โครงการลดนักสูบหน้าใหม่ รู้ทันบุหรี่ไฟฟ้าในตาดีกา (หมู่ที่ 4)
สถานการณ์การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบันได้ทวีความรุนแรงจนกลายเป็นวิกฤตทางสาธารณสุข โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน จากผลสำรวจของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ และ กรมควบคุมโรค พบว่าอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนไทยพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยกลุ่มนักสูบหน้าใหม่มีแนวโน้มอายุน้อยลงเรื่อยๆ เนื่องจากกลยุทธ์การตลาดที่พยายามปรับรูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์ให้ดูทันสมัย เข้าถึงง่าย และสร้างความเข้าใจผิดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นในตำบลริโก๋ พบข้อเท็จจริงที่น่ากังวลอย่างยิ่งว่า มีเด็กนักเรียนในชุมชนใช้บุหรี่ไฟฟ้า ข้อมูลทางวิชาการระบุชัดเจนว่า นิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้ามีฤทธิ์เสพติดรุนแรงและส่งผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาสมองของเยาวชน ทำให้สมาธิสั้น และเพิ่มความเสี่ยงในการก้าวไปสู่การใช้ยาเสพติดชนิดอื่นในอนาคต เพื่อให้สอดคล้องกับ แผนงานกลุ่มยาสูบของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่มุ่งเน้นการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (Health Promotion and Disease Prevention) โดยเฉพาะการลดปัจจัยเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ยาสูบในระดับชุมชน จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินงานเชิงรุกเพื่อสร้างความรู้เท่าทันและภูมิคุ้มกันให้แก่เยาวชน หากไม่มีการดำเนินโครงการเพื่อยับยั้งสถานการณ์นี้อย่างทันท่วงที กลุ่มนักสูบหน้าใหม่ร้อยละ 20 นี้ จะกลายเป็นกลุ่มผู้ป่วยเรื้อรังที่สร้างภาระทางสุขภาพและเศรษฐกิจแก่ครอบครัวและชุมชนในระยะยาว โครงการ ลดนักสูบหน้าใหม่ รู้ทันบุหรี่ไฟฟ้า จึงถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อตัดวงจรการเข้าถึง ยกระดับความรู้ และสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังที่เข้มแข็ง เพื่อปกป้องสุขภาวะของเยาวชนในชุมชนอย่างยั่งยืนสืบไป
-
เพื่อลดอัตราเยาวชนที่มีเสี่ยงต่อการเป็นนักสูบหน้าใหม่
ร้อยละของเยาวชนที่มีเสี่ยงต่อการเป็นนักสูบหน้าใหม่ ลดลง
-
เพื่อลดความชุกจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า
ร้อยละของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าของประชากรในช่วงเวลา 30 วันที่ผ่านมา
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน70
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 70 คน
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 5 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 1 มื้อ จำนวน 70 คนๆ ละ 70 บาท เป็นเงิน 4,900 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 2 มื้อ จำนวน 70 คนๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 3,500 บาท
- ค่าป้ายไวนิล จำนวน 1 ป้ายๆ ละ 800 บาท
- ค่าวัสดุและอุปกรณ์ในการอบรม จำนวน 70 คนๆ ละ 40 บาท เป็นเงิน 2,800 บาท
1 มิถุนายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 256915000 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉล่ี่ยได้
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยได้
1.นักเรียนมีความรู้เท่าทันกลยุทธ์: เยาวชนกลุ่มเป้าหมายมีความรู้เรื่องพิษภัยของนิโคตินต่อสมอง และเท่าทันกลยุทธ์การตลาดของบุหรี่ไฟฟ้า (เช่น รูปลักษณ์ที่คล้ายขนมหรืออุปกรณ์การเรียน) อย่างน้อยร้อยละ 80 2.ทัศนคติเชิงบวกต่อการไม่สูบ: เกิดค่านิยมใหม่ในหมู่บ้านว่า การไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้าคือความเท่และรับผิดชอบต่อตนเอง ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันจากกลุ่มเพื่อน (Peer Pressure) 3.ทักษะการปฏิเสธ: นักเรียนมีทักษะการสื่อสารเพื่อปฏิเสธเมื่อถูกชักชวนได้อย่างมั่นใจ ซึ่งเป็นด่านแรกของการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ 4.อัตรานักสูบลดลงอย่างยั่งยืน: จำนวนนักสูบหน้าใหม่ลดลง เยาวชนในหมู่บ้านลดโอกาสเสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจเฉียบพลัน
