โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเฝ้าระวังผู้ที่มีภาวะเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)
สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมาเช่นโรคมะเร็งโรคต่อมไร้ท่อโรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกันเป็นต้น
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาปะขอ ซึ่งมีเขตรับผิดชอบ จำนวน ๕ หมู่บ้านได้แก่ หมู่ที่ ๒ บ้านพน หมู่ที่ ๔ บ้านนาปะขอหมู่ที่ ๕ บ้านช่างทอง หมู่ที่ ๗ บ้านวัดโตนด และหมู่ที่ ๑๒ บ้านทุ่งเศรษฐี ซึ่งทั้ง ๕ หมู่บ้านประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรมโดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการทำเกษตรมากถึงร้อยละ ๘๐ ของพื้นที่ทั้งหมดซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ทำสวนยางพาราทำสวนผลไม้และปลูกผักผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืชจึงกระจายและขยายเป็นวงกว้างและยังอยู่ในระดับที่รุนแรงและสูงอยู่และจากการตรวจเลือดเกษตรกรปี๒๕๖๘ พบว่า เกษตรกรที่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในการประกอบอาชีพได้รับการตรวจคัดกรอง อยู่ในเกณฑ์ ไม่ปลอดภัย1๔.๐๓ % (๕๔ คน)มีความเสี่ยง ๔๙.๐๙ %(๑๘๙ คน) ปลอดภัย ๒๙.๓๕ %(๑๑๓ คน)และอยู่ในเกณฑ์ระดับปกติ ๗.๕๓ %(๒๙ คน) (จำนวนผู้เข้ารับการเจาะเลือด จำนวน ๓๘๕ คน)
จากข้อมูลดังกล่าวแสดงว่าเกษตรกรมีระดับความไม่ปลอดภัยและมีความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ทั้งนี้เนื่องจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้จึงส่งผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรงดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาปะขอจึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรจึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังผู้ที่มีภาวะเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ขึ้นเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงและผู้บริโภคได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใด เพื่อทำการเฝ้าระวังต่อไป
-
เพื่อประเมินและเฝ้าระวังสุขภาพผู้มีภาวะเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช
-
โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเฝ้าระวังผู้ที่มีภาวะเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง400
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1 กิจกรรม.การอบรมให้ความรู้และเจาะเลือดเกษตรกรกลุ่มเสี่ยง รุ่นที่ ๑ หมู่ที่ ๒ บ้านพนและหมู่ที่ ๗ บ้านวัดโตนด จำนวน ๑๐๐ คน
ค่าวิทยากร 3 ชม.ๆละ 600 บ.x 1 คน = 1,800 บ. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บ.x 100 คน = 2,500 บ.
ถึง4300 บาท -
2 กิจกรรม.การอบรมให้ความรู้และเจาะเลือดเกษตรกรกลุ่มเสี่ยง รุ่นที่ ๒ หมู่ที่ ๔ บ้านนาปะขอ จำนวน ๑๐๐ คน
ค่าวิทยากร 3 ชม.ๆละ 600 บ.x 1 คน = 1,800 บ. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บ.x 100 คน = 2,500 บ.
ถึง4300 บาท -
3 กิจกรรม.การอบรมให้ความรู้และเจาะเลือดเกษตรกรกลุ่มเสี่ยง รุ่นที่ 3 หมู่ที่ 5 บ้านช่างทอง จำนวน ๑๐๐ คน
ค่าวิทยากร 3 ชม.ๆละ 600 บ.x 1 คน = 1,800 บ. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บ.x 100 คน = 2,500 บ.
ถึง4300 บาท -
4 กิจกรรม.การอบรมให้ความรู้และเจาะเลือดเกษตรกรกลุ่มเสี่ยง รุ่นที่ 4 หมู่ที่ 12 บ้านทุ่งเศรษฐี จำนวน ๑๐๐ คน
ค่าวิทยากร 3 ชม.ๆละ 600 บ.x 1 คน = 1,800 บ. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บ.x 100 คน = 2,500 บ.
ถึง4300 บาท -
5.ค่าวัสดุ
- ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 0.8 x 2.5 เมตร จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 300 บาท
- ค่าชุดทดสอบหายาฆ่าแมลงในเลือดเกษตกร (ทดสอบโคลีนเอสเตอเรส) กระดาษ + อุปกรณ์กระดาษทดสอบโคลีนเอสเตอเรส (Cholinesterase reactive paper) 100 ตัวอย่างต่อ 1 ชุด จำนวน 5 ชุดๆละ 2,500 บาท เป็นเงิน 12,500 บาท
ถึง12800 บาท
เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงและผู้บริโภคได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดดูปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด
