โครงการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีและไวรัสตับอักเสบซี ในประชาชนกลุ่มเสี่ยงพื้นที่ รพ.สต.บ้านสะพานเคียน
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สถานการณ์ของโรคตับอักเสบทั่วโลก พบว่าทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีมากกว่า 350 ล้านคน ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1.1 ล้านคนในแต่ละปี และคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ.2583 จะมีผู้เสียชีวิตจากโรคตับอักเสบสูงกว่าผู้เสียชีวิตจากเอชไอวี มาลาเรียและวัณโรครวมกัน ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ประมาณ 2.2 - 3 ล้านคน โดยการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B virus : HBV) ส่งผลต่อการเจ็บป่วย เช่น มะเร็งตับ พบในเพศชาย (33.4 ต่อแสนประชากร) และพบในเพศหญิง (12.3 ต่อแสนประชากร) กลุ่มอายุที่พบสูงสุด คือกลุ่มอายุ 45 - 54 ปี รองลงมา คือ กลุ่มอายุ 55 - 64 ปี และ 35 - 44 ปี อัตราป่วย 4.26, 3.43 และ 2.55 ต่อประชากรแสนคน ตามลำดับ พบผู้ป่วยใหม่ในทุกเดือนโดยพบสูงสุดในเดือน ตุลาคมจำนวนผู้ป่วย เท่ากับ 130 ราย และต่ำสุดในเดือน ธันวาคม และ สิงหาคม เท่ากับ 77 ราย โดยในปี พ.ศ.2550 พบผู้ป่วยใหม่สูงกว่าค่ามัธยฐานย้อนหลัง 5 ปีในทุกเดือนในบรรดาโรคร้ายที่คุกคามร่างกายเราได้ สาเหตุของโรคตับอักเสบส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส โดยเฉพาะตับอักเสบบีและซี โดยติดต่อทางเลือดและสารคัดหลั่ง จากแม่สู่ลูกและเกิดก่อนปี พ.ศ.2535 เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อโดยไม่ป้องกัน การสักเจาะหรือการฝังเข็มโดยอุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อไม่ถูกต้อง ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี โดยให้ครบชุด 3 เข็ม ส่วนโรคตับอักเสบซีไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการทานยาต้านไวรัสให้ครบ 12 สัปดาห์ โรคไวรัสตับอักเสบบีและซี เป็นปัญหาคุกคามทำให้ผู้ติดเชื้อมีปัญหาตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง ตับวาย และกลายเป็นมะเร็งตับ ไวรัสตับอักเสบซี ถูกค้นพบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2532 เป็นไวรัสตับอักเสบชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดการอักเสบในตับ สามารถทำให้เกิดการตับอักเสบทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรังตลอดจนตับแข็งและมะเร็งตับ ความรุนแรงของไวรัสชนิดนี้คือ เป็นตับอักเสบเรื้อรังมากกว่าชนิดอื่น และยังไม่มีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ ทำได้ก็เพียงการให้ยาลดไวรัสและป้องกันการเกิดมะเร็งตับเท่านั้น ทั้งนี้ หากประชาชนมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคไวรัสตับอักเสบบีและไวรัสตับอักเสบซี ให้เข้ารับการคัดกรองและเข้าสู่ระบบริการรักษาโดยเร็ว เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคไวรัสตับอักเสบบีและไวรัสตับอักเสบซี ภาวะตับแข็ง และโรคมะเร็งตับ เพื่อนำไปสู่การกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบบีและไวรัสตับอักเสบซีให้หมดไปภายในปี 2573 และเป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุขให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงอายุ 35 ปีขึ้นไป ต้องได้รับการตรวจคัดกรองการติดเชื้อโรคไวรัสตับอักเสบบีและไวรัสตับอักเสบซี จำนวน 1 ครั้ง
ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสขภาพตำบลบ้านสะพานเคียน ได้เห็นความสำคัญของการให้ความรู้ คัดกรอง ค้นหา ประชาชนกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี และไวรัสตับอักเสบซีปี 2569 เพื่อหาแนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกัน การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี และการส่งต่อเพื่อเข้าสู่ระบบการรักษาพยาบาลที่ถูกต้องต่อไป
-
1. เพื่อตรวจคัดกรองการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี กลุ่มประชาชนที่มีความเสี่ยงเกิดก่อนปีพ.ศ.2535 ในพื้นที่รพ.สต.บ้านสะพานเคียน
-
2.เพื่อส่งต่อผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี เข้าสู่บริการดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสม
- เพื่อตรวจคัดกรองการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี กลุ่มประชาชนที่มีความเสี่ยงเกิดก่อนปีพ.ศ.2535 ในพื้นที่รพ.สต.บ้านสะพานเคียน
-
ประชาชนที่มีความเสี่ยงเกิดก่อนปีพ.ศ.2535 อายุในช่วง 33-70 ปี จำนวน 700 คน ในพื้นที่เขตรับผิดชอบรพ.สต.บ้านสะพานเคียน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 จัดกิจกรรมส่งเสริมการป้องกันโรคตรวจคัดกรองค้นหาผู้ป่วยเชิงลุก 1.ประชาสัมพันธ์โครงการในพื้นที่ 2.กิจกรรมตรวจคัดกรองการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี กลุ่มประชาชนที่มีความเสี่ยงถึงบาท
ขั้นเตรียมการ
1.ประชุมคณะทำงาน เพื่อพิจารณาหาแนวทางและวางแผนการดำเนินงาน
2.เขียนโครงการและเสนอโครงการเพื่อขออนุมัติ
3.จัดอบรมให้ความรู้แก่ อสม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่เพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยง
ขั้นดำเนินการ
1.เตรียมรายชื่อกลุ่มเป้าหมายประชากรที่เกิดก่อนปี พ.ศ. 2535 เป็นกลุ่มที่ยังไม่ได้รับวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี
2.การตรวจคัดกรองประเมินความเสี่ยงปรชาชนกลุ่มเสี่ยงอายุ 35 ปีขึ้นไป โดยใช้แบบคัดกรองด้วยวาจาเพื่อรณรงค์ค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ ถ้าพบมีความเสี่ยงข้อใดข้อหนึ่ง ส่งตรวจเลือดผลเป็นบวก Positive ให้คำแนะนำแนวทางการรักษาและส่งต่อเพื่อให้ได้รับการรักษาต่อไป
3. ให้คำแนะนำในการป้องกันและดูแลรักษาโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี
27210
1.ประชากรอายุ 33-70 ปีได้รับการตรวจคัดกรองความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีอย่างครอบคลุมมากขึ้น
2.ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงบริการตรวจสุขภาพและได้รับการส่งต่อ วินิจฉัย รักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสม
3.ลดการแพร่เชื้อและลดโอกาสป่วยด้วยโรคตับอักเสบเรื้อรังจากโรคตับอักเสบบีและซี
