โครงการป้องกันควบคุมโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงในกลุ่มเสี่ยง
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน70
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง85
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)80
-
ร้อยละของประชาชนที่มีป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก75
-
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย75
โรคอ้วนลงพุง (Metabolic Syndrome) เป็นฆาตกรเงียบที่หลายคนคาดไม่ถึง คนที่อ้วนลงพุงจะมีการสะสมของไขมันในช่องท้องมากเกินไป โดยมีเส้นรอบเอวของเพศชายเกิน 36 นิ้ว หรือ 90 เซนติเมตร เพศหญิงเกิน 32 นิ้ว หรือ 80 เซนติเมตรซึ่งไขมันเหล่านี้จะแตกตัวเป็น กรดไขมันอิสระเข้าสู่ตับ มีผลให้อินซูลินออกฤทธิ์ได้ไม่ดี เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานและจากข้อมูล HDC ผลคัดกรองความดันเบาหวาน พ.ศ.2569 ของ รพ.สต.บ้านบ้านบางลาง พบว่าประชากรอายุ 35 ขึ้นไป มีเส้นรอบเอวเกินเกณฑ์มาตรฐานสูงถึง 28.45% โดยพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย คือ เพศหญิงอ้วนลงพุง 64.8% ผู้ชาย 35.19% และในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา มีคนไทยเป็นโรคอ้วนลงพุงเพิ่มเป็น 1.3 เท่า ในเขตเมืองเพิ่มถึง 45% ในชนบท 34% และคนที่มีรอบเอวเพิ่มขึ้นทุก 5 เซนติเมตร จะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานเพิ่ม 3-5เท่า จะเห็นได้ว่าเอวใหญ่ขึ้นเท่าไรก็ยิ่งเจ็บป่วยและตายเร็วขึ้นเท่านั้น จากการสำรวจสภาวะอ้วนลงพุงในประชาชนพบกลุ่มเสี่ยง ปี 2568 พบว่าคนไทยอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป ภาวะอ้วนลงพุงส่วนใหญ่จะเกิดจากพฤติกรรมการบริโภค กรรมพันธุ์ และไม่ออกกำลังกาย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคเรื้อรังตามมา เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หลอดเลือดสมองและมะเร็ง ประเทศไทยเรียกว่า โรควิถีชีวิตคือไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อโรคแต่เกิดมาจากสาเหตุการใช้วิถีชีวิตแบบสังคมคนเมืองสมัยใหม่ที่มีพฤติกรรมการกินเปลี่ยนแปลงไปจากการสำรวจของกระทรวงสาธารณสุขพบว่า โรคหัวใจและหลอดเลือด ติดอันดับ 1 ใน 3 สาเหตุหลักของการป่วยและตายของคนไทย ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมามีจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น3-17 เท่าตัว ข้อมูลใน พ.ศ.2560 พบว่า มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้สูงถึง 40,062 ราย หรือชั่วโมงละ 5 คนที่สำคัญคือผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมีอายุเฉลี่ยน้อยลงกว่าในอดีต
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบางลาง จึงจัดทำโครงการลดพุงลดโรคเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้านโภชนาการกับการออกกำลังกาย และอารมณ์ ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุงส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญ การส่งเสริมสุขภาพสนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ ในการลดน้ำหนัก และทำกิจกรรมร่วมกันส่งผลให้ประชาชนในตำบลบ่อทรายมีสุขภาพดี ลดอัตราการป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง
1.1 ประชากร 35 ปีขึ้นไปได้รับการคัดกรอง และเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ร้อยละ 90 1.2 ร้อยละของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมระดับความดันโลหิตสูง ร้อยละ มากกว่า 50 1.3 ร้อยละของกลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูง สามารถวัดความดันโลหิตที่บ้านได้ ร้อยละ 40
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
ประชากรกลุ่มเสี่ยงสูง หมู่ที่ 1,2,3,4และ5 จำนวนทั้งสิ้น 50 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง ค่า BMI เกิน
กิจกรรม 1.ประชุมอบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง ค่า BMI เกิน
2.ประชาสัมพันธ์ทางสื่อทุกชนิด ทุกรูปแบบตามความเหมาะสม
3.พัฒนาคลินิกไร้พุงเพื่อให้บริการแก่ กลุ่มวัยทำงานที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุง และกลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง ดังนี้ • ซักประวัติ • ให้บริการตรวจวิเคราะห์สุขภาพ •การให้บริการด้านสุขภาพ •การให้คำปรึกษา •การจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ • การให้สุขศึกษารายบุคคล รายกลุ่มการจัดการบรรยายพิเศษ •การจัดนิทรรศการการเผยแพร่ความรู้ด้วยสื่อ •การส่งเสริมสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง •มอบสมุดปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพแก่ผู้รับบริการ •นัดและติดตามประเมินผล
4.ให้ความรู้และคำปรึกษาแก่กลุ่มเป้าหมายอาสาสมัครสาธารณสุขและกลุ่มเสี่ยงเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ โดยอบรมเชิงปฏิบัติการกลุ่มเสี่ยง 2 วัน
5.พัฒนาคลินิก DPAC
6.ส่งต่อผู้รับบริการในรายที่มีปัญหาไปยังโรงพยาบาลตามขั้นตอนตามระบบการส่งต่อ เพื่อดูแลรักษา
และให้คำปรึกษาที่เหมาะสม
7.ประเมินผลความพึงพอใจของผู้รับบริการ
8.รายงานผลการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งสรุปผลการดำเนินงานปัญหา และอุปสรรค1 เมษายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 25691.พัฒนาคลินิก DPAC ( คลินิกไร้พุง ) 2.กลุ่มเสี่ยงที่เป็นผู้เข้าร่วมโครงการเข้าใจภาวะเสี่ยงของตนเอง เข้าใจวิธีการที่จะจัดการตนเองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ยั่งยืน
3.ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถดูแลสุขภาพตนเอง ขยายผลสู่ครอบครัว ชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง14000 บาท
วิธีดำเนินการ
ขั้นเตรียมการ
1.จัดทำโครงการตามแผน เพื่อเสนอพิจารณาเห็นชอบ/อนุมัติโครงการ
2.ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน
3.จัดเตรียมสิ่งสนับสนุน
ขั้นดำเนินการ
กิจกรรม
1.ประชุมอบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง ค่า BMI เกิน
2.ประชาสัมพันธ์ทางสื่อทุกชนิด ทุกรูปแบบตามความเหมาะสม
3.พัฒนาคลินิกไร้พุงเพื่อให้บริการแก่ กลุ่มวัยทำงานที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุง และกลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง ดังนี้ • ซักประวัติ • ให้บริการตรวจวิเคราะห์สุขภาพ •การให้บริการด้านสุขภาพ •การให้คำปรึกษา •การจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ • การให้สุขศึกษารายบุคคล รายกลุ่มการจัดการบรรยายพิเศษ •การจัดนิทรรศการการเผยแพร่ความรู้ด้วยสื่อ •การส่งเสริมสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง •มอบสมุดปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพแก่ผู้รับบริการ •นัดและติดตามประเมินผล
4.ให้ความรู้และคำปรึกษาแก่กลุ่มเป้าหมายอาสาสมัครสาธารณสุขและกลุ่มเสี่ยงเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ โดยอบรมเชิงปฏิบัติการกลุ่มเสี่ยง 2 วัน
5.พัฒนาคลินิก DPAC
6.ส่งต่อผู้รับบริการในรายที่มีปัญหาไปยังโรงพยาบาลตามขั้นตอนตามระบบการส่งต่อ เพื่อดูแลรักษา
และให้คำปรึกษาที่เหมาะสม
7.ประเมินผลความพึงพอใจของผู้รับบริการ
8.รายงานผลการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งสรุปผลการดำเนินงานปัญหา และอุปสรรค
1.พัฒนาคลินิก DPAC ( คลินิกไร้พุง )
2.กลุ่มเสี่ยงที่เป็นผู้เข้าร่วมโครงการเข้าใจภาวะเสี่ยงของตนเอง เข้าใจวิธีการที่จะจัดการตนเองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ยั่งยืน
3.ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถดูแลสุขภาพตนเอง ขยายผลสู่ครอบครัว ชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง
