(สำเนา) โครงการส่งเสริมการจัดการตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในโรงเรียนเบาหวานสุไหงโก-ลกโมเดลสู่เบาหวานระยะสงบ (DM Remission) รุ่นที่ 4 ประจำปี 2569
โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคไม่ติดต่อ ( Non-communication diseases, NCDs ) ที่พบบ่อยและเป็นภาระต่อระบบสาธารณสุขของแต่ละประเทศทั่วโลก สมาพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติกล่าวว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคเบาหวานมากถึง 537 ล้านคน มากกว่า 90% เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เกือบครึ่งหนึ่งยังไม่ได้รับการวินิจฉัย คาดว่าภายในปี 2573 จะเพิ่มขึ้นเป็น 643 ล้านคน และภายในปี 2588 จะเพิ่มมากถึง 783 ล้านคน ประเทศไทยพบอุบัติการณ์โรคเบาหวาน ในปี 2566 มีผู้ป่วยรายใหม่ เพิ่มขึ้น 3 แสนคนต่อปีและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ละวันมีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวานถึง 200 คน หรือประมาณชั่วโมงละ 8 คน (ข้อมูลจากรายงานสถิติสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข) โรคเบาหวานส่งผลต่ออวัยวะต่างๆ ของร่างกายที่เป็นต้นเหตุของการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบทางด้านร่างกาย ได้แก่ ภาวะแทรกซ้อนทางตา โรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ โรคไตวาย โรคหลอดเลือดส่วนปลาย และการถูกตัดอวัยวะ เป็นต้น เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตถึงร้อยละ 65 โรคเบาหวานส่งผลกระทบทางด้านจิตใจ โดยผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานมีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้ามากกว่าคน ปกติ 2 เท่า ปัจจัยเสี่ยงโรคเบาหวานเกิดจากการมีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน มีภาวะอ้วน น้ำหนักเกิน รอบเอวเกิน เป็นโรคความดันโลหิตสูง ชอบรับประทานอาหารรสหวาน มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ สูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อีกทั้งการรับประทานยาอย่างไม่ต่อเนื่อง และไม่สามารถปรับพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกหลักได้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และยังส่งผลกระทบทางด้านสังคม ทำให้สูญเสียความสามารถในการทำงาน รู้สึกว่าตนเองเป็นภาระต่อครอบครัวและสังคม คุณภาพชีวิตแย่ลง เพิ่มค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ส่งผลกระทบต่อ ครอบครัว เศรษฐกิจและสังคม ทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร
โรงพยาบาลสุไหงโก-ลกมีผู้ป่วยโรคเบาหวานตั้งแต่ปี 2566-2568 จํานวน 2,681 คน 2,702 คน และ 2,830 คน ตามลําดับ ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี ในปี 2568 มีผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้สูงถึงร้อยละ 64.11 ในเขตรับผิดชอบของศูนย์แพทย์ใกล้ใจ 1 และ 2 มีผู้ป่วยที่มีโรคเบาหวาน จำนวน 1,422 ราย โรคความดันโลหิตสูง จำนวน 3,389 ราย และมารับการตรวจรักษาและรับยาที่ศูนย์แพทย์ใกล้ใจจำนวน 200 ราย/สัปดาห์ (ในวันคลินิกเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง)
ดังนั้น เพื่อส่งเสริมการจัดการตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ เป้าหมายเพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความรู้ เกิดความตระหนักในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ มีโอกาสให้โรคเบาหวานเข้าสู่ระยะสงบเกิดประสิทธิผลที่ดี และเกิดความพึงพอใจ ทำให้ลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ งานพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิและสนับสนุนเครือข่าย ร่วมกับ ศูนย์แพทย์ใกล้ใจ 1, 2 จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการจัดการตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในโรงเรียนเบาหวานสุไหงโก-ลกโมเดลสู่เบาหวานระยะสงบ (DM Remission) รุ่นที่ 4 ประจำปี 2569
-
เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานมีความรู้ เกิดความตระหนักในการจัดการตนเองและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้80
ผู้ป่วยเบาหวานมีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรค อาการแสดง การปฏิบัติตัวและการป้องกันภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น ร้อยละ80
-
เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องได้80
ผู้ป่วยเบาหวานสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องได้ร้อยละ 80
-
เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือดได้80
ผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือดได้ ลดลง ≥ 10% in 1 year ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
มารู้จัก My Manis กันเถอะ
กลุ่มเป้าหมาย ผู้ป่วยเบาหวาน 50 คน
รายละเอียดกิจกรรม
1. ลงทะเบียนเข้าโรงเรียนเบาหวานสุไหงโก-ลกโมเดล รุ่นที่ 4
2. เข้าเรียน Workshop 7 Module 2 วัน
- Module 1 เรียนรู้เรื่องโรคเบาหวาน อาการและอาการแสดง การป้องกันและภาวะแทรกซ้อน โดยแพทย์เวชศาตร์ครอบครัว
- Module 2 เรียนรู้เรื่องโภชนบำบัดสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน/การเลือกอาหารที่เหมาะสมกับโรค การทำแผนการกิน (Diet Plan) และการทำ Workshop เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ โดยนักโภชนาการ
- Module 3 เรียนรู้เรื่องการใช้การยาเบาหวาน และการใช้ยา Insulin ที่ถูกต้อง โดยเภสัชกร
- Module 4 เรียนรู้การบริหารเท้าและดูแลเท้าด้วยตนเองโดยแพทย์แผนไทย
- Module 5 การติดตามน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง (BGM) และการใช้ App My Manis โดยพยาบาลวิชาชีพ Case Manager
- Module 6 การออกกำลังกายที่เหมาะสม กิจกรรมทางกาย และการตรวจ Body Composition โดยกายภาพบำบัด
- Module 7 เสริมพลังบวกแก่ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยพยาบาลจิตเวช
กำหนดการโครงการฯ Day 1
08.00 - 09.00 น. ลงทะเบียน/คัดกรองสุขภาพ
09.00 - 09.30 น. พิธีเปิดโครงการฯ
09.30 - 10.00 น. ทำแบบสอบถาม Pretest
10.00 - 11.00 น. Workshop Module 1
11.00 - 12.00 น. Workshop Module 2
12.00 - 13.00 น. พักรับประทานอาหาร
13.00 - 14.00 น. Workshop Module 3
14.00 - 15.00 น. Workshop Module 4
15.00 - 16.00 น. ถอดบทเรียน Workshop Module 1-4
กำหนดการโครงการฯ Day 2
09.00 - 09.30 น. ลงทะเบียน
09.30 - 10.00 น. ตรวจ Body Composition และออกกำลังกายแอโรบิคพร้อมกัน
10.00 - 11.00 น. Workshop Module 5
11.00 - 12.00 น. Workshop Module 6
12.00 - 13.00 น. พักรับประทานอาหาร
13.00 - 14.00 น. Workshop Module 7
14.00 - 15.00 น. แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากนักเรียนเบาหวานต้นแบบ
15.00 - 16.00 น. ถอดบทเรียน Workshop Module 5-7/ ทำแบบสอบถาม Posttest
งบประมาณ
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อ x 35 บาท x 50 คน X 2 วัน = 7,000 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน 80 บาท x 50 คน X 2 วัน = 8,000 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร 7 คน X 600 บาท X 1 ชม. = 4,200 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากรกลุ่มจากนักเรียนเบาหวานต้นแบบ 3 คน X 300 บาท x 1 ชั่วโมง = 900 บาท
- ค่าป้ายโครงการขนาด 1.5*3 เมตร = 1,125 บาท
- ค่าเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดพร้อมแถบตรวจ เครื่องละ 2,500 บาท จำนวน 3 เครื่อง = 7,500 บาท
- ค่าเครื่อง Body composition 1 เครื่อง = 8,500 บาท
- ค่าจัดซื้อวัตถุดิบเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ (Workshopโดยนักโภชนาการ) = 2,000 บาท
- ค่าจัดทำแบบบันทึกพฤติกรรมสุขภาพ 30 ชุด X 30 บาท = 900 บาท
- ค่าวัสดุอุปกรณ์การเรียน ได้แก่ สมุด, ปากกา ฯลฯ 30 บาท x 30 ชุด = 900 บาท
- ค่าวัสดุอุปกรณ์ในโครงการ ได้แก่ ค่าเกียรติบัตร ฯลฯ = 200 บาท1 พฤษภาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ผู้ป่วยเบาหวานมีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรค อาการแสดง การปฏิบัติตัวและการป้องกันภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น
ผู้ป่วยเบาหวานสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องได้
41225.00 บาท -
โรงเรียนเบาหวานสุไหงโก-ลกโมเดลในศาสนสถาน
กลุ่มเป้าหมาย พระภิกษุอาพาตด้วยโรคเบาหวาน 10 รูป คณะทำงานและ อสม. 10 คน รวม 20 คน
รายละเอียดกิจกรรม
1. ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมโรงเรียนเบาหวานสุไหงโก-ลกโมเดลในศาสนสถาน ณ สถานีสุขภาพวัดทองดีประชาราม
2. พระภิกษุอาพาตด้วยโรคเบาหวานคัดกรองสุขภาพ
3. เข้าเรียน Workshop 7 Module 2 วัน
- Module 1 เรียนรู้เรื่องโรคเบาหวาน อาการและอาการแสดง การป้องกันและภาวะแทรกซ้อน โดยแพทย์เวชศาตร์ครอบครัว
- Module 2 เรียนรู้เรื่องโภชนบำบัดสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน/การเลือกอาหารที่เหมาะสมกับโรค การทำแผนการกิน (Diet Plan) และการทำ Workshop เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ โดยนักโภชนาการ
- Module 3 เรียนรู้เรื่องการใช้การยาเบาหวาน และการใช้ยา Insulin ที่ถูกต้อง โดยเภสัชกร
- Module 4 เรียนรู้การบริหารเท้าและดูแลเท้าด้วยตนเองโดยแพทย์แผนไทย
- Module 5 การติดตามน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง (BGM) และการใช้ App My Manis โดยพยาบาลวิชาชีพ Case Manager
- Module 6 การออกกำลังกายที่เหมาะสม กิจกรรมทางกาย และการตรวจ Body Composition โดยนักกายภาพบำบัด
- Module 7 เสริมพลังบวกแก่ผู้ป่วยโรคเบาหวานโดยพยาบาลจิตเวช
กำหนดการโครงการฯ Day 1
08.00 - 09.00 น. ลงทะเบียน/คัดกรองสุขภาพ
09.00 - 09.30 น. พิธีเปิดโครงการฯ
09.30 - 10.00 น. ทำแบบสอบถาม Pretest
10.00 - 11.00 น. Workshop Module 1
11.00 - 12.00 น. พักรับประทานอาหาร
12.00 - 13.00 น. Workshop Module 2
13.00 - 14.00 น. Workshop Module 3
14.00 - 15.00 น. Workshop Module 4
15.00 - 16.00 น. ถอดบทเรียน Workshop Module 1-4
กำหนดการโครงการฯ Day 2
09.00 - 09.30 น. ลงทะเบียน
09.30 - 10.00 น. ตรวจ Body Composition และออกกำลังกายแอโรบิคพร้อมกัน
10.00 - 11.00 น. Workshop Module 5
11.00 - 12.00 น. พักรับประทานอาหาร
12.00 - 13.00 น. Workshop Module 6
13.00 - 14.00 น. Workshop Module 7
14.00 - 15.00 น. แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากนักเรียนเบาหวานต้นแบบ
15.00 - 16.00 น. ถอดบทเรียน Workshop Module 5-7/ ทำแบบสอบถาม Posttest
งบประมาณ
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อ x 35 บาท x 20 คน X 2 วัน = 2,800 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน 80 บาท x 20 คน X 2 วัน = 3,200 บาท
- ค่าจัดทำแบบบันทึกพฤติกรรมสุขภาพ 10 ชุด X 30 บาท = 300 บาท
- ค่าวัสดุอุปกรณ์การเรียน ได้แก่ สมุด, ปากกา ฯลฯ 30 บาท x 10 ชุด = 300 บาท
- ค่าวัสดุอุปกรณ์ในโครงการ ได้แก่ ค่าเกียรติบัตร ฯลฯ = 200 บาท1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ผู้ป่วยเบาหวานมีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรค อาการแสดง การปฏิบัติตัวและการป้องกันภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยเบาหวานสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องได้
6800.00 บาท
ขอถัวเฉลี่ยทุกรายการและจำนวนคนภายในวงเงินที่ได้รับ
- ผู้ป่วยเบาหวานมีความรู้ เกิดความตระหนักในการจัดการตนเองและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
- ผู้ป่วยเบาหวานมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดันโลหิตได้
- ผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือดได้
