ในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและรูปแบบการดำเนินชีวิต ส่งผลให้ประชาชนในกลุ่มวัยทำงานประสบปัญหาด้านสุขภาพเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอาการปวดเมื่อยตามร่างกายจากการทำงาน (Office Syndrome) ซึ่งมักนำไปสู่พฤติกรรมการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มเคมีในปริมาณมากและต่อเนื่อง ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงและอันตรายต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกายในระยะยาว การแพทย์แผนไทยและสมุนไพรพื้นบ้าน เป็นภูมิปัญญาที่มีประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพและบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะการนำทฤษฎีมณีเวช ซึ่งเป็นศาสตร์การจัดปรับโครงสร้างร่างกายให้สมดุลมาประยุกต์ใช้ร่วมกับการใช้ยาสมุนไพร จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและฟื้นฟูร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตำบลลำใหม่เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพและมีสมุนไพรพื้นบ้านที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง การส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ในการแปรรูปสมุนไพร ยาหม่องเขียวสมุนไพรบ้านลำใหม่ ไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดสารเคมี แต่ยังเป็นการอนุรักษ์และเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยให้คงอยู่กับชุมชน ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลำใหม่ จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อบูรณาการศาสตร์การแพทย์แผนไทยทั้งในด้านการใช้สมุนไพรและการกายบริหารแบบมณีเวช เพื่อสร้างค่านิยมในการดูแลสุขภาพตนเอง ครอบครัว และชุมชนด้วยวิถีธรรมชาติ นำไปสู่การมีสุขภาพที่ดีและยั่งยืนตามแบบแผนไทยสืบไป
-
1.เพื่อส่งเสริมการใช้สมุนไพร ในการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทย1
ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและตระหนักถึงความสำคัญเกี่ยวกับสมุนไพร
-
2.นำองค์ความรู้การแพทย์แผนไทย นำไปใช้ในการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน1
ร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความเข้าใจ ถึงสรรพคุณของยาสมุนไพร และวิธีการใช้
-
3.เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทยแก่ประชาชน1
ร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมายสามารถนำความรู้ไปเผยแพร่ให้กับคนรุ่นหลังได้
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
-
ถึงบาท
งบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ อบต.ลำใหม่ เป็นเงิน 14,955.00
1.ร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความเข้าใจ ถึงสรรพคุณของยาสมุนไพร และวิธีการใช้ 2.ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและตระหนักถึงความสำคัญเกี่ยวกับสมุนไพร 3.ร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมายสามารถนำความรู้ไปเผยแพร่ให้กับคนรุ่นหลังได้
