็กรู้สึกกระปรี้กระเปร่า แข็งแรง และที่สำคัญยังช่วยให้เด็กได้เรียนรู้วิธีการเอาตัวรอดหากตกน้ำหรือจมน้ำ การพัฒนาทักษะการว่ายน้ำยังช่วยให้เด็กมีพัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ ส่วนด้านความรู้สึกและอารมณ์ การเรียนว่ายน้ำจะช่วยเกิดการกระตุ้นการรับรู้และการสัมผัสตลอดเวลา ส่งผลให้เด็ก มีอารมณ์ดี สดใสร่าเริง ไม่งอแง และมีสมาธิพร้อมเรียนรู้สิ่งต่างๆ อีกทั้งช่วยส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการด้านสมองสามารถเรียนรู้และจดจำได้ดีขึ้น ด้านสติปัญญาช่วยให้เด็กปฐมวัยสามารถรับฟังและปฏิบัติตามคำสั่งได้ โดยเด็กขณะอยู่ในน้ำจะมีการเคลื่อนที่ของร่างกาย สมองจะตื่นตัวตลอดเวลา มีผลทำให้สมองได้รับการพัฒนาเร็วกว่าเด็กเล็กในวัยเดียวกันที่ไม่ได้เรียนว่ายน้ำ ช่วยให้เด็กปฐมวัยเจริญอาหาร นอนหลับพักผ่อนสนิท เป็นการกระตุ้นฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) ให้เด็กมีความแข็งแรง สมบูรณ์สมวัย เด็กปฐมวัยที่ได้รับการฝึกทักษะการว่ายน้ำอย่างถูกวิธีจะไม่กลัวน้ำ และมีพื้นฐานการว่ายน้ำที่ดี ดังนั้น การฝึกให้เด็กคุ้นชินกับการอยู่ในน้ำบ่อยๆ จะช่วยให้เด็กรู้สึกสนุก ผ่อนคลาย เกิดการจดจำทักษะการว่ายน้ำที่สำคัญทั้ง 4 ทักษะ ได้แก่ 1. ทักษะการกลั้นหายใจในน้ำ 2. ทักษะการลอยตัวในน้ำ 3. ทักษะการเคลื่อนที่ในน้ำอย่างถูกต้อง 4. ทักษะการเอาตัวรอดในน้ำ ทักษะเหล่านี้จะมีส่วนช่วยให้เด็กสามารถเอาตัวรอดจากการจมน้ำและช่วยเหลือผู้อื่นได้ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยคุณครูที่เป็นส่วนสำคัญในการร่วมกิจกรรมการเรียนการสอน เนื่องจากเด็กยังไม่สามารถอยู่ในน้ำได้เพียงลำพัง คุณครูจะทำหน้าที่เป็นผู้ดูแล คอยพยุง ประคอง ให้กำลังใจ ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กไม่กลัวน้ำและการสัมผัสจะช่วยลดความกลัวของเด็กได้
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลป่าชิงเล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการว่ายน้ำได้เป็น เล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย เพื่อให้เด็กมีทักษะการว่ายน้ำให้ปลอดภัยจากการจมน้ำและสามารถช่วยเหลือตนเองได้ อีกทั้งสามารถลดอัตราเด็กปฐมวัยเสียชีวิตจากการจมน้ำและมีความปลอดภัยในการดำรงชีวิตประจำวันมากขึ้น
1.เพื่อให้เด็กมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์
2.เพื่อให้เด็กมีทักษะการว่ายน้ำให้ปลอดภัยจากการจมน้ำและสามารถช่วยเหลือตัวเองได้
3.เพื่อลดอัตราเด็กปฐมวัยเสียชีวิตจากการจมน้ำและมีความปลอดภัยในการดำรงชิวิตประจำวัน
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน22
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมจัดประชุมคณะครู/วางแผนการดำเนินงาน
รายละเอียดกิจกรรม
- ประชุมวางแผน สำรวจเด็กอายุ 3-5 ปี เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมตามโครงการดังกล่าวกำหนดแผนการเรียนว่ายน้ำโดยแบ่งนักเรียนเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
- กลุ่มที่ 1 จำนวน 7 คน
- กลุ่มที่ 2 จำนวน 7 คน
- กลุ่มที่ 3 จำนวน 8 คน
ประชุมจัดตารางการเรียนว่ายน้ำ วันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 50 นาที (โดยประมาณ)
ประสานผู้สอนว่ายน้ำ/ผู้เชี่ยวชาญด้านการว่ายน้ำมาอบรมให้ความรู้ คำแนะนำ การว่ายน้ำขั้นพื้นฐาน และรู้จักชื่อวัสดุอุปกรณ์ของการว่ายน้ำ
งบประมาณ 0 บาท
ถึง0 บาท -
ฝึกอบรมและฝึกปฏิบัติทักษะการว่ายน้ำ
- ผู้สอนว่ายน้ำ/ผู้เชี่ยวชาญด้านการว่ายน้ำอบรมให้ความรู้ คำแนะนำ การว่ายน้ำขั้นพื้นฐานให้เด็ก มีทักษะการว่ายน้ำให้ปลอดภัยจากการจมน้ำและสามารถช่วยเหลือตนเองได้
ผู้สอนว่ายน้ำ/ผู้เชี่ยวชาญด้านการว่ายน้ำ แนะนำให้รู้จักชื่อ วิธีการใช้ วัสดุอุปกรณ์ของการว่ายน้ำ และรู้จักวิธีการสวมชุดว่ายน้ำที่ถูกวิธี
ผู้สอนว่ายน้ำ/ผู้เชี่ยวชาญด้านการว่ายน้ำสอนทักษะการว่ายน้ำเบื้องต้นที่ถูกต้องและถูกวิธี
เรียนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละ 50 นาที (โดยประมาณ)
งบประมาณ 1. ค่าป้ายไวนิล ขนาด 1.2 เมตร x 3 เมตร จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 540 บาท
ค่าบริการลงสระ จำนวน 22 คนๆละ 40 บาท จำนวน 26 ชั่วโมง เป็นเงิน 22,880 บาท
ค่าครูผู้สอนว่ายน้ำ จำนวน 22 คนๆละ 1,500 บาท เป็นเงิน 33,000 บาท
รวมเป็นเงิน 56,420.- บาท
ถึง56420 บาท-
ติดตามและประเมินพัฒนาการ
ติดตามและประเมินพัฒนาการ/ทักษะการว่ายน้ำเบื้องต้นแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ
สรุปและรายงานผลพัฒนาการ/ทักษะของเด็กในการว่ายน้ำเบื้องต้นตามโครงการว่ายน้ำได้เป็น
- เล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย ให้ผู้ปกครองทราบ
บาท
- ผู้สอนว่ายน้ำ/ผู้เชี่ยวชาญด้านการว่ายน้ำอบรมให้ความรู้ คำแนะนำ การว่ายน้ำขั้นพื้นฐานให้เด็ก มีทักษะการว่ายน้ำให้ปลอดภัยจากการจมน้ำและสามารถช่วยเหลือตนเองได้
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยได้
1.เด็กมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์
2.เด็กมีทักษะการว่ายน้ำให้ปลอดภัยจากการจมน้ำและช่วยเหลือตัวเองได้ในเบื้องต้น
