โครงการรู้เร็ว รู้ทัน สัญญาณเตือนภัยโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง ปีงบประมาณ 2569
-
นางแวกรือซง ดาเสะ
-
นางอาตียะ บือราเฮง
-
นางสาวแวรอฮานี สาเล็ง
-
นางสาวฟิตราวาตี โตะฮิเล
-
นางสาวรุสนี แมนจิ
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรืออัมพฤษ์ อัมพาต เป็นโรคทางระบบประสาทที่พบบ่อยและเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญโรคหัวใจและหลอดเลือดเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายประการได้แก่ปัจจัยส่วนบุคคลด้านอายุและเพศปัจจัยด้านพฤติกรรมเช่นการออกกำลังกายอาหารการสูบบุหรี่ดื่มสุราและปัจจัยทางกายภาพ เช่น ความดันโลหิตระดับไขมันในเลือดและเบาหวานปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นความเสี่ยงของแต่ละบุคคลในการนำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือดในระดับที่แตกต่างกันซึ่งบุคคลที่มีหลายปัจจัยร่วมกันจะมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคมากขึ้น จากข้อมูลการดำเนินงานคัดกรองผู้ป่วยในโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบบาราโหม พบว่า ร้อยละของผู้ป่วยที่ได้รับการประเมิน CVD Risk มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง มากกว่าร้อยละ 20 และมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องผู้ป่วยหลายรายต้องมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด และบางรายต้องทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีก ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาราโหม จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการดูแลส่งเสริมสุขภาพในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจจึงได้จัดทำ “โครงการรู้เร็ว รู้ทัน สัญญาณเตือนภัยโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง ปีงบประมาณ 2569” ขึ้นเพื่อให้ประชากรกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ในการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับรู้ถึงอาการที่ผิดปกติของโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจ และมารับการรักษาได้ทันเวลาตามเกณฑ์มาตรฐานในการดูแลรักษา เพื่อให้ประชากรกลุ่มเสี่ยงได้รับรู้ถึงอาการที่ผิดปกติของโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจ และมารับการรักษาได้ทันเวลา ตามเกณฑ์มาตรฐานในการดูแลรักษา เพื่อให้ประชากรกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ได้รับการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ และเพื่อลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจลดลงอันจะส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลบาราโหมมีพัฒนาองค์ความรู้แก่ประชาชนในสัญญาณเตือนภัย และรณรงค์ให้เกิดพฤติกรรมการออกกำลังกาย เพื่อลดความเสี่ยงป่วยในโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองในชุมชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ในลดระยะเวลาการเข้าถึงบริการ ซึ่งจะลดทั้งอัตราการเสียชีวิตและ พิการให้แก่ผู้ป่วยในชุมชนได้
-
เพื่อให้ประชาชนและกลุ่มเสี่ยง (CVD RISK) มีความรู้และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ
ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ในการดูแลสุขภาพที่ให้ห่างไกลจากโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม
-
เพื่อให้ประชาชนและกลุ่มสี่ยงมีส่วนร่วมในการออกกำลังกายเดิน-วิ่ง เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 อ 2 ส ในการป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ
ร้อยละ 80 ประชาชนและกลุ่มเสี่ยง (CVD RISK) มีส่วนร่วมในกิจกรรมเดิน-วิ่ง เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการป้องกันตนเองไม่ให้ให้ห่างไกลจากโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ
-
ประชาชนและกลุ่มเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ให้ความรู้แก่ประชาชนและกลุ่มเสี่ยง โดยให้ความรู้เรื่องโรค ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค และการดูแลตนเอง เน้นพฤติกรรมสุขภาพและการสังเกตสัญญานเตือนต่างๆ ข้อควรปฏิบัติโดยเน้นพฤติกรรม สุขภาพที่เหมาะสม ลดเสี่ยง หวาน มัน เค็ม
- ค่าอาหารกลางวัน 50 คนx 7๐ บาท x 1วัน เป็นเงิน 3,5๐๐ บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 5๐ คน x 35 บาท x ๒ มื้อ x 1วัน เป็นเงิน 3,5๐๐ บาท
- ค่าวัสดุสำนักงาน (กระเป๋าผ้า,ปากกา,ซองใส่เอกสาร,สมุดปกอ่อน) จำนวน 50 ชุดๆละ 41 บาท เป็นเงิน 2,050 บาท
- ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด กว้าง 1.2 เมตร ยาว 2.4 เมตร จำนวน 1 ผืน เป็นเงิน 600 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 25699650 บาท - ค่าอาหารกลางวัน 50 คนx 7๐ บาท x 1วัน เป็นเงิน 3,5๐๐ บาท
-
กิจกรรมออกกำลังกายเดิน-วิ่ง เพื่อป้องกันอัมพาต (Stroke) เพื่อป้องกันและห่างไกลจากโรคหลอดเลือด โดยให้ความรู้เกี่ยวกับทฤษฎีการออกกำลังกายโดยการเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ และร่วมออกเดิน-วิ่ง รณรงค์การออกกำลังกายในชุมชน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 5๐ คน x 35 บาท x 1 วัน เป็นเงิน 1,750 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 25691750 บาท
1.ประชาชนในชุมชนมีความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจเพิ่มมากขึ้นสามารถปฏิบัติตัวและลดภาวะแทรกซ้อนได้อย่างถูกต้อง
2.ประชาชนสามารถเข้ารับบริการการแพทย์ฉุกเฉินได้รวดเร็วทันเวลาเมื่อเกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ
3.ลดอัตราป่วย อัตราตาย ความพิการด้วยโรคหลอดเลือดสมอง และโรคหลอดเลือดหัวใจในชุมชนได้
