สุขภาพดี ห่างไกลโรคเรื้อรัง บ้านดาริง 2569
-
นางสาวปัตตีนา เบญจมานะ
-
นางสาวปาตีเมาะ ดือเระ
-
นางสาวรอหานี ดอเลาะ
-
นางสาวฟาดีละ อาแวแบรอ
-
นางหามีดะห์ ปะกียา
-
นายเจ๊ะอับดุลวาหับ เจริญยืน
สถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในปี 2568 ยังคงเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ โดยพบว่า 5 อันดับโรคที่พบว่าคนไทยเสียชีวิตมากที่สุด ได้แก่ มะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด ปอดอักเสบ และ เบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ตามลำดับ NCDs เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของประเทศไทยและของโลก โดยมีอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยประมาณ 340,000 - 400,000 รายต่อปี หรือคิดเป็น 75-76% ของการเสียชีวิตทั้งหมด สาเหตุหลักเกิดจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม เช่น การบริโภคอาหารที่ไม่ดี ขาดการออกกำลังกาย และความเสื่อมของร่างกายตามอายุ ซึ่งนำไปสู่ภาวะอ้วน น้ำตาลและไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวนั้น จึงจำเป็นต้อง ส่งเสริมให้มีความรู้ และทักษะในการดูแลตนเอง และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ โดยใช้หลัก 3อ2ส เป็นหลักและการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูลการคัดกรองโรคของชมรม อสม.ร่วมกับรพ.หนองจิก ตั้งแต่ปี 2566 – 2568 พบว่าร้อยละของประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงป่วยเป็นโรคความดันและเบาหวาน ในปี 2566 ร้อยละ 5 และ 1.4 ปี 2567 ร้อยละ 5.9 และ 1.8 ปี 2568 ร้อยละ 6.53 และ 2.43 ตามลำดับ ทางชมรมเห็นควรที่จะต้องมีการส่งเสริมสุขภาพ เฝ้าระวังโรค อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการคัดกรองโรคที่จะเกิดขึ้นและนำกลุ่มเสี่ยงดังกล่าวมาเข้าสู่กระบวนการพัฒนาองค์ความรู้ การปฏิบัติตัว และเข้าสู่ระบบการส่งต่ออย่างทันท่วงที จึงได้ทำโครงการสุขภาพดี ห่างไกลโรคเรื้อรัง บ้านดาริง 2569 เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถนำไปปฏิบัติและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไปอย่างต่อเนื่อง
-
เพื่อให้ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการตรวจคัดกรอง ประเมินความเสี่ยงจากโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน225
ร้อยละ 90 ของประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
-
เพื่อให้ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปมีความรู้ และทักษะในการดูแลสุขภาพเพื่อให้ห่างไกลโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน200
ร้อยละ 80 ของกลุ่มเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน มีความรู้การดูแลสุขภาพและเฝ้าระวังโรค
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง250
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะดำเนินงานโครงการ
ประชุมคณะดำเนินงานโครงการโดยการจัดประชุมสมาชิกชมรมเพื่อชี้แจงการดำเนินงาน วางแผนการดำเนินงานเพื่อลงพื้นที่ปฏิบัติงานในขั้นตอนต่อไป โดยมีการจัดประชุมไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ประกอบด้วยก่อนดำเนินการ และหลังดำเนินการโครงการ
งบประมาณ - ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม 2 มื้อๆ ละ 35 บาท จำนวน 10 คน เป็นเงิน 700 บาท1 พฤษภาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ผลผลิต (Output) 1. มีการจัดประชุมตามกำหนดการที่วางไว้อย่างน้อย 2 ครั้ง ตลอดระยะเวลาที่ทำโครงการ 2. สมาชิกชมรมมีความเข้าใจในการดำเนินงานตามแผนงานโครงการ ผลลัพธ์ (Outcome)
1. มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสมาชิก
2. เกิดการระดมทางความคิด ข้อเสนอแนะ ที่ได้จากการดำเนินงานที่ผ่านมา 3. มีข้อสรุปที่ได้จากการประชุมเป็นแนวทางในการทำงานในพื้นที่ต่อไป700 บาท -
ส่งเสริมการมีส่วนร่วมพัฒนาศักยภาพสมาชิกชมรมถึงบาท
-
รุกชุมชน คัดกรองตรวจสุขภาพเบื้องต้นเพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยง
รุกชุมชน คัดกรองตรวจสุขภาพเบื้องต้นเพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยงโดยการคัดกรองสุขภาพ โรคเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ในพื้นที่โดยการนัดเป็นกลุ่มย่อยหรืออาจทำเป็นกลุ่มใหญ่ตามความสะดวกของสมาชิกในกลุ่ม ที่มีการแบ่งระแวกรับผิดชอบชัดเจน ตามแผนการลงพื้นที่ที่ได้ประชุมกัน จดบันทึกข้อมูลเบื้องต้นของกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดที่ได้คัดกรอง เช่น รอบเอว น้ำหนัก ส่วนสูง ค่าความดัน ค่าน้ำตาลในเลือด เป็นต้น งบประมาณ - เครื่องวัดความดันโลหิตสูง จำนวน 2 เครื่อง เป็นเงิน 3,500 บาท - เครื่องชั่งน้ำหนัก จำนวน 2 เครื่อง เป็นเงิน 2,500 บาท - เครื่องเจาะน้ำตาลปลายนิ้ว จำนวน 2 เครื่อง เป็นเงิน 3,000 บาท - สายวัด 2 เส้น เป็นเงิน 200 บาท (หมายเหตุ วัสดุ อุปกรณ์ ในแต่ละรายการ สามารถถัวเฉลี่ยได้)
1 พฤษภาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ผลผลิต (Output)
1. มีการลงพื้นที่ รุกชุมชนตามแผนงานที่วางไว้ 2. มีเครื่องมือ อุปกรณ์ ที่ใช้ในการปฏิบัติงานพร้อม ผลลัพธ์ (Outcome) 1. มีข้อมูลที่เกิดจากการคัดกรองสุขภาพเบื้องใช้ในการวางแผนประกอบการดำเนินงานในขั้นตอนต่อไป 2. รับทราบถึงปัญหาสุขภาพของประชาชนในพื้น 3. กลุ่มเป้าหมายมีความตระหนักด้านสุขภาพ9200 บาท -
จัดอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
จัดอบรมให้ความรู้ การดูแลสุขภาพเพื่อให้ห่างไกลโรคเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ส่งเสริมให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพ โดยเน้นในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรค งบประมาณ - ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อๆ ละ 60 บาท จำนวน 60 คน เป็นเงิน 3,600 บาท - ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม 2 มื้อๆ ละ 35 บาท จำนวน 60 คน เป็นเงิน 4,200 บาท - ค่าวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 6 ชั่วโมง เป็นเงิน 3,600 บาท - ค่าป้ายโครงการ 1x3 เมตร จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 720 บาท
1 มิถุนายน 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2569ผลผลิต (Output) 1. มีการจัดอบรมตามแผนงานที่วางไว้ ผลลัพธ์ (Outcome) 1. กลุ่มเป้าหมายมีความรู้การดูแลสุขภาพ ทัศนคติ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ส่งผลต่อการควบคุม เฝ้าระวังโรคที่ดีขึ้น
12120 บาท -
ติดตามตรวจคัดกรองซ้ำในชุมชน
การติดตามตรวจประเมินซ้ำ กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยและการส่งต่อเพื่อการรักษา งบประมาณ - ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม 1 มื้อๆ ละ 35 บาท จำนวน 10 คน จำนวน 3 วัน เป็นเงิน 1,050 บาท
1 กรกฎาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ผลผลิต (Output)
1. มีข้อมูลด้านสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงเพื่อพิจารณาในการส่งต่อ
ผลลัพธ์ (Outcome) 1. มีการส่งต่อกลุ่มเป้าหมายเพื่อการรักษาหรือตรวจซ้ำอย่างละเอียดจากเจ้าหน้าโรงพยาบาล1050 บาท -
สรุปและติดตามประเมินผลการดำเนินงานโครงการ รวมถึงการจัดทำรายงานเสนอคณะกรรมการกองทุนฯรับทราบต่อไป เพื่อตั้งแต่ต้นจนจบ - ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม มื้อละ 35 บาท จำนวน 10 คน เป็นเงิน 350 บาทถึง350 บาท
-
ประเมินผลโครงการ
สรุปและติดตามประเมินผลการดำเนินงานโครงการ งบประมาณ - ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม มื้อละ 35 บาท จำนวน 10 คน เป็นเงิน 350 บาท
1 กันยายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ผลผลิต (Output)
1. มีการประชุมเพื่อรวบรวมข้อมูล ประกอบการทำรายงานสรุปผลการดำเนินงาน ผลลัพธ์ (Outcome)
1. มีรายงานสรุปส่งคณะกรรมการกองทุนฯ 2. เกิดข้อเสนอแนะต่างๆจากสมาชิกชมรมหรือเครือข่ายสุขภาพในพื้นที่350 บาท
วิธีดำเนินการ
1. ประชุมคณะดำเนินงานโครงการ
2. คัดกรองสุขภาพ โรคเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน
3. จัดอบรมให้ความรู้ การดูแลสุขภาพเพื่อให้ห่างไกลโรคเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน
4. การติดตามเยี่ยมบ้าน ประเมินในกลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วย และการส่งต่อเพื่อการรักษา
5. สรุปและติดตามประเมินผลการดำเนินงานโครงการ
- ประชาชนได้รับการตรวจคัดกรอง ประเมินความเสี่ยงจากโรคเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน
- ประชาชน มีความความรู้ และทักษะในการดูแลสุขภาพ ห่างไกลจากโรคเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มป่วย ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
