โครงการป้องกันและดูแลสุขภาพจากฝุ่นละออง (PM 2.5) และป้องกันการเผาขยะในตำบลปูยุด ปี 2569
-
จำนวนวันที่ค่า PM2.5 เกินค่ามาตรฐานในรอบปี
-
เพื่อลดจำนวนวันที่ค่า PM2.5 เกินค่ามาตรฐานในรอบปี
จำนวนวันที่ค่า PM2.5 เกินค่ามาตรฐานในรอบปี
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
.2 สำรวจพื้นที่เสี่ยง และกลุ่มเป้าหมาย ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแล ตามความเสี่ยงต่อการเกิดโรค และพื้นที่เสี่ยงการเผาขยะ ฝุ่นละอองที่อาจจะเกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ เป็นต้น 2.3 จัดให้มีการอบรมให้ความรู้ ประชาสัมพันธ์ แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยติดต่อหน่วยงาน ที่สามารถ ให้ความรู้ในการป้องกัน และดูแลสุขภาพจากภัยฝุ่นละออง (PM 2.5) และภัยที่เกิดจากการเผาขยะ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และกระทบต่อพื้นที่ในตำบลปูยุด 2.4 จัดกิจกรรมรณรงค์ในพื้นที่ ให้ความรู้กับประชาชน และแจกแผ่นพับ 2.5 จัดทำป้ายรณรงค์ป้องกันภัยฝุ่นละออง (PM 2.5) และภัยที่เกิดจากการเผาขยะในพื้นที่เสี่ยง ทั้ง 7 หมู่บ้าน 2.6 ประชาสัมพันธ์ โปรเตอร์ แผ่นพับ และทางสื่อออนไลน์ ให้ประชาชนรับรู้ถึงโทษและภัยฝุ่นละออง (PM 2.5) และภัยที่เกิดจากการเผาขยะ 2.7 จัดหาอุปกรณ์ป้องกัน หน้ากากมาตรฐาน ตามวิธีการป้องกันของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2.8 ติดตามสถานการณ์ และเฝ้าระวังสถานการณ์ และแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ทราบเป็นระยะ 2.9 จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานตามโครงการ พร้อมจัดส่งรายงานผลการดำเนินงาน ให้คณะกรรมการกองทุนทราบเมื่อเสร็จสิ้นโครงการ
จากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ที่แพร่กระจายครอบคลุมพื้นที่ ส่วนใหญ่ของประเทศไทย และภูมิภาคข้างเคียง โดยส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ตลอดสัปดาห์ และคาดว่าสถานการณ์จะยังไม่บรรเทาลง (จากรายงานสถานการณ์ และคุณภาพอากาศประเทศไทย
ของกรมควบคุมมลพิษ http://air4thai.pcd.go.th/webV2/) อบต.ปูยุดหากไม่รีบดำเนินการจัดการปัญหาดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ทั้งในระยะสั้น และในระยะยาวได้ ดังนี้ ผลระยะสั้น ฝุ่น PM 2.5 มีขนาดเล็กและมีปริมาณมากที่สามารถทะลุขนจมูก แทรกซึมสู่ระบบทางเดินหายใจ ทะลุผนังปอดและเข้ากระแสเลือดได้อย่างง่ายดาย ผลกระทบที่รับฝุ่นเข้าไปอาจเกิดขึ้นกับร่ายกาย (ภายใน 1 - 2 วัน)
ซึ่งส่วนมากจะเกิดกับระบบทางเดินหายใจ โดยมีอาการ ไอ เจ็บคอ หายใจแล้วมีเสียงฟืดฟาด เลือดกำเดาไหล
มีเสมหะ ซึ่งหากเลือดไหลลงคอก็จะทำให้เสมหะมีเลือดเจือปน ฝุ่นเข้าตาทำให้เกิดโรคเยื่อบุตาอักเสบ ทำให้เกิดอาการ เช่น ตาแดง แสบตา คันตา หรือระคายเคือง หากเกิดอาการเหล่านี้สามารถบรรเทาอาการด้วยวิธีประคบเย็นหรือใช้น้ำตาเทียม บางกรณีอาจไม่จำเป็นต้องรับการรักษาโดยแพทย์ เพราะหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์ นอกเหนือจะทำให้เกิดปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจ ยังมีผลกระทบต่อผิวหนังของเราอีกด้วย กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง เปิดเผยว่า อนุภาคของฝุ่นละอองที่อยู่ในอากาศมีขนาดเล็กเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน สามารถผ่านเข้าสู่เซลล์ผิวหนังได้ ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สามารถจับตัวกับสารเคมีและโลหะต่าง ๆ และนำพาเข้าสู่ผิวหนัง มีผลทำร้ายเซลล์ผิวหนังโดยตรง และทำให้การทำงานของเซลล์ผิวหนังผิดปกติไป สะสมจนอาจเกิดโรคในระยะยาว องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) กำหนดให้ PM 2.5 อยู่ในกลุ่มที่ 1 ของสารก่อมะเร็ง ตั้งแต่ปี 2556 และชี้ว่าคน 9 ใน 10 กำลังหายใจนำอากาศอันเป็นพิษเข้าสู่ร่างกายเป็นประจำทุก ๆ ปี ประชากรโลกกว่า 7 ล้านคน เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ทำให้อายุขัยเฉลี่ยของประชากรลดลง แก่เร็วและอายุสั้นลง แถมยังเพิ่มความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคหลอดเลือดในสมอง การเผชิญหน้ากับมลพิษทางอากาศระยะยาว เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานมากขึ้น และความหนืดของเลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดในสมองได้อันตรายต่อปอดและระบบทางเดินหายใจ ฝุ่นขนาดเล็กเป็นทั้งสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคอันตรายต่อปอดและระบบทางเดินหายใจ สาเหตุหลักคือการสูบบุหรี่ รองลงมาจากมลพิษทางอากาศ ได้แก่ โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคมะเร็งปอด โรคหัวใจขาดเลือด
อนุภาคฝุ่นละอองขนาดเล็กสะสมตะกอนที่เรียกว่า พลาค (Plaque) เสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงเฉียบพลันต่อกล้ามเนื้อหัวใจได้ รวมทั้งหัวใจวาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจเต้นแรงขึ้น อัตราการผันแปรการเต้นของหัวใจลดลง และหลอดเลือดสมองตีบจนถึงตายได้ ผิวเสื่อมชรา การศึกษาในประเทศเยอรมันนีและประเทศจีน พบว่า การสัมผัสฝุ่นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผิวเสื่อมชราได้เร็วขึ้น พบการเกิดจุดด่างดำเพิ่มมากขึ้นบริเวณใบหน้า และเกิดริ้วรอยบริเวณร่องแก้มมากยิ่งขึ้นด้วย ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับการดูแลป้องกันและลดผลกระทบด้านสุขภาพที่เกิดจากฝุ่นละออง PM 2.5 อบต.ปูยุด จึงจัดทำโครงการป้องกันและดูแลสุขภาพจากฝุ่นละออง (PM 2.5) เพื่อขอรับสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ อบต.ปูยุดถึงบาท -
.2 สำรวจพื้นที่เสี่ยง และกลุ่มเป้าหมาย ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแล ตามความเสี่ยงต่อการเกิดโรค และพื้นที่เสี่ยงการเผาขยะ ฝุ่นละอองที่อาจจะเกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ เป็นต้น 2.3 จัดให้มีการอบรมให้ความรู้ ประชาสัมพันธ์ แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยติดต่อหน่วยงาน ที่สามารถ ให้ความรู้ในการป้องกัน และดูแลสุขภาพจากภัยฝุ่นละออง (PM 2.5) และภัยที่เกิดจากการเผาขยะ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และกระทบต่อพื้นที่ในตำบลปูยุด 2.4 จัดกิจกรรมรณรงค์ในพื้นที่ ให้ความรู้กับประชาชน และแจกแผ่นพับ 2.5 จัดทำป้ายรณรงค์ป้องกันภัยฝุ่นละออง (PM 2.5) และภัยที่เกิดจากการเผาขยะในพื้นที่เสี่ยง ทั้ง 7 หมู่บ้าน 2.6 ประชาสัมพันธ์ โปรเตอร์ แผ่นพับ และทางสื่อออนไลน์ ให้ประชาชนรับรู้ถึงโทษและภัยฝุ่นละออง (PM 2.5) และภัยที่เกิดจากการเผาขยะ 2.7 จัดหาอุปกรณ์ป้องกัน หน้ากากมาตรฐาน ตามวิธีการป้องกันของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2.8 ติดตามสถานการณ์ และเฝ้าระวังสถานการณ์ และแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ทราบเป็นระยะ 2.9 จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานตามโครงการ พร้อมจัดส่งรายงานผลการดำเนินงาน ให้คณะกรรมการกองทุนทราบเมื่อเสร็จสิ้นโครงการถึงบาท
-
1. สำรวจพื้นที่เสี่ยง และกลุ่มเป้าหมาย ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแล ตามความเสี่ยงต่อการเกิดโรค และพื้นที่เสี่ยงการเผาขยะ ฝุ่นละอองที่อาจจะเกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้เป็นต้น 2. จัดให้มีการอบรมให้ความรู้ ประชาสัมพันธ์ แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยติดต่อหน่วยงาน ที่สามารถ ให้ความรู้ในการป้องกัน และดูแลสุขภาพจากภัยฝุ่นละออง (PM 2.5) และภัยที่เกิดจากการเผาขยะ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และกระทบต่อพื้นที่ในตำบลปูยุด 3.จัดกิจกรรมรณรงค์ในพื้นที่ ให้ความรู้กับประชาชน และแจกแผ่นพับ 4.จัดทำป้ายรณรงค์ป้องกันภัยฝุ่นละออง (PM 2.5) และภัยที่เกิดจากการเผาขยะในพื้นที่เสี่ยง ทั้ง 7 หมู่บ้าน 5.ประชาสัมพันธ์ โปรเตอร์ แผ่นพับ และทางสื่อออนไลน์ ให้ประชาชนรับรู้ถึงโทษและภัยฝุ่นละออง (PM 2.5) และภัยที่เกิดจากการเผาขยะ 6.จัดหาอุปกรณ์ป้องกัน หน้ากากมาตรฐาน ตามวิธีการป้องกันของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 7. ติดตามสถานการณ์ และเฝ้าระวังสถานการณ์ และแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ทราบเป็นระยะ 8. จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานตามโครงการ พร้อมจัดส่งรายงานผลการดำเนินงาน ให้คณะกรรมการกองทุนทราบเมื่อเสร็จสิ้นโครงการถึงบาท
-
1. สำรวจพื้นที่เสี่ยง และกลุ่มเป้าหมาย ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแล ตามความเสี่ยงต่อการเกิดโรค และพื้นที่เสี่ยงการเผาขยะ ฝุ่นละอองที่อาจจะเกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้เป็นต้น 2. จัดให้มีการอบรมให้ความรู้ ประชาสัมพันธ์ แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยติดต่อหน่วยงาน ที่สามารถ ให้ความรู้ในการป้องกัน และดูแลสุขภาพจากภัยฝุ่นละออง (PM 2.5) และภัยที่เกิดจากการเผาขยะ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และกระทบต่อพื้นที่ในตำบลปูยุด 3.จัดกิจกรรมรณรงค์ในพื้นที่ ให้ความรู้กับประชาชน และแจกแผ่นพับ 4.จัดทำป้ายรณรงค์ป้องกันภัยฝุ่นละออง (PM 2.5) และภัยที่เกิดจากการเผาขยะในพื้นที่เสี่ยง ทั้ง 7 หมู่บ้าน 5.ประชาสัมพันธ์ โปรเตอร์ แผ่นพับ และทางสื่อออนไลน์ ให้ประชาชนรับรู้ถึงโทษและภัยฝุ่นละออง (PM 2.5) และภัยที่เกิดจากการเผาขยะ 6.จัดหาอุปกรณ์ป้องกัน หน้ากากมาตรฐาน ตามวิธีการป้องกันของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 7. ติดตามสถานการณ์ และเฝ้าระวังสถานการณ์ และแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ทราบเป็นระยะ 8. จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานตามโครงการ พร้อมจัดส่งรายงานผลการดำเนินงาน ให้คณะกรรมการกองทุนทราบเมื่อเสร็จสิ้นโครงการถึง39900 บาท
