โครงการสูงเนินหมู่ 3 ดูแลใจ ใส่ใจพฤติกรรม: สกัดโรคเบาหวาน และกลุ่มเสี่ยง เพื่อชีวิตที่ยืนยาว
-
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย15
-
ร้อยละของประชากร อายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน อ้วนระดับ 1 และอ้วนระดับ 235.05
ในปัจจุบัน โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) และ โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญระดับโลกและระดับประเทศ เนื่องจากเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องอาศัยการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง หากผู้ป่วยขาดความรู้และความเข้าใจในการดูแลตนเองที่ถูกต้อง จะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย เช่น โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และสร้างภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขอย่างมหาศาลสาเหตุหลักของปัญหาไม่ได้เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก พฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม เช่น การบริโภคอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม จัด, การขาดการออกกำลังกาย, ความเครียดสะสม และการไม่รับประทานยาตามแพทย์สั่ง ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ สามารถแก้ไขและปรับเปลี่ยนได้จากการสำรวจในพื้นที่พบว่าบ้านสูงเนินหมู่ 3 มีผู้ป่วยเบาหวาน 64 ราย ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง 43 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อที่ผิดและขาดทักษะในการจัดการตนเอง ดังนั้น การจัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเน้นหลัก 3อ. 2ส. (อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์, ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา) เพื่อให้ผู้ป่วยเกิดความตระหนัก มีทักษะในการดูแลตนเอง สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อน และสามารถดำรงชีวิตอยู่กับโรคได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน12
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อลดคนในชุมชนที่ดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานจัด เป็นประจำ (มากกว่า 5 วันต่อสัปดาห์)30
ร้อยละของคนในชุมชนที่ดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานจัดเป็นประจำ (มากกว่า 5 วันต่อสัปดาห์)
- เพื่อเพิ่มระดับความรู้และทักษะการจัดการตนเอง: ให้กลุ่มเป้าหมายมีความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องโรค NCDs และสามารถนำหลัก 3อ. 2ส. ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง
- เพื่อชะลอการเกิดโรคในกลุ่มเสี่ยง: มุ่งเน้นให้กลุ่มเสี่ยงมีระดับน้ำตาลในเลือดสะสมและความดันโลหิตกลับเข้าสู่เกณฑ์ปกติ หรือไม่พัฒนากลายเป็นผู้ป่วยรายใหม่
- เพื่อลดระดับความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มผู้ป่วย: ช่วยให้ผู้ป่วยควบคุมระดับน้ำตาลและลำดับความดันให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อป้องกันโรคไตหรือโรคหลอดเลือด
- เพื่อสร้างเครือข่ายสุขภาพเข้มแข็งในชุมชน: พัฒนาให้เกิดกลุ่มสนับสนุน และบุคคลต้นแบบที่สามารถช่วยเหลือและกระตุ้นกันเองภายในหมู่บ้านได้
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรม คัดกรองและประเมินสภาวะสุขภาพจัดทำฐานข้อมูลแยกกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มผู้ป่วย
โดยการตรวจเลือด วัดความดัน และประเมินดัชนีมวลกาย (BMI) พร้อมทั้งทำแบบทดสอบพฤติกรรมสุขภาพก่อนเริ่มโครงการเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลเปรียบเทียบ
1 มกราคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569ได้ทราบถึงสถานการณ์สุขภาพและประเมินพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยง
บาท -
จัดอบรมให้ความรู้กลุ่มเป้าหมายจัดฐานการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ
จัดอบรมให้ความรู้กลุ่มเป้าหมายจัดฐานการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ เช่น ฐานอาหาร (สาธิตการทำเมนูลดเค็มลดหวาน), ฐานออกกำลัง
1 มกราคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569กลุ่มเป้าหมายมีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกายที่ถูกวิธี และการรับประทานอาหารที่ปลอดภัย
บาท -
กิจกรรม ติดตามใกล้ชิดด้วยระบบบัดดี้
จับคู่ระหว่างกลุ่มเสี่ยง-กลุ่มเสี่ยง หรือ ผู้ป่วย-ผู้ป่วย โดยมี อสม. เป็นพี่เลี้ยง เพื่อส่งเสริมการจดบันทึกพฤติกรรมรายวันผ่าน สมุดบันทึกสุขภาพประจำตัว
1 มกราคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569เกิดระบบกลไกการเฝ้าระวังและการดูแลสุขภาพกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิด
บาท -
กิจกรรม สรุปบทเรียนและเชิดชูเกียรติคนต้นแบบ
จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เมื่อครบกำหนด 3-6 เดือน เพื่อสรุปผลการเปลี่ยนแปลงทางสุขภาพ และมอบรางวัล บุคคลต้นแบบสุขภาพดี เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและกระตุ้นให้เกิดความยั่งยืนในชุมชน
1 มกราคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569เกิดบุคคลต้นแบบด้านพฤติกรรมสุขภาพและขยายผลไปเป็นพี่เลี้ยงเพื่อเป็นกลไกการดูแลสุขภาพคนในชุมชน
บาท
14300
- กลุ่มเสี่ยง: มีความตระหนักและทักษะในการจัดการพฤติกรรมสุขภาพ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลและสถานะสุขภาพกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หรือชะลอการพัฒนาไปสู่การเป็นโรคเรื้อรังได้สำเร็จ
2 กลุ่มผู้ป่วย: สามารถควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิตได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น โรคไตวาย อัมพฤกษ์ และอัมพาต ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและอายุยืนยาว
3 ประชาชนในกลุ่มเป้าหมายเกิดพฤติกรรมสุขภาพที่ยั่งยืนตามหลัก 3อ. 2ส. และมีความสามารถในการดูแลตนเอง ได้อย่างถูกต้อง
4.เกิดเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างหน่วยงานสาธารณสุข อสม. และประชาชน รวมถึงได้ บุคคลต้นแบบสุขภาพดี ที่เป็นแรงบันดาลใจและเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับสมาชิกคนอื่นๆ ในชุมชนสืบต่อไป
