โครงการสนับสนุนการจัดบริการพาหนะรับส่งผู้ทุพพลภาพเพื่อเข้ารับบริการสาธารณสุข ตำบลบันนังสตา ประจำปีงบประมาณ 2569
-
นายมามะ ซูมามะ
-
นายมะสกรี อุสมาน
-
นายอีสามะแอ หิเล
-
นายมูหะหมัด มาแจ
-
นางสาวสีตีสาเราะ กูนา
ประเทศไทยมีการจัดสวัสดิการด้านสาธารณสุขที่ให้การรักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนโดยทั่วไป แต่สำหรับประชาชนที่เป็นกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้พิการหรือทุพพลภาพ และผู้สูงอายุ แต่การจะเดินทางไปรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลตามที่แพทย์นัดหมายนั้น มีต้นทุนในด้านการเดินทางและขนส่งเป็นจำนวนเงินถึง 500 - 2,500 ต่อเที่ยว ส่งผลให้ผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ไม่สามารถเข้าถึงบริการรถขนส่งผู้ป่วยไปสถานพยาบาลได้ และปัญหานี้ได้ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของประชาชนอันอาจจะส่งผลให้คนที่มีความจำเป็นต้องไปรับการรักษาที่สถานพยาบาลไม่สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทันเวลาและมีคุณภาพ เพราะขาดแคลนทุนทรัพย์ในการเดินทางไปรักษาตัว จนสุดท้ายต้องนอนทนความเจ็บป่วยอยู่ที่บ้านหรือไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้ตามอาการจนนำไปสู่การสูญเสียในที่สุด ทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินงานและบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ.2567 ฉบับที่ 2 ประกอบกับประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ในการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการพาหนะรับส่งผู้ทุพพลภาพเพื่อเข้ารับบริการสาธารณสุข พ.ศ.2567 ข้อ 4 ค่าใช้จ่ายสำหรับบริการพาหนะรับส่งผู้ทุพพลภาพให้จ่ายสำหรับให้บริการบุคคล 3 ประเภท ดังนี้ 1. คนพิการ ได้แก่ บุคคลซึ่งมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวัน การดำรงชีวิตหรือการทำกิจกรรมทาง สังคม เนื่องจากความบกพร่องทางการมองเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว การสื่อสาร จิตใจอารมณ์ พฤติกรรม สติ ปัญญาการเรียนรู้ หรือความบกพร่องอื่นใด และมีความจำเป็นพิเศษที่ต้องได้รับความช่วยเหลือด้านใดด้านหนึ่งเพื่อให้ สามารถดำเนิน ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ 2. ผู้สูงอายุ หมายถึง บุคคลที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ทีมีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือโดยไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ในการทำกิจวัตรประจำวัน หรือมีปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่ต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่อง หรือมีภาวะทุพพลภาพทางร่างกายหรือ จิตใจ และขาดผู้ดแลหรือญาติพี่น้องที่สามารถให้การช่วยเหลือได้ 3. ผู้ที่มีความยากลำบากในการเข้าไปรับบริการสาธารณสุขด้วยตนเอง ได้แก่ บุคคลทีมีข้อจำกัดทางร่างกาย มีปัญหา สุขภาพจิต มีโรคเรือรังที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวหรือการเดินทาง หรือบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือทุรกันดาร หรือเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้ยาก หรือบุคคลที่มีฐานะยากจนไม่สามารถจ่ายค่าเดินทางไปสถานพยาบาลได้ ขาดผู้ดูแลหรือญาติที่สามารถพาไปรับบริการทางการแพทย์ มีอุปสรรคด้านการสื่อสารที่ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ด้วยตนเอง หรือบุคคลที่ต้องการการดูแล พิเศษระหว่างเดินทาง หรือมีความกลัวหรือวิตกกังวลอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการออกนอกบ้านหรือเพื่อการเข้ารับบริการทางการแพทย์ ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวข้างต้น ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุองค์การบริหารส่วนตำบลบันนังสตาจึงได้จัดทำโครงการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการพาหนะรับส่งผู้ทุพพลภาพเพื่อเข้ารับบริการสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ 2568 เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการรับ-ส่ง ผู้ป่วยเพื่อไปสถานพยาบาลได้เพื่อให้ผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาตามที่แพทย์นัดหมาย สร้างโอกาสให้ได้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ ซึ่งจะยังผลไปยังญาติผู้ดูแลในการลดภาระค่าใช้จ่าย ให้สามารถกลับไปทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพและดูแลครอบครัวต่อไปได้
-
เพื่อสนับสนุนค่าพาหนะ รับ-ส่ง ในการเดินทางไปรับบริการสาธารณสุขของผู้ทุพพลภาพ
ร้อยละ 80 ของจำนวนผู้ทุพพลภาพที่เข้าร่วมโครงการ ได้รับการสนับสนุนค่าพาหนะ รับ-ส่ง ในการเดินทางไปรับบริการสาธารณสุข
- ผู้พิการหรือทุพพลภาพ
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่มีความยากลำบากในการเข้าไปรับบริการสาธารณสุขด้วยตนเองหรือผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
วิธีดำเนินการ (ออกแบบให้ละเอียด) กิจกรรมที่ 1 สำรวจกลุ่มเป้าหมายที่จำเป็นต้องใช้บริการพาหนะ รับ-ส่ง สำหรับการเข้ารับบริการด้านสาธารณสุข ได้แก่ 1. ผู้พิการหรือทุพพลภาพ 2. ผู้สูงอายุ 3. ผู้ที่มีความยากลำบากในการเข้าไปรับบริการสาธารณสุขด้วยตนเองหรือผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง โดยประสานความร่วมมือไปยัง ผู้ใหญ่บ้าน/ผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และหน่วยงานสาธารณสุขของรัฐในพื้นที่ สำรวจข้อมูล ผู้พิการหรือทุพพลภาพ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีความยากลำบากในการเข้าไปรับบริการสาธารณสุขด้วยตนเอง เพื่อเข้าร่วมโครงการ ระยะเวลาดำเนินงาน เดือนกุมภาพันธ์ 2569 - เดือนกันยายน 2569 ผลผลิต (Output) / ผลลัพธ์ (Outcome) 1. ฐานข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย 2. แผนการจัดบริการรถพาหนะรับ-ส่ง จำนวนเงินงบประมาณของกิจกรรม (บาท) 0.00.- บาท กิจกรรมที่ 2 ขึ้นทะเบียนเครือข่าย รถรับถึงบาท
-
วิธีดำเนินการ (ออกแบบให้ละเอียด) กิจกรรมที่ 1 สำรวจกลุ่มเป้าหมายที่จำเป็นต้องใช้บริการพาหนะ รับ-ส่ง สำหรับการเข้ารับบริการด้านสาธารณสุข ได้แก่ 1. ผู้พิการหรือทุพพลภาพ 2. ผู้สูงอายุ 3. ผู้ที่มีความยากลำบากในการเข้าไปรับบริการสาธารณสุขด้วยตนเองหรือผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง โดยประสานความร่วมมือไปยัง ผู้ใหญ่บ้าน/ผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และหน่วยงานสาธารณสุขของรัฐในพื้นที่ สำรวจข้อมูล ผู้พิการหรือทุพพลภาพ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีความยากลำบากในการเข้าไปรับบริการสาธารณสุขด้วยตนเอง เพื่อเข้าร่วมโครงการ ระยะเวลาดำเนินงาน เดือนกุมภาพันธ์ 2569 - เดือนกันยายน 2569 ผลผลิต (Output) / ผลลัพธ์ (Outcome) 1. ฐานข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย 2. แผนการจัดบริการรถพาหนะรับ-ส่ง จำนวนเงินงบประมาณของกิจกรรม (บาท) 0.00.- บาท กิจกรรมที่ 2 ขึ้นทะเบียนเครือข่าย รถรับถึงบาท
-
ถึงบาท
-
กิจกรรมที่ 1 สำรวจกลุ่มเป้าหมายที่จำเป็นต้องใช้บริการพาหนะ รับ-ส่ง สำหรับการเข้ารับบริการด้านสาธารณสุข โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ 1. ผู้พิการหรือทุพพลภาพ 2. ผู้สูงอายุ 3. ผู้ที่มีความยากลำบากในการเข้าไปรับบริการสาธารณสุขด้วยตนเองหรือผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง1 มกราคม 2569 ถึง 30 กันยายน 256830000 บาท
-
ขึ้นทะเบียนเครือข่าย รถรับ-ส่ง ผู้พิการหรือทุพพลภาพ ผู้สูงอายุ และด้านอื่นบาท
-
จัดบริการ รับ-ส่ง ผู้พิการหรือทุพพลภาพ ผู้สูงอายุ และด้านอื่น เพื่อการเข้ารับบริการสาธารณสุข
จัดบริการ รับ-ส่ง ผู้พิการหรือทุพพลภาพ ผู้สูงอายุ และด้านอื่น เพื่อการเข้ารับบริการสาธารณสุข - ค่าพาหนะ รับ-ส่ง ในการเดินทางไปรับบริการสาธารณสุขข รายละไม่เกิน 500 บาท/ครั้ง หรือตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 500 บาท/ครั้ง
30000 บาท
-
- ผู้ทุพพลภาพมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเนื่องจากได้รับบริการด้านสาธารณสุขอย่างมีคุณภาพและทันท่วงที
- มีฐานข้อมูลผู้พิการหรือทุพพลภาพ ผู้สูงอายุ และด้านอื่น และฐานข้อมูลเครือข่ายรถรับ-ส่ง สำหรับใช้จัดทำแผนบริการรถรับ-ส่ง
- เกิดแผนการดูแล รับ-ส่ง ผู้ทุพพลภาพ
