โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการ “บุหรี่ไฟฟ้า มหันตภัยใหม่ใกล้ตัวนักสูบรุ่นเยาว์” ปีงบประมาณ 2569
-
นางชนิศา ไชยประดิษฐ
-
นายทรงฤทธิ์ จันทร์แดง
ปัจจุบัน “บุหรี่ไฟฟ้า” ถือว่าได้รับความนิยมมากขึ้นกว่าในอดีตมาก ซึ่งแรกเริ่ม บุหรี่ไฟฟ้าได้รับการโฆษณาสรรพคุณว่าเป็นตัวช่วยที่ทำให้เลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้น และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่มาจนวันนี้ “บุหรี่ไฟฟ้า” ได้กลายเป็นเหมือนกับทางเลือกสำหรับ “วัยรุ่น” มากขึ้นในฐานะ “แฟชั่นใหม่” ภายใต้แนวความคิดที่ว่า “เท่ห์ สูบได้ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ” ซึ่งการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 พบประชากรของประชากรอายุ 15 ปี ขึ้นไป มีอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้า 0.14 % คิดเป็นจำนวน 78,742 คน โดยเป็นเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า อายุ 15-24 ปี จำนวน 24,050 คน และ ปี 2565 พบอัตราการสูบบุหรี่ของประชากรอายุ 15 ปี ขึ้นไป ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 1.21% คิดเป็นจำนวน 709,677 คน โดยเป็นเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า อายุ 15-24 ปี จำนวน 269,553 คน ศ.พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ กุมารแพทย์เด็กและวัยรุ่น ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวถึงวิกฤตบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยที่ระบาดเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 10 เท่า ใน 1 ปี ในเวทีเสวนา ‘บุหรี่ไฟฟ้ามหันตภัยไม่เงียบล่าเยาวชน’ ของงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 16 เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2566 ที่ผ่านมา ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) กล่าวว่า สถานการณ์การสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชนไทย น่าวิตกกังวลอย่างยิ่งเพราะอยู่ในช่วงระบาด ที่จำเป็นต้องประสานความร่วมมืออย่างเป็นระบบและเข้มข้นจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคีเครือข่าย จากการสังเกตและติดตามประเมินภายในโรงเรียนพบว่า เด็กอายุ11-15 ปี บางกลุ่มมีพฤติกรรม เปลี่ยนไปอย่างผิดปกติ มีการโพสต์ในเฟสบุ๊คกลุ่ม (ปิด) ซักชวนให้ซื้อบุหรี่ไฟฟ้า โดยเป็นตัวแทนขายตรงพร้อมกับชักชวนเพื่อนๆและรุ่นน้องให้ลองสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นต้น เด็กที่ฐานะค่อนข้างดีกลุ่มนี้จะมีทั้งเพื่อนในโรงเรียนเดียวกันและต่างโรงเรียนมีนัดที่จะไปพบกันทั้งในสนามกีฬา และสถานที่ใกล้ร้านจำหน่าย โดยผู้ปกครอง หรือ ครู ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ ตลอดจนไม่รู้ถึงสาเหตุพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของบุตรหลานของตน เช่น ขอเงินมากกว่าปกติโดยอ้างเหตุซื้ออุปกรณ์การเรียน ฯลฯ ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของ ครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้าถือว่ามาแรงในปัจจุบัน ซึ่งที่พบมากในกลุ่มของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา และที่น่าเป็นห่วงก็พบในระดับชั้น ป.5 - ป.6 และที่เพิ่งตรวจพบคือชั้นป.4
ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปาเสมัส ได้เห็นความสำคัญของภัยร้ายจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่มีต่อกลุ่มเยาวชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักเรียนที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่นวัยอยากรู้อยากลอง จึงได้จัดโครงการ “บุหรี่ไฟฟ้า มหันตภัยใหม่ใกล้ตัวนักสูบรุ่นเยาว์” เพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้รู้เท่าทันเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า และเกิดความตระหนักถึงพิษภัยอันตรายจากการสูบของบุหรี่ไฟฟ้า และเป็นแกนนำในการช่วยเพื่อนมิให้ตกเป็นเหยื่อของการสูบบุหรี่ไฟฟ้า
-
1. เพื่อให้เด็กและเยาวชน ที่เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า และ ตระหนักถึงโทษของการสูบบุหรี่ไฟฟ้า
-
2. เพื่อให้เด็กและเยาวชน ที่เข้ารรับการอบรมมีภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้ห่างไกลจากพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า
-
3. เพื่อให้เด็กและเยาวชน ที่เข้ารับการอบรมมีทักษะในการตัดสินใจและทักษะการปฏิเสธจากการชักชวนให้สูบบุหรี่ไฟ
1 โรงเรียนบ้านตือระมิตรภาพ • นักเรียน ป.4-ป.6 จำนวน 128 คน อบรม 1 วัน • นักเรียน ม.1-ม.3 จำนวน 70 คน อบรม 1 วัน 2 โรงเรียนบ้านลูโบ๊ะซามา • นักเรียน ป.4-ป.6 จำนวน 46 คน อบรม 1 วัน 3 โรงเรียนบ้านมือบา • นักเรียน ป.4-ป.6 จำนวน 52 คน อบรม 1 วัน 4 ผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 10 คน ต่อ 1 รุ่น (รวม 40 คน)
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมเชิงปฏิบัติการโครงการ “บุหรี่ไฟฟ้า มหันตภัยใหม่ใกล้ตัวนักสูบรุ่นเยาว์” ปีงบประมาณ 2569
รุ่นที่ 1 โรงเรียนบ้านตือระมิตรภาพที่ 172 กลุ่มเป้าหมายในนักเรียนระดับชั้น ป.4-.ป.6 จำนวน 128 คน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรมและผู้ที่เกี่ยวข้อง
จำนวน 138 คน ๆ ละ 35 บาท จำนวน 2 มื้อ จำนวน 1 วันเป็นเงิน 9,660 บาท - ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง
จำนวน 10 คน ๆ ละ 80 บาท จำนวน 1 มื้อ จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 800 บาท - ค่าสมนาคุณวิทยากรในการบรรยาย จำนวน 1 คน จำนวน 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากรในการจัดกิจกรรมกลุ่ม
จำนวน 2 คน จำนวน 3 ชั่วโมงๆละ 300 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
5.ป้ายโครงการ ขนาด 1*2 เมตร จำนวน 1 ผืน เป็นเงิน 500 บาท
รวมเป็นเงินทั้งหมด 14,560 บาท
รุ่นที่ 2 โรงเรียนบ้านลูโบ๊ะซามา กลุ่มเป้าหมายในนักเรียนระดับชั้น ป.4-.ป.6 จำนวน 46 คน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรมและผู้ที่เกี่ยวข้อง
จำนวน 56 คน ๆ ละ 35 บาท จำนวน 2 มื้อ จำนวน 1 วันเป็นเงิน 3,920 บาท - ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง
จำนวน 10 คน ๆ ละ 80 บาท จำนวน 1 มื้อ จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 800 บาท- ค่าสมนาคุณวิทยากรในการบรรยายภาคเช้า
จำนวน 1 คน จำนวน 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากรในการบรรยายภาคเช้า
ค่าสมนาคุณวิทยากรในการจัดกิจกรรมกลุ่ม ภาคบ่าย จำนวน 2 คน จำนวน 3 ชั่วโมงๆละ 300 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 8,320 บาท รุ่นที่ 3 โรงเรียนบ้านมือบา กลุ่มเป้าหมายในนักเรียนระดับชั้น ป.4-.ป.6 จำนวน 52 คน
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรมและผู้ที่เกี่ยวข้อง
จำนวน 62 คน ๆ ละ 35 บาท จำนวน 2 มื้อ จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 4,340 บาท- ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง
จำนวน 10 คน ๆ ละ 80 บาท จำนวน 1 มื้อ จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 800 บาท - ค่าสมนาคุณวิทยากรในการบรรยายภาคเช้า
จำนวน 1 คน จำนวน 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท ค่าสมนาคุณวิทยากรในการจัดกิจกรรมกลุ่ม ภาคบ่าย จำนวน 2 คน จำนวน 3 ชั่วโมงๆละ 300 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 8,740 บาท รุ่นที่ 4 โรงเรียนบ้านตือระมิตรภาพที่172 กลุ่มเป้าหมายในนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 70 คน
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรมและผู้ที่เกี่ยวข้อง
จำนวน 80 คน ๆ ละ 35 บาท จำนวน 2 มื้อ จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 5,600 บาท- ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง
จำนวน 80 คน ๆ ละ 80 บาท จำนวน 1 มื้อ จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 6,400 บาท - ค่าสมนาคุณวิทยากรในการบรรยาย ภาคเช้า จำนวน 1 คน จำนวน 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากรในการจัดกิจกรรมกลุ่ม จำนวน 2 คน จำนวน 3 ชั่วโมงๆละ 300 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
รวมเป็นเงินทั้งหมด 15,600 บาท ค่าอุปกรณ์ในการทำกิจกรรมกลุ่มทั้ง 4 รุ่น ดังนี้ 1.ค่าปากกาเคมี จำนวน 5 กล่องๆละ 132 บาท เป็นเงิน 660 บาท 2.ค่ากระดาษถ่ายเอกสารขนาดเอ 4 จำนวน 2 รีมๆละ 200 บาท เป็นเงิน 400 บาท 3.ค่ากระดาษโปสเตอร์สี จำนวน 50 แผ่นๆละ 15 บาท เป็นเงิน 750 บาท 4..ค่ากระดาษซาลาเปา จำนวน 50 แผ่นๆ ละ 5 บาท เป็นเงิน 250 บาท 5.ดินสอสี จำนวน 10 กล่องๆละ 89 บาท เป็นเงิน 890 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 2,950บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 50,170 บาท (ห้าหมื่นหนึ่งร้อยเจ็ดสิบบาทถ้วน)
1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569- เด็กและเยาวชน ที่เข้าร่วมการอบรมมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า และ ตระหนักถึง
โทษของการสูบบุหรี่ไฟฟ้า - เด็กและเยาวชน ที่เข้าร่วมการอบรมมีภูมิคุ้มกันทางจิตใจห่างไกลจากพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า
- เด็กและเยาวชน ที่เข้าร่วมการอบรมมีทักษะในการตัดสินใจและทักษะปฏิเสธจากการชักชวนให้สูบ บุหรี่ไฟฟ้า
50170 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรมและผู้ที่เกี่ยวข้อง
