รักษ์ไต รักษ์โลก นาทอนmodel ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙
-
นางอารม แก้วดำ
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รณรงค์ “วันไตโลก” ปี ๒๕๖๗ ขับเคลื่อนการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชน มุ่งเน้นการเข้าถึงการบริการที่เท่าเทียม การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไตที่เหมาะสม รวมถึงให้คำแนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยขับเคลื่อนผ่านกลไกระดับพื้นที่ สนับสนุนการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันโรคไตเรื้อรัง และโรคแทรกซ้อนอื่นๆ เมื่อ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๗ นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก ได้กำหนดให้วันพฤหัสบดีที่สองของเดือนมีนาคมของทุกปีเป็นวันไตโลก (World Kidney Day) ซึ่งในปี ๒๕๖๙ สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยได้กำหนดประเด็นวันรณรงค์ คือ หัวข้อ “KIDNEY HEALTH FOR ALL – Caring for People and Protecting the Planet “ ดังคำขวัญ คัดกรองป้องกัน รู้ทันโรคไต ใส่ใจรักษ์โลก” โดยสื่อถึง“สุขภาพไตเพื่อทุกคน” (Kidney Health for All)เน้นความสำคัญของการเข้าถึงการดูแลสุขภาพอย่างเท่าเทียม ได้รับการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกัน การตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และการรักษาโรคไตอย่างเหมาะสม “การดูแลประชาชน” (Caring for People) สะท้อนความจำเป็นของการให้การดูแลเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง และการมีส่วนร่วมของชุมชน โรคไตเรื้อรังเป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อที่เป็นปัญหาด้านสาธารณสุขของประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต ของผู้ป่วย และสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาจำนวนมาก ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลทั่วโลกพบว่ามีผู้ป่วยโรคไตมากกว่า 850 ล้านคน ขณะที่ประเทศไทยมีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลย้อนหลัง 3 ปีงบประมาณ (พ.ศ. 2566 – 2568) พบจำนวนผู้ป่วย 1,062,756 คน 1,121,545 คน และ 1,145,423 คน ตามลำดับ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย ร้อยละ 7.8 กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ดำเนินโครงการ “คนไทย 7.2 ล้านคน รู้ค่าความเสี่ยงโรคไต” โดยมุ่งเน้นการตรวจคัดกรองค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยนิ่วในไต ผู้ป่วยโรคเกาต์ และผู้ป่วยที่มีประวัติซื้อยาชุดหรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDS กินเป็นประจำ โดยเน้นการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้นผ่านการตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะ รวมถึงให้คำแนะนำในการปรับพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อลดความเสี่ยงและชะลอการเสื่อมของไต ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงอย่างน้อย 7.2 ล้านคนทั่วประเทศ ได้รับการคัดกรองโรคไต ปัจจุบันมีประชาชนเข้ารับการคัดกรองแล้ว 4,967,788 คน คิดเป็นร้อยละ 69 ของเป้าหมาย ผ่านระบบบริการสุขภาพของประเทศ และในปี 2567 มีผู้ป่วยโรคไตเสียชีวิตกว่า 1 หมื่นคน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเพื่อป้องกันหรือชะลอไม่ให้เกิดโรคไตวายระยะสุดท้าย ด้วยการดูแลรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น หรือน้อยกว่าระยะที่ ๔ เพื่อชะลอความเสื่อมของไตให้ได้ผลดี และลดภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจและไตวาย ซึ่งการชะลอความเสื่อมของไตทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ลดน้ำหนัก งดสูบบุหรี่ ออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงสารหรือยาที่มีผลเสียต่อไต เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลเพราะผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีการจำกัดอาหารบางชนิดที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสาเหตุและระยะของโรคไตเรื้อรัง กรมควบคุมโรคได้ดำเนินการขับเคลื่อนการป้องกันโรคไตในชุมชนผ่านกลไกระดับพื้นที่เพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนสร้างความตระหนักและป้องกันโรคไตเรื้อรังในชุมชนโดยกลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) และขับเคลื่อนการดำเนินงานลดบริโภคเกลือและโซเดียม ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ลดการบริโภคโซเดียมในประเทศไทย หรือ SALTS เพื่อสร้างความตระหนักลดการบริโภคเกลือและโซเดียมเกินในประชาชน นายแพทย์กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กล่าวว่า โรคไตเรื้อรังเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบมากในผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ถ้าควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดหรือความดันโลหิตไม่ดีก็มีโอกาสเป็นโรคไตได้ ดังนั้น การป้องกันโรคไตเรื้อรังทำได้โดยควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือดให้คนปกติและผู้ป่วยเบาหวานทั่วไป น้อยกว่า ๖.๕% ผู้สูงอายุที่ไม่มีโรคร่วม ๗ ถึง ๗.๕% ผู้สูงอายุที่มีโรคร่วม น้อยกว่า ๘% รวมทั้งควบคุมระดับความดันโลหิตให้น้อยกว่า ๑๓๐/๘๐ มิลลิเมตรปรอท ควรพิจารณาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเน้นรับประทานอาหารเค็มน้อย (เกลือน้อยกว่า ๕ กรัมต่อวัน หรือ ๑ ช้อนชา) รับประทานยาให้ถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์ งดการรับประทานยาชุด ยาแก้ปวด ยาสมุนไพร ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน และสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มีสิทธิบัตรทองสามารถเลือกวิธีการบำบัดทดแทนไตที่เหมาะสมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่ต้องการเปลี่ยนการล้างไตทางหน้าท้องเป็นการฟอกเลือด หรือผู้ป่วยรายใหม่ที่ต้องการใช้วิธีฟอกเลือด ควรปรึกษาและตัดสินใจร่วมกับแพทย์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. ๑๔๒๒ สำหรับโรงพยาบาลทุ่งหว้าและเครือข่ายอำเภอทุ่งหว้า จากข้อมูลHDC ปี ๒๕๖๘ มีผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงทั้งหมด ๑,๕๔๔ รายได้รับการคัดกรอง ๑,๐๕๗ ราย มีภาวะแทรกซ้อนทางไต ๔๓๘ ราย โดยแยกเป็นระยะที่ ๑ ๓๙ ราย ระยะที่ ๒ ๘๕ ราย ระยะที่ ๓ ๒๔๘ ราย ระยะที่ ๔ ๕๑ รายและระยที่ ๕ ๑๕ ราย เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๖ ๕๒ ราย ผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกเลือด ๕ ราย ล้างไตหน้าท้อง ๕รายและอยู่ในไตระยะสุดท้าย ๑๕ ราย ผู้ป่วยในตำบลนาทอน เป็นเบาหวานและความดันโลหิตสูงรวม ๔๖๒ ราย ได้รับการคัดกรอง ๓๑๓ ราย คิดเป็น ๖๗.๗๕% โดยเป็นโรคไตวายเรื้อรัง ๑๑๙ รายคิดเป็น ๒๗.๑๐% โดยแยกเป็นระยะที่ ๑ ๑๔ราย ระยะที่ ๒ ๒๗ราย ระยะที่ ๓ ๖๔ ราย ระยะที่ ๔ ๙ รายและระยที่ ๕ ๕ ราย จากรายงานมีแนวโน้มที่ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งเกิดจากตัวของผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง ไม่ได้ตระหนักถึงพฤติกรรมเสี่ยง ที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางไตได้ และอีกส่วนหนึ่งเป็นผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมรับประทานอาหารเค็ม ทานยาชุดยาสมุนไพร ซึ่งไม่ได้รับการคัดกรองไต จึงทำให้โรงพยาบาลทุ่งหว้าเล็งเห็นถึงปัญหาและให้ความสำคัญกับผู้ป่วยกลุ่มมุ่งเน้นการตรวจคัดกรองค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยนิ่วในไต ผู้ป่วยโรคเกาต์ และผู้ป่วยที่มีประวัติซื้อยาชุดหรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDS กินเป็นประจำ โดยเน้นการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้นผ่านการตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะ รวมถึงให้คำแนะนำในการปรับพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อลดความเสี่ยงและชะลอการเสื่อมของไต ต
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคไตวายเรื้อรัง และ อสม.มีความรู้เกี่ยวกับโรคไต
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคไตวายเรื้อรัง และ อสม.สามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ปฏิบัติให้เกิดประโยชน์กับตนเองได้
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคไตวายเรื้อรัง และ อสม.ตำบลนาทอนได้รับการคัดกรองเกี่ยวกับไต
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง
1.ประชาชนกลุ่มความเสี่ยงโรคไตวายเรื้อรัง จำนวน ๘๐ คน
2.อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ต.นาทอน จำนวน ๒๐ คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรม แบ่งการอบรมเป็น ๒ รุ่น โดยแบ่งเป็นเขต รพ.สต.นาทอน และ รพ.สต.วังตง
งบประมาณของกองทุนหลักประกันสุขภาพเพื่อร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องตำบลนาทอน ปีงบประมาณ ๒๕๖๙โดยมีค่าใช้จ่ายดังนี้
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน ๑๐๐ คน คนละ ๑มื้อ มื้อละ ๖๐ บาท เป็นเงิน ๖,๐๐๐ บาทค่าอาหารว่าง ๑๐๐ คน คนละ ๓๐ บาท เป็นจำนวน ๓,๐๐๐ บาท
-ค่าวิทยากร ๓๐๐ บาท/ ชม ๒ คน คนละ ๔ ชม. เป็นจำนวน ๒,๔๐๐ บาท
-ค่าป้ายไวนิล เป็นจำนวน ๕๐๐ บาท
รวมเป็นเงิน ๑๑,๙๐๐ บาทถ้วน (หนึ่งหมื่นหนึ่งพันเก้าร้อยบาทถ้วน)
ถึง11900 บาท
กิจกรรม แบ่งการอบรมเป็น ๒ รุ่น โดยแบ่งเป็นเขต รพ.สต.นาทอน และ รพ.สต.วังตง
1.คัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคไตวายเรื้อรังโดยประสานงานร่วมกับอสม.ในการคัดกรองเพื่อเข้าอบรม ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
2. พยาบาลวิชาชีพคลินิกให้ความรู้เกี่ยวกับความรู้เรื่องโรคไต สาเหตุการเกิดโรคไต ปัจจัยเสี่ยง ระยะโรคไต การป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง การรักษา การทานยา วิธีการฟอกไต การออกกำลังกาย แนวทางการส่งตัวรับคำปรึกษารพ.สตูล การคัดกรองและการปฏิบัติตัว
3.นักโภชนาการให้ความรู้และสาธิตอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะ ทดสอบความเค็มของแต่ละคน
4 ติดตามประเมินผลหลังได้รับการอบรม
๑. ผู้ป่วยเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงที่มีภาวะแทรกซ้อนทางไตระดับ ๓-๔ ชะลอความเสื่อมของไตมีอัตราการลดลงของ eGFR
๒. ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อนทางไตระดับ ๑-๒ ชะลอความเสื่อมของไตมีอัตราการลดลงของ eGFR
๓. กลุ่มเสี่ยงของประชาชนตำบลนาทอนได้รับการคัดกรองไต
๔. ผู้ป่วยและญาติสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ปฏิบัติให้เกิดประโยชน์กับตนเองได้ถูกต้อง
๕.เกิดกลุ่มรักษ์ไต รักษ์โลกในอบต.นาทอน โดยเน้นอสม.เป็นพี่เลี้ยง
