โครงการส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ปีงบประมาณ 2569
-
นางสาวอามีเราะห์ สะอิ้ง
โรคภูมิแพ้เป็นโรคที่พบบ่อยในคนไทย มีอุบัติการณ์ของโรคเพิ่มสูงขึ้นมาก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
โดยในปีพ.ศ.2552 พบว่า โรคภูมิแพ้ในประเทศไทยมีความชุกเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 37.9 เป็นร้อยละ 50 จากสถิติของสมาคมโรคภูมิแพ้แห่งประเทศไทย พบว่า โรคภูมิแพ้ในเด็ก และผู้ใหญ่สูงถึงร้อยละ 38 และร้อยละ 20 ตามลำดับ โดยโรคภูมิแพ้
มีสาเหตุ และปัจจัยเสี่ยงมาจากมลพิษทางอากาศ สิ่งแวดล้อม การประกอบอาชีพบางชนิด การใช้ชีวิตประจำวัน เป็นต้น
ซึ่งจะมีอาการแสดงที่สำคัญ คือ คัน จาม น้ำมูกไหล คัดแน่นจมูก (ศุภกร หีบทอง และคณะ, 2568) นอกจากโรคภูมิแพ้แล้ว อาการปวดกระบอกตา ซึ่งเป็นอาการหนึ่งที่มักเกิดขึ้นได้กับทุกวัยแม้จะไม่รุนแรงมากแต่สามารถสงผลกระทบต่อสุขภาพ และการใช้ชีวิตจนอาจก่อให้เกิดการเสียสมรรถภาพในการเรียน และการทำงานได้ โดยอาการปวดกระบอกตาเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานาน ความเครียด การเพ็งมองเป็นเวลานาน ๆ โดยไม่ได้พักสายตา หรือการอ่านหนังสือติดต่อกันนานเกินไป (ชลาลัย โชคดีศรีจันทร์และคณะ, 2562) ซึ่งจากสถิติการศึกษาในประเทศไทย
มีรายงานพบความล้าของตา (visual fatigue) หรือ Computer Vision Syndrome - CVS ในกลุ่มผู้ใช้คอมพิวเตอร์
มีความชุกอยูในช่วงร้อยละ 76.7 - 96.4 โดยมีอาการปวดตา ระคายเคืองตา แสบตา น้ำตาไหล ตาแดง ตาแห้ง ตาสู้แสงไม่ได้ปวดศีรษะ หนังตากระตุก มองเห็นภาพไม่ชัดเจน หรือมองเห็นภาพซ้อน ซึ่งอาการปวดตาเป็นอาการที่พบมากที่สุด
(ภัคจิรา ภูสมศร, 2561)
การรักษาโรคภูมิแพ้มีหลายวีธีทั้งแบบการใช้ยา และไม่ใช้ยา เช่น การใช้ยาในกลุ่ม anti-histamine และยาอื่น ๆ
อีกหลายชนิด ซึ่งทำให้มีผลข้างเคียง เช่น มีอาการมึน ซึม ง่วงนอน และจำเป็นต้องใช้ยาต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน จากปัญหาดังกล่าวจึงได้มีการนำแนวคิดการรักษาโดยวิธีศาสตร์การแพทย์แผนไทย โดยมีการรักษาทั้งด้วยตำรับยาสมุนไพร การใช้ยา
ในบัญชียาหลักแห่งชาติ คือ ยาปราบชมพูทวีป ด้านหัตถการในการดูแลรักษาของการแพทย์แผนไทย ได้แก่ การอบไอน้ำสมุนไพร และการสุมยาสมุนไพร ซึ่งเป็นการใช้เครื่องยาสมุนไพร หรือตำรับยาสมุนไพรที่มีรสร้อน ซึ่งวิธีการสุมยานั้น จักทำโดยการวางหม้อสุมยาบนโต๊ะ และเติมน้ำในปริมาณ 500 มิลลิลิตร ลงในหม้อสุมยา ซึ่งใช้อุณหภูมิในการต้มน้ำ 100
องศาเซลเซียส ตามด้วยการนำสมุนไพรใส่ลงไปในหม้อ โดยการใช้ไอน้ำเป็นตัวพา ซึ่งสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อนจะช่วยลดอาการกำเริบทางศอเสมหะ นอกจากนี้การพอกตาด้วยยาสมุนไพรที่มีรสเย็น ได้แก่ ฟ้าทะลายโจร บอระเพ็ด บัวบก เป็นต้น สามารถลดความปวดในผู้ป่วยที่มีอาการปวดศีรษะ อาการปวดกระบอกตา อีกทั้งช่วยบรรเทาอาการตาพร่ามัวได้อีกด้วย
ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกลูบี จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย โดยเป็นการส่งเสริมการนำสมุนไพรที่มีอยู่ในชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งจัดทำการสุมยาสมุนไพรที่มีรสร้อน เช่น ขิง ใบกะเพรา เป็นต้น ช่วยลดอาการหวัด คัดจมูก และการใช้สมุนไพรที่มีรสเย็นในการพอกตา ช่วยลดอาการปวดกระบอกตา ลดความเมื่อยล้าของดวงตา เพื่อให้ประชาชนในชุมชนสามารถนำมาใช้ในการดูแลสุขภาพตนเอง และครอบครัว อีกทั้ง
สามารถอนุรักษ์ความเป็นไทย และภูมิปัญญาไทยคงไว้ นอกจากนี้ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษา และลดการพึ่งพา
การใช้ยาแผนปัจจุบันด้วย
- เพื่อนำองค์ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทยมาใช้ในชีวิตประจำวัน
- เพื่อส่งเสริมการใช้สมุนไพรในท้องถิ่นในการดูแลสุขภาพตนเองเบื้องต้น
- ผู้สูงอายุและวัยทำงาน จำนวน 30 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดอบรมให้ความรู้
1.2.1 ประชาสัมพันธ์โครงการ 1.2.2 จัดทำสื่อการสอน/แผ่นพับ 1.2.3 ให้ความรู้เรื่องสรรพคุณของสมุนไพรสุมยา และพอกตา
21 พฤษภาคม 2569 ถึง 21 พฤษภาคม 2569- ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำสมุนไพรในท้องถิ่นมาใช้ในการดูแลสุขภาพตนเองได้ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80
12500 บาท-
1.2.1 ประชาสัมพันธ์โครงการ
- ค่าไวนิล
-ขนาด 3 เมตร X 1 เมตร X 1 ชุด เป็นเงิน 900 บาท
- ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำสมุนไพรในท้องถิ่นมาใช้ในการดูแลสุขภาพตนเองได้ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80
900 บาท - ค่าไวนิล
-
ประชาสัมพันธ์โครงการบาท
-
ให้ความรู้เรื่องสรรพคุณของสมุนไพรสุมยา และพอกตา
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บาท x 2 มื้อ x 30 คน x 1 รุ่น เป็นเงิน 1,500 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน 50 บาท x 30 คน x 1 รุ่น เป็นเงิน 1,500 บาท
- ค่าวิทยากร 6 ชม. x 600 บาท x 1 รุ่น
เป็นเงิน 3,600 บาท
6600 บาท -
สาธิต/สอน วิธีการสุมยาสมุนไพรและพอกตาสมุนไพร
- ค่าอุปกรณ์และวัสดุสมุนไพร 5,000 บาท 1.1 ถังน้ำร้อนไฟฟ้า 1,155 บาท จำนวน 1 เครื่อง เป็นเงิน 1,155 บาท 1.2 ถ้วยชามขนาดใหญ่ 30 ใบ x 50 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท 1.3 ผ้าขนหนูขนาดกลาง 1 x 45 บาท จำนวน 30 ผืน เป็นเงิน 1,350 บาท 1.4 เขียงขนาดใหญ่ 1 ชุด 1 x 120 บาท เป็นเงิน 120 บาท 1.5 มีด 2 เล่ม เล่มละ 40 บาท เป็นเงิน 80 บาท 1.6 สมุนไพรสุมยา และพอกตา 795 บาท เป็นเงิน 795 บาท
- หอมแดง 55 บาท - มะกรูด (ใบ และลูก) 80 บาท - ขิง 70 บาท - ข่า 70 บาท - ตะไคร้หอม 90 บาท - ใบกะเพรา 80 บาท 1.7 สมุนไพรพอกตา - ฟ้าทะลายโจรผง 120 บาท - บัวบกผง 110 บาท - ไข่เป็ด 120 บาท
- ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำสมุนไพรในท้องถิ่นมาใช้ในการดูแลสุขภาพตนเองได้ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80
5000 บาท
- ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้ในศาสตร์การแพทย์แผนไทยมาใช้ในการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน
- ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำสมุนไรในท้องถิ่นมาใช้ในการดูแลสุขภาพเบื้องต้นได้
| ชื่อเอกสาร | ผู้ส่ง | ||
|---|---|---|---|
| 1 | ไฟล์ข้อเสนอโครงการ ครั้งที่ 1 (.docx) @3 เม.ย. 2569 | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกลูบี |
