โครงการตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วัน plus สู่ 2,500 วัน ตำบลป่าแฝก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย
-
กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
-
องค์การบริหารส่วนตำบลป่าแฝก หรือสถานที่อื่นตามความเหมาะสมเห็นสมควร
-
ปัจจุบันประเทศไทย มีประเด็นความท้าทายการพัฒนาในหลายมิติที่กำลังเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วรวมถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่มีสัดส่วนประชากรวัยเด็กและวัยทำงานลดลง ใน ขณะเดียวกันประชากรสูงอายุเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ได้กำหนดทิศทาง การพัฒนาในระยะยาว ที่จะมุ่งสู่วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว และสามารถเปลี่ยนผ่านประเทศไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ใหม่ของโลกได้” จึงมีเป้าหมายสำคัญ คือ การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต เพื่อการพัฒนาในทุกมิติและทุกช่วงวัย ให้เป็นคนดี คนเก่งและมีคุณภาพ โดยเฉพาะเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นต้นน้ำของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตของประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม เพิ่มการกระจายรายได้ และพัฒนาการให้บริการทางสังคมที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง และขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจและสังคม ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564 – 2570 คือ เด็กปฐมวัยทุกคน ต้องได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน เต็มตามศักยภาพ ภายใต้การมีส่วนร่วมระดมทรัพยากรที่เพียงพอ ต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับ พร้อมส่งต่อพลเมืองคุณภาพของชาติ “1,000 วันแรกของชีวิต” ถือเป็นต้นน้ำของการสร้างรากฐานการมีภาวะสุขภาพที่ดีตลอดช่วงชีวิต โดยเริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์มารดา จนถึงอายุ 2 ปี ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสทองของการสร้างทุนมนุษย์ที่สำคัญ และคุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงที่สมองมีการพัฒนาสูงสุด ทั้งการสร้างเซลล์สมองและ การเชื่อมโยงเซลล์สมองกับโครงข่ายเส้นใยประสาท ทำให้เด็กมีความสามารถในการเรียนรู้จดจำและมีการ เจริญเติบโตด้านร่างกายอย่างรวดเร็ว ส่วนสูงของเด็กที่อายุ 2 – 3 ปี ถือเป็น Proxy indicator ของสุขภาพ ผู้ใหญ่และเป็นทุนมนุษย์ที่สำคัญ จากการสำรวจพัฒนาการในเด็กไทยพบว่า เด็กอายุ 0–5 ปี มีพัฒนาการล่าช้ากว่าร้อยละ 30 หรือประมาณ 4 ล้านคน และจากข้อมูลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่าแฝก ปี 2566,2567 และ 2568 หญิงตั้งครรภ์ฝากครรภ์ ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 85.71% และเด็กได้รับการตรวจพัฒนาการ คิดเป็นร้อยละ 83.15% และเด็กมีพัฒนาการสมวัย คิดเป็นร้อยละ 82.02% และเด็กแรกเกิด-ต่ำกว่า 6 เดือนกินนมแม่อย่างเดียวคิดเป็นร้อยละ 92.31% และเด็กอายุ 0-5 ปีสูงดีสมส่วนคิดเป็นร้อยละ 72.34% และส่วนเด็กอายุ 3 ปี ฟันผุ คิดเป็นร้อยละ 36.84% และ (ข้อมูลโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่าแฝก ,30 กันยายน 2568) สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อการพัฒนาสติปัญญารวมถึง การเจริญเติบโตที่สมวัยของเด็ก ทั้งสิ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมให้พื้นที่ดำเนินงานตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วัน Plus การดูแลและส่งเสริมสุขภาพสตรีและเด็กตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์มารดาในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต ต่อเนื่องไปจนถึงเด็กอายุ 5 ปี รวมถึงการส่งเสริมให้หญิงวัยเจริญพันธุ์มีความพร้อมตั้งแต่ระยะก่อนตั้งครรภ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการส่งเสริมให้การตั้งครรภ์มีคุณภาพ ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย และเด็กปฐมวัยเติบโตเต็มศักยภาพโดยการร่วมลงทุนและการมีส่วนร่วมของชุมชน ท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย ทุกภาคส่วน ในทุกกิจกรรมสำคัญ (กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน) .ผ่านกลไกที่มีอยู่ในพื้นที่ดำเนินการในรูปของประชารัฐซึ่งบูรณาการสุขภาพทั้งงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ได้แก่โภชนาการ พัฒนาการ กิจกรรมทางกาย การนอน สุขภาพช่องปาก สุขาภิบาลอาหารและน้ำ อนามัยสิ่งแวดล้อม โดยใช้กลไกของตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิตให้เกิดคลินิกฝากครรภ์คุณภาพ และคลินิกสุขภาพเด็กดีคุณภาพ ครอบครัวคุณภาพ ร่วมกับการเพิ่มกิจกรรมทางสังคม เช่น การกอด การอ่าน,การเล่านิทาน ฝึกวินัย มีทักษะมีมาตรการทางสังคมในชุมชน/หมู่บ้าน มีทีมพัฒนาเด็กและครอบครัว โดยท้องถิ่นและภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมลงทุนและมีส่วนร่วมขับเคลื่อนงานผ่านคณะกรรมการดำเนินงานตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต ระบบและกลไกการดำเนินงานส่งเสริมเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วนและพัฒนาการสมวัย และความครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายเกิดการพัฒนาสุขภาพเด็กด้วยการตรวจคัดกรองสุขภาพขั้นพื้นฐานการประเมินพัฒนาการ การกระตุ้นพัฒนาการเด็ก และการดูแลสุขภาพช่องปาก ด้วยความสัมพันธ์ในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน นั้น กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดทำโครงการตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต Plus สู่ 2,500 วัน ตำบลป่าแฝก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ปีงบประมาณ 2569 ขึ้น
-
ปัจจุบันประเทศไทย มีประเด็นความท้าทายการพัฒนาในหลายมิติที่กำลังเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วรวมถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่มีสัดส่วนประชากรวัยเด็กและวัยทำงานลดลง ใน ขณะเดียวกันประชากรสูงอายุเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ได้กำหนดทิศทาง การพัฒนาในระยะยาว ที่จะมุ่งสู่วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว และสามารถเปลี่ยนผ่านประเทศไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ใหม่ของโลกได้” จึงมีเป้าหมายสำคัญ คือ การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต เพื่อการพัฒนาในทุกมิติและทุกช่วงวัย ให้เป็นคนดี คนเก่งและมีคุณภาพ โดยเฉพาะเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นต้นน้ำของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตของประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม เพิ่มการกระจายรายได้ และพัฒนาการให้บริการทางสังคมที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง และขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจและสังคม ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564 – 2570 คือ เด็กปฐมวัยทุกคน ต้องได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน เต็มตามศักยภาพ ภายใต้การมีส่วนร่วมระดมทรัพยากรที่เพียงพอ ต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับ พร้อมส่งต่อพลเมืองคุณภาพของชาติ “1,000 วันแรกของชีวิต” ถือเป็นต้นน้ำของการสร้างรากฐานการมีภาวะสุขภาพที่ดีตลอดช่วงชีวิต โดยเริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์มารดา จนถึงอายุ 2 ปี ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสทองของการสร้างทุนมนุษย์ที่สำคัญ และคุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงที่สมองมีการพัฒนาสูงสุด ทั้งการสร้างเซลล์สมองและ การเชื่อมโยงเซลล์สมองกับโครงข่ายเส้นใยประสาท ทำให้เด็กมีความสามารถในการเรียนรู้จดจำและมีการ เจริญเติบโตด้านร่างกายอย่างรวดเร็ว ส่วนสูงของเด็กที่อายุ 2 – 3 ปี ถือเป็น Proxy indicator ของสุขภาพ ผู้ใหญ่และเป็นทุนมนุษย์ที่สำคัญ จากการสำรวจพัฒนาการในเด็กไทยพบว่า เด็กอายุ 0–5 ปี มีพัฒนาการล่าช้ากว่าร้อยละ 30 หรือประมาณ 4 ล้านคน และจากข้อมูลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่าแฝก ปี 2566,2567 และ 2568 หญิงตั้งครรภ์ฝากครรภ์ ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 85.71% และเด็กได้รับการตรวจพัฒนาการ คิดเป็นร้อยละ 83.15% และเด็กมีพัฒนาการสมวัย คิดเป็นร้อยละ 82.02% และเด็กแรกเกิด-ต่ำกว่า 6 เดือนกินนมแม่อย่างเดียวคิดเป็นร้อยละ 92.31% และเด็กอายุ 0-5 ปีสูงดีสมส่วนคิดเป็นร้อยละ 72.34% และส่วนเด็กอายุ 3 ปี ฟันผุ คิดเป็นร้อยละ 36.84% และ (ข้อมูลโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่าแฝก ,30 กันยายน 2568) สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อการพัฒนาสติปัญญารวมถึง การเจริญเติบโตที่สมวัยของเด็ก ทั้งสิ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมให้พื้นที่ดำเนินงานตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วัน Plus การดูแลและส่งเสริมสุขภาพสตรีและเด็กตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์มารดาในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต ต่อเนื่องไปจนถึงเด็กอายุ 5 ปี รวมถึงการส่งเสริมให้หญิงวัยเจริญพันธุ์มีความพร้อมตั้งแต่ระยะก่อนตั้งครรภ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการส่งเสริมให้การตั้งครรภ์มีคุณภาพ ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย และเด็กปฐมวัยเติบโตเต็มศักยภาพโดยการร่วมลงทุนและการมีส่วนร่วมของชุมชน ท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย ทุกภาคส่วน ในทุกกิจกรรมสำคัญ (กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน) .ผ่านกลไกที่มีอยู่ในพื้นที่ดำเนินการในรูปของประชารัฐซึ่งบูรณาการสุขภาพทั้งงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ได้แก่โภชนาการ พัฒนาการ กิจกรรมทางกาย การนอน สุขภาพช่องปาก สุขาภิบาลอาหารและน้ำ อนามัยสิ่งแวดล้อม โดยใช้กลไกของตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิตให้เกิดคลินิกฝากครรภ์คุณภาพ และคลินิกสุขภาพเด็กดีคุณภาพ ครอบครัวคุณภาพ ร่วมกับการเพิ่มกิจกรรมทางสังคม เช่น การกอด การอ่าน,การเล่านิทาน ฝึกวินัย มีทักษะมีมาตรการทางสังคมในชุมชน/หมู่บ้าน มีทีมพัฒนาเด็กและครอบครัว โดยท้องถิ่นและภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมลงทุนและมีส่วนร่วมขับเคลื่อนงานผ่านคณะกรรมการดำเนินงานตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต ระบบและกลไกการดำเนินงานส่งเสริมเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วนและพัฒนาการสมวัย และความครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายเกิดการพัฒนาสุขภาพเด็กด้วยการตรวจคัดกรองสุขภาพขั้นพื้นฐานการประเมินพัฒนาการ การกระตุ้นพัฒนาการเด็ก และการดูแลสุขภาพช่องปาก ด้วยความสัมพันธ์ในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน นั้น กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดทำโครงการตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต Plus สู่ 2,500 วัน ตำบลป่าแฝก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ปีงบประมาณ 2569 ขึ้น
-
ปัจจุบันประเทศไทย มีประเด็นความท้าทายการพัฒนาในหลายมิติที่กำลังเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วรวมถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่มีสัดส่วนประชากรวัยเด็กและวัยทำงานลดลง ใน ขณะเดียวกันประชากรสูงอายุเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ได้กำหนดทิศทาง การพัฒนาในระยะยาว ที่จะมุ่งสู่วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว และสามารถเปลี่ยนผ่านประเทศไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ใหม่ของโลกได้” จึงมีเป้าหมายสำคัญ คือ การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต เพื่อการพัฒนาในทุกมิติและทุกช่วงวัย ให้เป็นคนดี คนเก่งและมีคุณภาพ โดยเฉพาะเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นต้นน้ำของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตของประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม เพิ่มการกระจายรายได้ และพัฒนาการให้บริการทางสังคมที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง และขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจและสังคม ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564 – 2570 คือ เด็กปฐมวัยทุกคน ต้องได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน เต็มตามศักยภาพ ภายใต้การมีส่วนร่วมระดมทรัพยากรที่เพียงพอ ต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับ พร้อมส่งต่อพลเมืองคุณภาพของชาติ “1,000 วันแรกของชีวิต” ถือเป็นต้นน้ำของการสร้างรากฐานการมีภาวะสุขภาพที่ดีตลอดช่วงชีวิต โดยเริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์มารดา จนถึงอายุ 2 ปี ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสทองของการสร้างทุนมนุษย์ที่สำคัญ และคุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงที่สมองมีการพัฒนาสูงสุด ทั้งการสร้างเซลล์สมองและ การเชื่อมโยงเซลล์สมองกับโครงข่ายเส้นใยประสาท ทำให้เด็กมีความสามารถในการเรียนรู้จดจำและมีการ เจริญเติบโตด้านร่างกายอย่างรวดเร็ว ส่วนสูงของเด็กที่อายุ 2 – 3 ปี ถือเป็น Proxy indicator ของสุขภาพ ผู้ใหญ่และเป็นทุนมนุษย์ที่สำคัญ จากการสำรวจพัฒนาการในเด็กไทยพบว่า เด็กอายุ 0–5 ปี มีพัฒนาการล่าช้ากว่าร้อยละ 30 หรือประมาณ 4 ล้านคน และจากข้อมูลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่าแฝก ปี 2566,2567 และ 2568 หญิงตั้งครรภ์ฝากครรภ์ ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 85.71% และเด็กได้รับการตรวจพัฒนาการ คิดเป็นร้อยละ 83.15% และเด็กมีพัฒนาการสมวัย คิดเป็นร้อยละ 82.02% และเด็กแรกเกิด-ต่ำกว่า 6 เดือนกินนมแม่อย่างเดียวคิดเป็นร้อยละ 92.31% และเด็กอายุ 0-5 ปีสูงดีสมส่วนคิดเป็นร้อยละ 72.34% และส่วนเด็กอายุ 3 ปี ฟันผุ คิดเป็นร้อยละ 36.84% และ (ข้อมูลโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่าแฝก ,30 กันยายน 2568) สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อการพัฒนาสติปัญญารวมถึง การเจริญเติบโตที่สมวัยของเด็ก ทั้งสิ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมให้พื้นที่ดำเนินงานตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วัน Plus การดูแลและส่งเสริมสุขภาพสตรีและเด็กตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์มารดาในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต ต่อเนื่องไปจนถึงเด็กอายุ 5 ปี รวมถึงการส่งเสริมให้หญิงวัยเจริญพันธุ์มีความพร้อมตั้งแต่ระยะก่อนตั้งครรภ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการส่งเสริมให้การตั้งครรภ์มีคุณภาพ ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย และเด็กปฐมวัยเติบโตเต็มศักยภาพโดยการร่วมลงทุนและการมีส่วนร่วมของชุมชน ท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย ทุกภาคส่วน ในทุกกิจกรรมสำคัญ (กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน) .ผ่านกลไกที่มีอยู่ในพื้นที่ดำเนินการในรูปของประชารัฐซึ่งบูรณาการสุขภาพทั้งงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ได้แก่โภชนาการ พัฒนาการ กิจกรรมทางกาย การนอน สุขภาพช่องปาก สุขาภิบาลอาหารและน้ำ อนามัยสิ่งแวดล้อม โดยใช้กลไกของตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิตให้เกิดคลินิกฝากครรภ์คุณภาพ และคลินิกสุขภาพเด็กดีคุณภาพ ครอบครัวคุณภาพ ร่วมกับการเพิ่มกิจกรรมทางสังคม เช่น การกอด การอ่าน,การเล่านิทาน ฝึกวินัย มีทักษะมีมาตรการทางสังคมในชุมชน/หมู่บ้าน มีทีมพัฒนาเด็กและครอบครัว โดยท้องถิ่นและภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมลงทุนและมีส่วนร่วมขับเคลื่อนงานผ่านคณะกรรมการดำเนินงานตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต ระบบและกลไกการดำเนินงานส่งเสริมเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วนและพัฒนาการสมวัย และความครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายเกิดการพัฒนาสุขภาพเด็กด้วยการตรวจคัดกรองสุขภาพขั้นพื้นฐานการประเมินพัฒนาการ การกระตุ้นพัฒนาการเด็ก และการดูแลสุขภาพช่องปาก ด้วยความสัมพันธ์ในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน นั้น กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดทำโครงการตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต Plus สู่ 2,500 วัน ตำบลป่าแฝก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ปีงบประมาณ 2569 ขึ้น
-
จากการสำรวจพัฒนาการในเด็กไทยพบว่า เด็กอายุ 0–5 ปี มีพัฒนาการล่าช้ากว่าร้อยละ 30 หรือประมาณ 4 ล้านคน และจากข้อมูลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่าแฝก ปี 2566,2567 และ 2568 หญิงตั้งครรภ์ฝากครรภ์ ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 85.71% และเด็กได้รับการตรวจพัฒนาการ คิดเป็นร้อยละ 83.15% และเด็กมีพัฒนาการสมวัย คิดเป็นร้อยละ 82.02% และเด็กแรกเกิด-ต่ำกว่า 6 เดือนกินนมแม่อย่างเดียวคิดเป็นร้อยละ 92.31% เด็กอายุ 0-5 ปีสูงดีสมส่วนคิดเป็นร้อยละ 72.34% ส่วนเด็กอายุ 3 ปี ฟันผุ คิดเป็นร้อยละ 36.84% (ข้อมูลโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่าแฝก ,30 กันยายน 2568)
-
จากการสำรวจพัฒนาการในเด็กไทยพบว่า เด็กอายุ 0–5 ปี มีพัฒนาการล่าช้ากว่าร้อยละ 30 หรือประมาณ 4 ล้านคน และจากข้อมูลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่าแฝก ปี 2566,2567 และ 2568 หญิงตั้งครรภ์ฝากครรภ์ ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 85.71% และเด็กได้รับการตรวจพัฒนาการ คิดเป็นร้อยละ 83.15% และเด็กมีพัฒนาการสมวัย คิดเป็นร้อยละ 82.02% และเด็กแรกเกิด-ต่ำกว่า 6 เดือนกินนมแม่อย่างเดียวคิดเป็นร้อยละ 92.31% เด็กอายุ 0-5 ปีสูงดีสมส่วนคิดเป็นร้อยละ 72.34% ส่วนเด็กอายุ 3 ปี ฟันผุ คิดเป็นร้อยละ 36.84% (ข้อมูลโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่าแฝก ,30 กันยายน 2568)
-
จากการสำรวจพัฒนาการในเด็กไทยพบว่า เด็กอายุ 0–5 ปี มีพัฒนาการล่าช้ากว่าร้อยละ 30 หรือประมาณ 4 ล้านคน และจากข้อมูลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่าแฝก ปี 2566,2567 และ 2568 หญิงตั้งครรภ์ฝากครรภ์ ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 85.71% และเด็กได้รับการตรวจพัฒนาการ คิดเป็นร้อยละ 83.15% และเด็กมีพัฒนาการสมวัย คิดเป็นร้อยละ 82.02% และเด็กแรกเกิด-ต่ำกว่า 6 เดือนกินนมแม่อย่างเดียวคิดเป็นร้อยละ 92.31% เด็กอายุ 0-5 ปีสูงดีสมส่วนคิดเป็นร้อยละ 72.34% ส่วนเด็กอายุ 3 ปี ฟันผุ คิดเป็นร้อยละ 36.84% (ข้อมูลโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่าแฝก ,30 กันยายน 2568)
-
จากการสำรวจพัฒนาการในเด็กไทยพบว่า เด็กอายุ 0–5 ปี มีพัฒนาการล่าช้ากว่าร้อยละ 30 หรือประมาณ 4 ล้านคน และจากข้อมูลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่าแฝก ปี 2566,2567 และ 2568 หญิงตั้งครรภ์ฝากครรภ์ ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 85.71% และเด็กได้รับการตรวจพัฒนาการ คิดเป็นร้อยละ 83.15% และเด็กมีพัฒนาการสมวัย คิดเป็นร้อยละ 82.02% และเด็กแรกเกิด-ต่ำกว่า 6 เดือนกินนมแม่อย่างเดียวคิดเป็นร้อยละ 92.31% เด็กอายุ 0-5 ปีสูงดีสมส่วนคิดเป็นร้อยละ 72.34% ส่วนเด็กอายุ 3 ปี ฟันผุ คิดเป็นร้อยละ 36.84% (ข้อมูลโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่าแฝก ,30 กันยายน 2568)
-
1. เพื่อพัฒนามาตราฐานตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วัน Plus สู่ 2,500 วัน
-
2. เพื่อให้เด็กปฐมวัยมีพัฒนา การสมวัย
-
3. เพื่อให้เด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วนและส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 5 ปี
-
4. เพื่อให้เด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุ
-
คณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบลป่าแฝก อำเภอกงไกรลาศ กลุ่มวัยสตรีและเด็กปฐมวัย ประเด็น ตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต สู่ 2,500 วันจำนวน 22 คน
-
แกนนำมหัศจรรย์ 1,000 วันแรก ของชีวิต หมู่บ้านละ 3 คน จำนวน 18 คน (หมู่ที่ 1-9)
-
เด็กปฐมวัย อายุ 0-5 ปี (หมู่ที่ 1-9) จำนวน 100 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 ประชุมชี้แจงการดำเนินงาน
- ประชุมคณะอนุกรรมการการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบล รายประเด็นตามกลุ่มวัย สตรีและเด็กปฐมวัย ประเด็น ตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต สู่ 2,500 วัน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 22 คนๆละ 35 บาท/2 มื้อ - ค่าอาหารกลางวันพร้อมน้ำดื่ม จำนวน 22 คนๆละ 80 บาท/1 มื้อ
2. ประชุมแกนนำมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 18 คนๆละ 35 บาท/ 2 มื้อ - ค่าอาหารกลางวันพร้อมน้ำดื่ม จำนวน 18 คนๆละ 80 บาท/1 มื้อถึงผลผลิต (Output) - คณะอนุกรรมการฯ เข้าร่วมประชุม: คณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบล (กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย) ตำบลป่าแฝก เข้าร่วมประชุมรับทราบแนวทางและวางแผนงาน จำนวน 22 คน (คิดเป็นร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมาย) - แกนนำฯ เข้าร่วมประชุม: แกนนำมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต ตำบลป่าแฝก เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงบทบาทหน้าที่และการขับเคลื่อนงาน จำนวน 18 คน (คิดเป็นร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมาย) - แผนการดำเนินงาน: ได้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนโครงการตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต Plus สู่ 2,500 วัน ระดับตำบลป่าแฝก จำนวน 1 แผน ที่ผ่านมติความเห็นชอบร่วมกัน
ผลลัพธ์ (Outcome) - ความรู้ความเข้าใจ: คณะอนุกรรมการฯ และแกนนำ มีความรู้ ความเข้าใจในแนวทางการดูแลสุขภาพกลุ่มสตรีตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย (0–2,500 วัน) อย่างถูกต้องชัดเจน - กลไกการทำงานร่วมกัน: เกิดการบูรณาการและการมีส่วนร่วมระหว่างภาคีเครือข่ายระดับตำบลและแกนนำชุมชนในการดูแล ติดตาม หญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัยในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม - ความพร้อมในการขับเคลื่อน: ชุมชนมีแกนนำที่มีความพร้อมและสามารถทำหน้าที่สื่อสาร ให้คำแนะนำ และติดตามภาวะโภชนาการ/พัฒนาการเด็กในพื้นที่ตำบลป่าแฝกได้อย่างมีประสิทธิภาพตามแผนงาน
6000 บาท - ประชุมคณะอนุกรรมการการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบล รายประเด็นตามกลุ่มวัย สตรีและเด็กปฐมวัย ประเด็น ตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต สู่ 2,500 วัน
-
กิจกรรมที่ 2 ดำเนินกิจกรรมตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วัน Plus สู่ฟ 2,500 วัน
- การเจริญเติบโตและโภชนาการ (Diet) 1.1 กิโลดิจิตอล จำนวน 2 เครื่องๆละ 2,500 บาท
1.2 ที่วัดส่วนสูงแบบพกพา จำนวน 2 อันๆละ 3,550 บาท
1.3 กราฟเฝ้าระวังภาวะโภชนาการ (ตามจำนวนหมู่บ้าน)
- โปรสเตอร์กราฟแสดงน้ำหนักตามเกณฑ์อายุของเด็กอายุ 0-5 ปี ขนาด 30X 42 ซม.จำนวน 9 แผ่นๆละ 15 บาท
- โปรสเตอร์กราฟแสดงส่วนสูงตามเกณฑ์อายุของเด็กอายุ 0-5 ปี ขนาด 30 X 42 ซม.จำนวน 9 แผ่นๆละ 15 บาท
- โปรสเตอร์กราฟแสดงน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูงของเด็กอายุ 0-5 ปี ขนาด 30 X 42 ซม. จำนวน 9 แผ่นๆละ 15 บาทถึงผลผลิต (Output)
เครื่องมือและอุปกรณ์มาตรฐาน: หน่วยบริการ/แกนนำในพื้นที่ มีอุปกรณ์ตรวจวัดการเจริญเติบโตที่ได้มาตรฐานใช้งาน ได้แก่ เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัล จำนวน 2 เครื่อง และที่วัดส่วนสูงแบบพกพา จำนวน 2 ชุด
สื่อเฝ้าระวังประจำพื้นที่: หมู่บ้านในตำบลป่าแฝกทั้ง 9 หมู่บ้าน มีโปสเตอร์กราฟเฝ้าระวังการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการครบทั้ง 3 ด้าน (น้ำหนักตามเกณฑ์อายุ, ส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ, น้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง) รวม 27 แผ่น (หมู่บ้านละ 1 ชุด 3 แผ่น)
การเข้าถึงการคัดกรอง: เด็กอายุ 0–5 ปี ในเขตตำบลป่าแฝกได้รับการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงด้วยเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน ครอบคลุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
ผลลัพธ์ (Outcome)
ความแม่นยำในการติดตามการเจริญเติบโต: การประเมินภาวะโภชนาการและการเจริญเติบโตของเด็กปฐมวัยในพื้นที่มีความถูกต้อง แม่นยำ และเป็นมาตรฐานเดียวกัน
การตรวจพบและแก้ไขปัญหาได้เร็ว (Early Detection): ชุมชนและเจ้าหน้าที่สามารถคัดกรอง ค้นพบเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการ (เริ่มอ้วน/อ้วน, ผอม, ค่อนข้างเตี้ย/เตี้ย) ได้รวดเร็ว และส่งต่อเข้าสู่กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม/ดูแลแก้ไขได้ทันเวลา
การตระหนักรู้ของชุมชนและผู้ปกครอง: ผู้ปกครองและแกนนำชุมชนสามารถอ่านค่า แปลผลกราฟการเจริญเติบโตของเด็กได้ด้วยตนเอง เกิดความตระหนักในการดูแลโภชนาการที่เหมาะสมตามวัย เพื่อให้เด็กมีรูปร่างสมส่วน สูงดีสมวัย ตามเป้าหมาย 2,500 วันแรกของชีวิต
12505 บาท - การเจริญเติบโตและโภชนาการ (Diet) 1.1 กิโลดิจิตอล จำนวน 2 เครื่องๆละ 2,500 บาท
-
การตรวจคัดกรองสุขภาพและพัฒนาการ
วัสดุอุปกรณ์ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก DSPM ( 0-6 ปี) จำนวน 2 ชุดๆละ 3,000 บาท
ถึงผลผลิต (Output)
ชุดอุปกรณ์มาตรฐาน: หน่วยบริการ/พื้นที่ตำบลป่าแฝก มีชุดคู่มือและอุปกรณ์ประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยตามช่วงอายุ (DSPM) ที่ได้มาตรฐาน พร้อมใช้งาน จำนวน 2 ชุด
ความครอบคลุมของการคัดกรอง: เด็กปฐมวัย (0–6 ปี) ในตำบลป่าแฝก โดยเฉพาะช่วงอายุคัดกรองสำคัญ (9, 18, 30, 42 และ 60 เดือน) ได้รับการประเมินและกระตุ้นพัฒนาการด้วยชุดอุปกรณ์ DSPM ครอบคลุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
ผลลัพธ์ (Outcome)
ตรวจพบความล่าช้าได้รวดเร็ว (Early Detection & Intervention): สามารถคัดกรอง ค้นพบเด็กที่มีพัฒนาการสงสัยล่าช้า (Suspected Delay) ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก พร้อมให้การกระตุ้นและส่งต่อเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือแก้ไขได้ทันท่วงที
การส่งเสริมพัฒนาการรอบด้าน: เด็กปฐมวัยได้รับการกระตุ้นทักษะครบทั้ง 5 ด้าน (การเคลื่อนไหว, กล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญา, ความเข้าใจภาษา, การใช้ภาษา, และการช่วยเหลือตนเอง/สังคม) อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
ศักยภาพของผู้ดูแลและเจ้าหน้าที่: เจ้าหน้าที่สาธารณสุข แกนนำ และผู้ปกครอง มีเครื่องมือฝึกทักษะจริง สามารถนำแนวทางการส่งเสริมพัฒนาการตามคู่มือ DSPM ไปปรับใช้และกระตุ้นเด็กอย่างต่อเนื่องที่บ้านได้ ส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการสมวัยในระยะยาว
6000 บาท -
ด้านสิ่งแวดล้อมความปลอดภัยและการป้องกันควบคุมโรค (Disease)
3.1 ชุดทดสอบอย่างง่ายทางภาคสนาม (ตามจำนวน ศพด/รร.ประถมศึกษา) - อ.31 (ชุดตรวจสอบคลอรีนอิสระคงเหลือในน้ำ) จำนวน 1 ชุดๆ ละ 2 ขวด
- อ 11 (ชุดตรวจสอบโคลิฟอร์มแบคทีเรีย) ชุดประหยัด สำหรับตรวจน้ำบริโภค/น้ำแข็ง จำนวน 1 ชุดๆละ 20 ขวด - อ.13 (ชุดตรวจสอบโคลิฟอร์มแบคทีเรีย) ชุดประหยัด สำหรับตรวจสอบการปนเปื้อนในอาหาร ภาชนะสัมผัสอาหารถึงผลผลิต (Output)
ชุดตรวจเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาล: ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) และโรงเรียนประถมศึกษาในพื้นที่ตำบลป่าแฝก มีชุดทดสอบทางภาคสนามสำหรับเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหารและน้ำบริโภค ได้แก่
ชุดทดสอบคลอรีนอิสระคงเหลือในน้ำ (อ.31) จำนวน 1 ชุด (2 ขวด)
ชุดทดสอบโคลิฟอร์มแบคทีเรียในน้ำบริโภค/น้ำแข็ง (อ.11) จำนวน 1 ชุด (20 ขวด)
ชุดทดสอบโคลิฟอร์มแบคทีเรียในอาหารและภาชนะสัมผัสอาหาร (อ.13) จำนวน 1 ชุด
การตรวจเฝ้าระวังเชิงรุก: แหล่งน้ำดื่ม น้ำแข็ง อาหารกลางวัน และภาชนะใส่อาหาร ใน ศพด. และโรงเรียนประถมศึกษา ได้รับการสุ่มตรวจประเมินความปลอดภัยทางสุขาภิบาลอาหารและน้ำครบถ้วนร้อยละ 100 ของสถานศึกษาเป้าหมาย
ผลลัพธ์ (Outcome)
ความปลอดภัยของน้ำดื่มและอาหาร: น้ำดื่ม น้ำใช้ และอาหารกลางวันในสถานศึกษาผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย ไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรียและมีระดับคลอรีนฆ่าเชื้อที่เหมาะสม
ลดความเสี่ยงโรคทางเดินอาหาร: ลดอัตราการเกิดโรคติดต่อทางเดินอาหารและน้ำ (เช่น โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน, อาหารเป็นพิษ) ในกลุ่มเด็กปฐมวัยและเด็กวัยเรียนของตำบลป่าแฝก
การปรับปรุงสุขาภิบาลสถานศึกษาทันท่วงที: ผู้รับผิดชอบงานอาหารและน้ำในโรงเรียน/ศพด. ทราบผลการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว (Real-time screening) สามารถแก้ไข ปรับปรุงระบบกรองน้ำ การทำความสะอาดภาชนะ และสุขอนามัยของผู้ปรุงประกอบอาหารได้ทันที
2570 บาท -
สื่ออุปกรณ์การสอน
โปสเตอร์การเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (สำหรับผู้ปกครองเด็กปฐมวัย) จำนวน 6 ชุดๆ ละ 50 บาท - โมเดลแบบจำลองฟันน้ำนม ฐานใสแสดงการขึ้นของฟันแท้ทั้งปาก จำนวน 1 ชุดๆละ 2,500 บาท)
- ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.20 x 2.50 เมตร (ตารางเมตรละ 150 บาท)ถึงผลผลิต (Output)
สื่อและอุปกรณ์สาธิตประจำโครงการ:
มีโปสเตอร์การเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยสำหรับผู้ปกครอง จำนวน 6 ชุด เพื่อใช้กระจายติดตั้ง/หมุนเวียนในจุดบริการและชุมชน
มีโมเดลแบบจำลองฟันน้ำนมฐานใสแสดงการขึ้นของฟันแท้ทั้งปาก จำนวน 1 ชุด เป็นอุปกรณ์สื่อการสอนและสาธิตการดูแลสุขภาพช่องปาก
มีป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์โครงการ ขนาด 1.20 × 2.50 เมตร จำนวน 1 ป้าย ติดตั้ง ณ สถานที่จัดกิจกรรม
การเข้าถึงสื่อความรู้: ผู้ปกครอง หญิงตั้งครรภ์ และผู้ดูแลเด็กที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้รับข้อมูลการเฝ้าระวังพัฒนาการ และได้เรียนรู้/ฝึกปฏิบัติการดูแลฟันผ่านสื่อจำลองจริง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมาย
ผลลัพธ์ (Outcome)
ความตระหนักและการรับรู้ในชุมชน: ป้ายประชาสัมพันธ์ช่วยสร้างการรับรู้และความตื่นตัวของประชาชนในตำบลป่าแฝกต่อโครงการ 1,000 วันแรกของชีวิต Plus สู่ 2,500 วัน
ทักษะการดูแลสุขภาพช่องปากเด็ก: ผู้ปกครองมีความเข้าใจเรื่องลำดับการขึ้นของฟันน้ำนมและฟันแท้ สามารถแปรงฟันและดูแลความสะอาดช่องปากของบุตรหลานได้อย่างถูกวิธี ส่งผลให้อัตราการเกิดฟันผุในเด็กปฐมวัยลดลง
การส่งเสริมพัฒนาการอย่างต่อเนื่องที่บ้าน: ผู้ปกครองมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำข้อแนะนำจากโปสเตอร์ไปสังเกต เฝ้าระวัง และกระตุ้นพัฒนาการเด็กในชีวิตประจำวันได้อย่างสม่ำเสมอ
3250 บาท
