โครงการฝึกอบรมยุทธวิธีภาคประชาชน เพื่อความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้สารเสพติดในพื้นที่ตำบลนาทับ
-
นางสาวสารินลาห์ สะมะแอ
-
ร้อยละของหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีและใช้มาตรการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน1
สืบเนื่องจาก พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 มาตรา 47 และประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้มุ่งเน้นการเพิ่มงบประมาณสำหรับดูแลผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังในลักษณะเชิงรุกในชุมชน รวมถึงบริการบำบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในชุมชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับพื้นที่โดยกระบวนการมีส่วนร่วม
ปัจจุบันในพื้นที่ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ยังคงเผชิญความเสี่ยงกรณีผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้สารเสพติดเกิดภาวะแทรกซ้อน มีอาการคลุ้มคลั่ง อาละวาด หรือขาดสติ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อตัวผู้ป่วยเอง ครอบครัว และประชาชนในชุมชน เพื่อเป็นการลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นโดยตรงในชุมชน (Harm Reduction) จึงจำเป็นต้องมีการบูรณาการร่วมกับกลไกและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่
ทางผู้จัดทำโครงการฯ จึงเห็นควรให้มีการจัดหาอุปกรณ์ ไม้ง่ามระงับเหตุ ที่ได้มาตรฐาน ควบคู่ไปกับการจัดอบรมฝึกปฏิบัติการใช้ไม้ง่ามอย่างถูกวิธี โดยเชิญวิทยากรและเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรควนมีด มาร่วมถ่ายทอดความรู้และซักซ้อมยุทธวิธีในการระงับเหตุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ อปท. ฝ่ายปกครอง และเครือข่ายภาคประชาชนในตำบลนาทับ มีความพร้อม มีทักษะที่ถูกต้อง และสามารถร่วมกันควบคุมพื้นที่และเผชิญเหตุได้อย่างปลอดภัยตามหลักยุทธวิธี ก่อนนำผู้ป่วยส่งต่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา
การดำเนินงานเชิงรุกในครั้งนี้ อยู่ภายใต้บทบาท อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบตามกฎหมายตาม พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ซึ่งกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข มีหน้าที่ในการตรวจประเมินอาการเบื้องต้น ดูแล บำบัดรักษา และจัดการส่งต่อผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางจิตอันเนื่องมาจากการใช้สารเสพติดเข้าสู่สถานพยาบาลอย่างเหมาะสมและปลอดภัย โดยเฉพาะในรายที่มีภาวะอันตราย มีพฤติกรรมคลุ้มคลั่ง อาละวาด หรือมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของตนเองและผู้อื่น ซึ่งถือเป็นกรณีฉุกเฉินตามกฎหมายสุขภาพจิต
เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายและการปฏิบัติหน้าที่ของ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาเสมียน ในฐานะผู้รับผิดชอบหลัก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรควนมีด และภาคประชาชน เป็นไปอย่างถูกต้องตามกระบวนการ จึงจำเป็นต้องมีการจัดหาอุปกรณ์ ไม้ง่ามระงับเหตุ ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งจัดอบรมซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติงานตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.สุขภาพจิต เพื่อควบคุมพื้นที่ตำบลนาทับให้เกิดความสงบเรียบร้อย และคุ้มครองความปลอดภัยของทุกฝ่าย
-
• เพื่อสร้างความปลอดภัยและลดอันตรายด้านสังคม สิทธิ และกฎหมายในประเด็นสารเสพติดในพื้นที่1
-
• เพื่อเพิ่มทักษะและยุทธวิธีในการเข้าระงับเหตุผู้ป่วยคลุ้มคลั่งให้แก่เจ้าหน้าที่และภาคประชาชน1
-
• เพื่อให้การปฏิบัติงานบำบัดรักษาและส่งต่อผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้สารเสพติด เป็นไปอย่างถูกต้องตามอำนาจหน้าที่ของกฎหมาย พ.ร.บ.สุขภาพจิต1
-
กลุ่มวัยทำงาน150
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรมชี้แจงคณะทำงาน แกนนำชุมชน
จำนวน 30 คน ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ชุดละ 35 บาท เป็นเงิน 1,050 บาท
25 พฤษภาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 25691050 บาท -
3. กิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ: * การบรรยายระเบียบและข้อกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตาม พ.ร.บ.สุขภาพจิต สำหรับเจ้าหน้าที่และแกนนำชุมชน จำนวน 120 คน
สำหรับเจ้าหน้าที่และแกนนำชุมชน จำนวน 120 คน
ค่าาอาหารว่างและเครื่องดื่ม ช่วงเช้า ชุดละ 35 บาท เป็นเงิน 4,200 บาท ค่าาอาหารว่างและเครื่องดื่ม ช่วงบ่าย ชุดละ 35 บาท เป็นเงิน 4,200 บาท ค่าอาหารกลางวัน ชุดละ 70 เป็นเงิน 8,400 บาท ค่าวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท* 6 ชั่วโมง * 5 คน เป็นเงิน 18,000 บาท30 มิถุนายน 2569 ถึง 30 กันยายน 256934800 บาท -
3. กิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ: * การบรรยายระเบียบและข้อกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตาม พ.ร.บ.สุขภาพจิต สำหรับเจ้าหน้าที่และแกนนำชุมชน จำนวน 120 คนถึงบาท
-
กิจกรรมจัดซื้ออุปกรณ์: จัดซื้อชุดอุปกรณ์ไม้ง่ามระงับเหตุ จำนวน _8_ ชุด
ชุดอุปกรณ์ไม้ง่ามระงับเหตุ จำนวน 8 ชุดละ 10,000 เป็นเงิน 80,000 บาท
30 มิถุนายน 2569 ถึง 30 กันยายน 256980000 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 30 คน ชุดละ 35 บาท เป็นเงิน 1,050 บาท
1.ตำบลนาทับมีอุปกรณ์ที่พร้อมและปลอดภัยในการระงับเหตุผู้ป่วยจิตเวชคลุ้มคลั่ง
2.เครือข่ายภาคประชาชนและฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้รับการฝึกฝนยุทธวิธีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ควนมีด ทำให้สามารถควบคุมพื้นที่และระงับเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
3.เกิดการบูรณาการระบบสุขภาพและความมั่นคงร่วมกันระหว่าง สภ.ควนมีด, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
