โครงการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกและโรคไข้มาลาเรีย ในพื้นที่รับผิดชอบ รพ.สต.บ้านสะพานเคียน ปีงบประมาณ 2569
-
โรคไข้เลือดออกนับเป็นปัญหาสาธารณสุขไทยตลอดมา เพราะไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่สร้างความสูญเสียชีวิตและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและความความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งที่ทุกฝ่ายได้ช่วยกันรณรงค์ป้องกันและควบคุมมาโดยตลอด และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างทั้งภาครัฐและเอกชน พบว่าปัญหาโรคไข้เลือดออกไม่ได้ลดลงมากนัก ยังคงเป็นปัญหาสำคัญในระดับประเทศเรื่อยมา ตำบลวังมะปรางเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีปัญหาการระบาดของโรคไข้เลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคน ในปี 2564-2568 เท่ากับ 94.25 101.23 94.23 78.25 และ 74.28 ต่อประชากรแสนคน ตามลำดับ ไม่มีผู้ป่วยตาย การระบาดของโรคไข้เลือดออกส่วนมากจะพบผู้ป่วยในช่วงเดือน มิถุนายน – กันยายน ของทุกปี ซึ่งตรงกับการเปิดภาคเรียนที่หนึ่งพอดี และชีวนิสัยของยุงชอบออกหากินเวลากลางวันจึงสันนิฐานได้ว่าการแพร่เชื้อและการกระจายโรค จะเกิดขึ้นได้ทั้ง ชุมชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียน ด้วยเหตุนี้ การควบคุมโรคจะต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจาก ชุมชน โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก องค์การบริหารส่วนตำบล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับสภาพภูมิอาการที่เปลี่ยนแปลง เป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกน้ำยุงลายเจริญเติบโตได้ดี และข้อมูลทางวิชาการพบว่า ขณะนี้การเจริญเติบโตของลูกน้ำยุงลายกลายเป็นยุงใช้เวลาเพียง ๕ วัน จาก ๗ วัน ทำให้ปริมาณยุงตัวเต็มวัยเพิ่มมากขึ้น จึงคาดการณ์ว่าในปี 2568 อาจเกิดโรคระบาดของโรคไข้เลือดออก และหากมีรายงานผู้ป่วยไข้เลือดออกจากโรงพยาบาลต่างๆ หรือแม้แต่ในระบบการเฝ้าระวังในพื้นที่ก็ต้องดำเนินการสอบสวนโรคและควบคุมโรคภายใน ๒๔ ชั่วโมงและพ่นสารเคมีรอบบ้านผู้ป่วยรัศมีอย่างน้อย ๑๐๐ เมตร เป็นจำนวน 2 ครั้ง โดยมีระยะห่างกัน 7 วัน เพื่อเป็นการตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรค ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนแนวคิดในการแก้ไขปัญหา จากการตั้งรับไปสู่นโยบายเชิงรุกโดยใช้ยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมให้คนในชุมชนได้ตระหนักถึงสภาพปัญหาของโรคไข้เลือดออก เกิดความรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนของตนเอง พร้อมทั้งหาวิธีการแก้ไข ซึ่งปัญหาของโรคไข้เลือดออกเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก จึงต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของโรคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญและถือเป็นภารกิจที่ต้องช่วยกัน กระตุ้นและชักนำให้ประชาชน องค์กรชุมชน ให้มีส่วนร่วมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จึงเป็นกิจกรรมสำคัญที่ต้องเร่งรัดดำเนินการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสะพานเคียนได้จัดทำ โครงการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก,โรคชิคุนกุนยา และโรคไข้ซิก้าในพื้นที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสะพานเคียนขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชน ชุมชน เกิดความร่วมมือในการกำจัดลูกน้ำยุงลาย และตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกและโรคปวดข้อยุงลาย และวิธีการทำลายแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำเป็นการตัดวงจรพาหนะ นำโรคไข้เลือดออกได้ดีที่สุดและเป็นการควบคุมป้องกันการระบาดของโรคได้แบบยั่งยืน
-
โรคไข้เลือดออกนับเป็นปัญหาสาธารณสุขไทยตลอดมา เพราะไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่สร้างความสูญเสียชีวิตและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและความความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งที่ทุกฝ่ายได้ช่วยกันรณรงค์ป้องกันและควบคุมมาโดยตลอด และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างทั้งภาครัฐและเอกชน พบว่าปัญหาโรคไข้เลือดออกไม่ได้ลดลงมากนัก ยังคงเป็นปัญหาสำคัญในระดับประเทศเรื่อยมา
ตำบลวังมะปรางเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีปัญหาการระบาดของโรคไข้เลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคน ในปี 2564-2568 เท่ากับ 94.25 101.23 94.23 78.25 และ 74.28 ต่อประชากรแสนคน ตามลำดับ ไม่มีผู้ป่วยตาย การระบาดของโรคไข้เลือดออกส่วนมากจะพบผู้ป่วยในช่วงเดือน มิถุนายน – กันยายน ของทุกปี ซึ่งตรงกับการเปิดภาคเรียนที่หนึ่งพอดี และชีวนิสัยของยุงชอบออกหากินเวลากลางวันจึงสันนิฐานได้ว่าการแพร่เชื้อและการกระจายโรค จะเกิดขึ้นได้ทั้ง ชุมชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียน ด้วยเหตุนี้ การควบคุมโรคจะต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจาก ชุมชน โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก องค์การบริหารส่วนตำบล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับสภาพภูมิอาการที่เปลี่ยนแปลง เป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกน้ำยุงลายเจริญเติบโตได้ดี และข้อมูลทางวิชาการพบว่า ขณะนี้การเจริญเติบโตของลูกน้ำยุงลายกลายเป็นยุงใช้เวลาเพียง ๕ วัน จาก ๗ วัน ทำให้ปริมาณยุงตัวเต็มวัยเพิ่มมากขึ้น จึงคาดการณ์ว่าในปี 2568 อาจเกิดโรคระบาดของโรคไข้เลือดออก และหากมีรายงานผู้ป่วยไข้เลือดออกจากโรงพยาบาลต่างๆ หรือแม้แต่ในระบบการเฝ้าระวังในพื้นที่ก็ต้องดำเนินการสอบสวนโรคและควบคุมโรคภายใน ๒๔ ชั่วโมงและพ่นสารเคมีรอบบ้านผู้ป่วยรัศมีอย่างน้อย ๑๐๐ เมตร เป็นจำนวน 2 ครั้ง โดยมีระยะห่างกัน 7 วัน เพื่อเป็นการตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรค
ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนแนวคิดในการแก้ไขปัญหา จากการตั้งรับไปสู่นโยบายเชิงรุกโดยใช้ยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมให้คนในชุมชนได้ตระหนักถึงสภาพปัญหาของโรคไข้เลือดออก เกิดความรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนของตนเอง พร้อมทั้งหาวิธีการแก้ไข ซึ่งปัญหาของโรคไข้เลือดออกเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก จึงต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของโรคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญและถือเป็นภารกิจที่ต้องช่วยกัน กระตุ้นและชักนำให้ประชาชน องค์กรชุมชน ให้มีส่วนร่วมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จึงเป็นกิจกรรมสำคัญที่ต้องเร่งรัดดำเนินการ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสะพานเคียนได้จัดทำ โครงการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก,โรคชิคุนกุนยา และโรคไข้ซิก้าในพื้นที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสะพานเคียนขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชน ชุมชน เกิดความร่วมมือในการกำจัดลูกน้ำยุงลาย และตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกและโรคปวดข้อยุงลาย และวิธีการทำลายแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำเป็นการตัดวงจรพาหนะ นำโรคไข้เลือดออกได้ดีที่สุดและเป็นการควบคุมป้องกันการระบาดของโรคได้แบบยั่งยืน
-
1.เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกไม่ให้เกิด Generation ที่ 2
-
2. เพื่อลดอัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกให้น้อยกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง (พ.ศ. 2564-2568)
-
3. เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกที่ถูกต้อง
-
แกนนำอสม.จำนวน 80 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1. กิจกรรมประชาสัมพันธ์/สื่อสาร ความเสี่ยง 1.จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ควบคุมโรคไข้เลือดออกผ่านช่องทางสื่อต่างๆครอบคลุมพื้นที่เขตรับผิดชอบในโรงเรียน วัด สถานที่ราชการ หมู่บ้าน 2.ให้ความรู้หน้าเสาธงในช่วงฤดูกาลระบาด 3.ให้ความรู้พร้อมกันสื่อสารความ เสี่ยงผ่านแกนนำอสม.ที่ประชุมหมู่ บ้าน 4.การประชุมประชาคมภายในหมู่ บ้านเมื่อเกิดกรณีการระบาดของโรค 5. ประชุม War roomถึงบาท
-
กิจกรรมที่ 1. กิจกรรมประชาสัมพันธ์/สื่อสาร ความเสี่ยง 1.จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ควบคุมโรคไข้เลือดออกผ่านช่องทางสื่อต่างๆครอบคลุมพื้นที่เขตรับผิดชอบในโรงเรียน วัด สถานที่ราชการ หมู่บ้าน 2.ให้ความรู้หน้าเสาธงในช่วงฤดูกาลระบาด 3.ให้ความรู้พร้อมกันสื่อสารความ เสี่ยงผ่านแกนนำอสม.ที่ประชุมหมู่ บ้าน 4.การประชุมประชาคมภายในหมู่ บ้านเมื่อเกิดกรณีการระบาดของโรค 5. ประชุม War roomถึงบาท
-
กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมรณรงค์ทำลายแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำยุงลาย 1. กิจกรรมรณรงค์ทำลายแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำยุงลายและสำรวจภาชนะเสี่ยงต่างๆและปรับปรุงสิ่งแวดล้อมทางกายภาพในชุมชน โดยอาสาสมัครสาธารณสุข 2.รณรงค์ขับเคลื่อนโดยชมรมจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อม เดือนละ 1 ครั้ง บูรณาการกับการเยี่ยมบ้าน อสม. ผู้นำชุมชน และขยายผลสู่ประชาชน 3.การประกวดหมู่บ้านปลอดลูกน้ำยุงลายภายในหมู่บ้านที่รับผิดชอบ 4.สุ่มสำรวจค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายใน พื้นที่ๆมีผู้ป่วยต่อเนื่อง(มีผู้ป่วยสงสัยมากกว่า 2 รายภายใน 28 วัน) 5.การไขว้ประเมินเพื่อสุ่มสำรวจค่า ดัชนีลูกน้ำยุงลายระหว่างหมู่บ้านถึงบาท
-
กิจกรรมที่ 3 กิจกรรมทำลายลูกน้ำและยุงตัวแก่ 1.การติดตามเฝ้าระวังความชุกของลูกน้ำยุงลายทุกเดือน โดย อสม.ในพื้นที่ 2. การออกดำเนินการ สอบสวนและควบคุมโรคเพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อภายในพื้นที่ โดยทีม SRRT รพ.สต.บ้านสะพานเคียน 3.กิจกรรมควบคุมป้องกันโรคไข้ เลือดออกกรณีมีผู้ป่วยสงสัยโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ โดยดำเนินการสอบสวน และควบคุมโรคติดต่อที่เฝ้าระวังใน ชุมชนภายใน 24 ชั่วโมง และลงพื้นที่พ่นหมอกควันรอบบ้านผู้ป่วยรัศมีอย่างน้อย 100 เมตร เป็นจำนวน 2 ครั้งโดยมีระยะห่างกัน 7 วัน และแจกทรายอะเบท และการพ่นหมอกควันในสถานที่ราชการ โรงเรียน วัดศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในช่วงก่อนและหลังฤดูกาลระบาด1 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 256934450 บาท
1.รณรงค์ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายและสำรวจภาชนะเสี่ยงต่างๆและปรับปรุงสิ่งแวดล้อม ทางกายภาพในชุมชน โดยอาสาสมัครสาธารณสุข คณะกรรมการชุมชน นักเรียน และทีม SRRT
2.จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์งานควบคุมโรคผ่านสื่อต่างๆ เพื่อให้ครอบคลุมที่สุด
3. จัดกิจกรรมรณรงค์ควบคุมโรคติดต่อตามฤดูกาลและโรคไข้เลือดออกในชุมชน วัด โรงเรียน และสถานที่ราชการ
4.จัดกิจกรรมประกวดหมู่บ้านปลอดลูกนำยุงลาย
5.สนับสนุนการรณรงค์การกำจัดลูกน้ำยุงลายโดยการวิธี 5 ป 1ข และใช้ทรายอะเบท สารกำจัดลูกน้ำยุงลาย
วิธีดำเนินการ (ออกแบบให้ละเอียด)
กิจกรรมเก็บขยะ 2 ข้างทาง ควบคุมทำลายตัวแก่โดยการพ่นสารเคมีด้วยหมอกควัน หรือการพ่นฝอยละออง ขณะพบผู้ป่วยในช่วงการระบาดของโรคไข้เลือดออก พ่นหมอกควันป้องกัน ในโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก วัด เดือนละ 1 ครั้ง (ตามแผนกิจกรรมแนบท้าย)
และจัดประกวดครัวเรือน / หมู่บ้านต้นแบบโดยเกณฑ์การประกวดประกอบด้วย 5 ด้าน คือ
1. ด้านควบคุมโรค
2.ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม
3.ด้านความสะอาด
4.ด้านความร่วมมือ
5.ด้านการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น
8.การสุ่มสำรวจลูกน้ำยุงลาย โดยการให้ อสม.ต่างหมู่บ้านสำรวจ
9.สรุปปัญหาและข้อเสนอแนะ และประเมินผลการดาเนินงานทุกเดือน (War Room)
ขั้นสรุปผล
1. ประเมินผลการทำงานของโครงการ
2. สรุปผลการดำเนินงานโครงการ
- อัตราการป่วย/ตาย ด้วยโรคไข้เลือดออกลดน้อยลง
- ประชาชน โรงเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลร่วมมือกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ในชุมชนและบ้านเรือน อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
- ประชาชนมีความตระหนักและเห็นความสำคัญของการป้องกันโรคไข้เลือดออก
- สามารถควบคุมโรคไข้เลือดออกได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน เพื่อมิให้มีการแพร่ระบาดในชุมชน
