โครงการ "Smart Gen Camp สร้างภูมิ เสริมคุณธรรม ห่างไกลบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า"
-
นายฮัมดัน ตามาซอ
-
ปัญหาการใช้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน
ในปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาการใช้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งกำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มก่อให้เกิดปัญหาเชิงสุขภาพและ พฤติกรรมในระยะยาว ข้อมูลจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ปี 2566 ระบุว่า เยาวชนไทยมีอัตราการใช้บุหรี่ ไฟฟ้าถึง 9.1% และพบว่า 92.2% ของผู้ใช้เริ่มต้นต้นจาก การถูกชักชวนโดยเพื่อน สะท้อนถึงบทบาทของ สภาพแวดล้อมทางสังคมและโรงเรียนที่เอื้อต่อการเริ่มต้นสูบ สถานการณ์ระดับประเทศยังพบว่าอัตราการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสสส.) ระบุว่า ระหว่างปี 2558-2565 อัตราการสูบในเยาวชนเพิ่ม จาก 3.3% เป็น 17.6% หรือเพิ่มขึ้นกว่า 5.3 เท่า ขณะเดียวกันผลสำรวจของกรมควบคุมโรคและมหาวิทยาลัยมหิดลพบว่า เยาวชนอายุ 15-29 ปี มีแนวโน้มใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 5.8% (ปี 2562) เป็น 12.2% และในกลุ่มอายุ 12-15 ปี พบผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าถึงเกือบ 20% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อน การระบาดอย่างกว้างขวาง ที่ไม่อาจมองข้าม บุหรี่ไฟฟ้ายังสร้างความเข้าใจผิดอย่างแพร่หลาย โดยข้อมูลจาก TNN Thailand พบว่า เยาวชนอายุ 15-24 ปี มากกว่า 57.9% เชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้า ปลอดภัยกว่า ทั้งที่ในความเป็นจริง นิโคตินส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการสมอง กระตุ้นให้เกิดการติดสารเร็วขึ้น และเพิ่มโอกาสหันกลับไปสูบบุหรี่มวน มากถึง 3.5 เท่า นอกจากนี้ งานวิจัยหลายชิ้นชี้ชัดถึงความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เช่น โรคปอดอุดกั้นเรือรัง โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหอบหืด รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาที่สูงกว่า 306 ล้านบาทต่อปี จากโรคที่เกี่ยวข้องกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้า สาเหตุสำคัญของการแพร่ระบาดคือ การตลาดที่เจาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ทั้งรูปลักษณ์ กลิ่น-รส ผลไม้การจำหน่ายออบไลน์ที่เข้าถึงง่าย และการโฆษณาแผ่งผ่านโขเชียลมีเดีย ซึ่งล้วนทำให้เยาวชนหลงเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ไม่อันตราย โดยแม้การจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ายังเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่การควบคุมยังทำได้ยาก ในระดับพื้นที่ของ โรงเรียนบ้านยะรม สถานการณ์มีความน่าเป็นห่วงเช่นเดียวกัน จากผลการสำรวจโดยชุมนุมนุม Gen Z Strong เมื่อต้นปี 2568 พบว่า - ครอบครัวของนักเรียนร้อยละ 82.6 มีการใช้บุหรี่ - กว่าร้อยละ 20 มีสมาชิกในครอบครัวใช้บุหรี่ไฟฟ้า ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าเด็กจำนวนมากเติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีแบบอย่างการสูบบุหรี่ในครอบครัว ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการทดลองใช้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าอย่างยิ่ง อีกทั้งยังส่งผลทางอ้อมต่อผลการเรียน สมาธิ อารมณ์ความก้าวร้าว และพฤติกรรมเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจตามมา ดังนั้น โรงเรียนบ้านยะรมและชุมชนจำเป็นต้องมีโครงการที่ตอบโจทย์ปัญหาอย่างรอบด้าน ทั้งการให้ความรู้ การสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด การเสริมสร้างคุณธรรม การสร้างทักษะปฏิเสธ (Refusal Skils) และการสร้าง สภาพแวดล้อมปลอดบุหรี่ เพื่อปกป้องเยาวชนจากวงจรนิโคตินตั้งแต่ต้นทางโครงการ Smart Gen Camp สร้างภูมิ เสริมคุณธรรม ห่างไกลบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า จึงเป็นกิจกรรมสำคัญที่ช่วยลดปัจจัยเสี่ยง สร้างทักษะชีวิต และเสริมพลังให้เยาวชนสามารถปฏิเสธและหลุดพ้นจากการชักชวน ตลอดจนสร้างแกนนำเยาวชนต้นแบบที่สามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียนและชุมชนได้อย่างยั่งยืน
-
1. เพื่อให้นักเรียน ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับภัยของบุหรี่และบุทรีไฟฟ้า 2. เพื่อสร้างคุณธรรมจริยธรรมให้แก่นักเรียนในการรู้ปฏิเสธสิ่งเสพติด และลดโอกาสทดองใช้บุหรี่ 3. เพื่อลดสถิติการทดลองใช้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในนักเรียนโรงเรียนบ้านยะรม
-
100
นักเรียนโรงเรียนบ้านยะรม ระดับ ป.4-ป.6 จำนวน 90 คน ครูและบุคลากร จำนวน 10 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. ประชุมคณะกรรมการชมรม Gen Z strong เพื่อจัดท้าโครงการแสนอต่อกองทุนๆ 2. เสนอขออนุมัติโครงการ 3. ประชุมครู และกรรมการสถานศึกษา เพื่อชีแจงโครงการ 4. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการ 5. ประชุมทีมงานและวางแผน 6. ประสานงานวิทยากร ประธาน ผู้มีเกียรติ และผู้ที่เกี่ยวข้อง 7. จัดกิจกรรมค่าย Smart Gen Camp สร้างภูมิ เสริมคุณธรรม ห่างไกลบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า กิจกรรมในค่ายประกอบด้วย 7.1 กิจกรรมการอบรมให้ความรู้ เรื่อง ภัยของบุหรี่และไฟฟ้า 7.2 กิจกรรมเกมการเรียนรู้และสันทนาการ 7.3 กิจกรรมจัดทำโครงงานป้องกันบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า 7.4 กิจกรรมฐาน Walk Rally เรียนรู้ตามฐาน 7.5 กิจกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรม 7.6 กิจกรรมจิตอาสาถึงบาท
48265
