โครงการเด็กปฐมวัย ใช้จออย่างสร้างสรรค์ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวังเจริญราษฎร์ ประจำปีงบประมาณ 2569
ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เด็กปฐมวัยซึ่งเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสื่อหน้าจอ จึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบทั้งในด้านบวกและด้านลบจากการเข้าถึงสื่อเหล่านั้น ข้อมูลจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขและสุขภาพจิต ชี้ให้เห็นว่า การปล่อยให้เด็กใช้สื่อหน้าจอเป็นเวลานานเกินไปโดยขาดการควบคุม หรือที่เรียกว่า ภาวะติดจอ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการทางสมอง ทำให้เด็กมีอาการสมาธิสั้น จดจ่อกับกิจกรรมในชีวิตจริงได้ยากขึ้น เนื่องจากคุ้นชินกับการกระตุ้นด้วยภาพและเสียงที่รวดเร็วเกินไป นอกจากนี้ยังส่งผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์ที่ทำให้เด็กกลายเป็นคนใจร้อน ก้าวร้าว และมีพฤติกรรมโวยวายเมื่อไม่ได้ใช้สื่อหน้าจอ ในด้านการสื่อสาร พบปัญหาเด็กมีพัฒนาการทางภาษาล่าช้า พูดช้า หรือมีลักษณะนิ่งเงียบไม่เข้าสังคม เนื่องจากเป็นการสื่อสารทางเดียวที่ขาดการตอบโต้กับมนุษย์ จนนำไปสู่ปัญหาการปรับตัวและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในระยะยาว รวมถึงปัญหาสุขภาพทางกาย เช่น สายตาสั้นก่อนวัยและภาวะเนือยนิ่ง ด้วยเหตุนี้ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวังเจริญราษฎร์ จึงตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการ จ้องจอ เพียงลำพัง มาเป็นการ ใช้จออย่างเหมาะสม ผ่านกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเด็กและผู้ปกครอง เพื่อสร้างเกราะป้องกันทางดิจิทัล เสริมสร้างทักษะการรู้เท่าทันสื่อ และส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ มีพัฒนาการที่สมวัย ทั้งทางด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม และร่างกายอย่างสมดุล
-
ข้อที่ 1.เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ปกครองและครูเกี่ยวกับโทษของการติดจอ และวิธีจัดการการใช้หน้าจออย่างปลอดภัย
ร้อยละ 80 ของความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ปกครองและครูเกี่ยวกับโทษของการติดจอ และวิธีจัดการการใช้หน้าจออย่างปลอดภัย
-
เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงการเกิดปัญหาทางสุขภาพจิตและโรคสมาธิสั้นในเด็กปฐมวัยจากการติดเกม/จอ
ร้อยละ 80 ของเด็กลดความเสี่ยงการเกิดปัญหาทางสุขภาพจิตและโรคสมาธิ
-
เพื่อส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมที่สร้างสรรค์ในครอบครัวและพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน (ร่างกาย, อารมณ์-จิตใจ, สังคม, สติปัญญา)
ร้อยละ 80 เข้าร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์/นวัตกรรมที่ครอบครัวทำร่วมกันและส่งรายงานผ่าน ห้องเรียนออนไลน์
-
เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างบ้านและสถานศึกษาในการดูแลพัฒนาการเด็ก
ร้อยละ 80 มีความพึงพอใจและความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างบ้านและสถานศึกษา
-
เด็กแลละผู้ปกครอง
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 เตรียมการและวิเคราะห์ปัญหา
ลงพื้นที่เก็บข้อมูลลงตรวจเยี่ยมบ้านเด็กปฐมวัยเพื่อวิเคราะห์ปัญหาและประชุมผู้ปกครอง และเปิดรับสมัครเข้าร่วมโครงการ เปิดรับสมัครผู้ปกครองที่สนใจเข้าร่วม เครือข่ายห้องเรียนออนไลน์ เพื่อร่วมแก้ปัญหาเรื่องสื่อร่วมกัน ประชุมคณะกรรมการ/คณะทำงาน เพื่อเตรียมความพร้อมโครงการที่เหมาะสมกับเด็ก
9 พฤษภาคม 2568 ถึงทราบข้อมูลเบื้องต้น และเปิดรับสมัครโครงการ
0 บาท-
ลงพื้นที่เก็บข้อมูลลงตรวจเยี่ยมบ้านเด็กปฐมวัยเบาท
-
บาท
-
-
สร้างความเข้าใจและสร้างเครือข่าย
- จัดอบรมประชุมกลุ่มเป้าหมายเพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจโครงการ เปิดกลุ่มห้องเรียนออนไลน์
- เปิดห้องเรียนออนไลน์สร้างกลุ่มสื่อสารเพื่อส่งคลิปกิจกรรมหรือตัวอย่างสื่อการเรียนรู้ที่พ่อแม่สามารถทำร่วมกับลูกได้
5 มิถุนายน 2568 ถึง 6 มีนาคม 2569เปิดกลุ่มห้องเรียนออนไลน์
0 บาท - จัดอบรมประชุมกลุ่มเป้าหมายเพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจโครงการ เปิดกลุ่มห้องเรียนออนไลน์
-
การติดตาม
- ประเมินผลการดำเนินโครงการเพื่อปรับปรุงกิจกรรมให้สามารถแก้ปัญหาได้ครอบคลุม
- รายงานความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการให้ผู้บริหารทราบ
5 มิถุนายน 2568 ถึง 6 มีนาคม 2569ติดตามประเมินผล รายงานความก้าวหน้า
0 บาท -
สรุปและขยายผล
ถอดบทเรียน ระหว่างผู้บริหาร คณะทำงาน ผู้ปกครอง
ป้ายไวนิลโครงการ เป็นเงิน 500 บ
- ค่าเอกสารประกอบการอบรม จำนวน 60 เล่มๆละ 15 บาท เป็นเงิน 900 บ.
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60คนๆละ 2 มื้อๆละ 30 บ.เป็นเงิน 3,600บ.
- ค่าอาหารกลางวันและเครื่องดื่ม จำนวน 60 คนๆละ 1 มื้อๆละ 60 บ.เป็นเงิน 3,600 บ.
- ค่าวิทยากร จำนวน 1 คน ๆจำนวน 5 ชั่วโมง ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,000 บ. รวมเป็นเงิน 11,600 บาท
20 เมษายน 2569 ถึง 20 เมษายน 2569ถอดบทเรียนการดำเนินโครงการเพื่อนำไปพัฒนาและปรัลปรุงแก้ไขต่อไป
11600 บาท
