โครงการเสริมสร้างสุขภาวะทางจิตจากการใช้สื่อโซเซียลอย่างเหมาะสมในชุมชนเกาะยอ
-
ร้อยละของเยาวชน อายุ 18-25 ปี ที่มีความเครียดระดับปานกลางถึงมาก50
ในปัจจุบันปัญหาสุขภาพจิตเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกช่วงวัย ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และการดำรงชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ส่งผลให้เกิดความเครียด ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ เพิ่มมากขึ้น
จากสถานการณ์ดังกล่าว การตรวจคัดกรองสุขภาพจิตจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถค้นหาผู้ที่มีความเสี่ยงหรือมีปัญหาสุขภาพจิตได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และนำเข้าสู่กระบวนการดูแลรักษาได้อย่างทันท่วงที อีกทั้งการส่งเสริมสุขภาพจิตยังเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางใจให้กับประชาชน ให้สามารถปรับตัวและรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
และปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน ซึ่งมักใช้โซเซียลมีเดียในการสื่อสารและติดตามข่าวสารต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม การเสพสื่อโดยขาดทักษะในการวิเคราะห์อาจนำไปสู่การเข้าใจผิด การเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น รวมถึงการเผชิญกับปัญหา Cyberbullying ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล และความรู้สึกด้อยค่า
ดังนั้น จึงจัดโครงการนี้ขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมมีทักษะในการรู้เท่าทันสื่อ เข้าใจธรรมชาติของโซเซียลมีเดีย คัดกรองประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้น และสามารถจัดการอารมณ์ของตนเองได้อย่างเหมาะสม อันจะนำไปสู่การลดความเครียดและเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดี
-
เพื่อคัดกรองและประเมินภาวะสุขภาพจิตของกลุ่มวัยรุ่น (ช่วงอายุ 12 - 18 ปี) และประชาชนทั่วไป80
-
เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมมีความรู้และทักษะในการรู้เท่าทันสื่อและโซเซียลมีเดีย สามารถวิเคราะห์และแยกแยะข้อมูลที่พบเห็นในโลกออนไลน์ได้อย่างเหมาะสม80
-
เพื่อส่งเสริมสร้างทักษะในการรับมือกับปัญหา Cyberbullying อย่างเหมาะสม80
-
กลุ่มวัยรุ่น (ช่วงอายุ 12 - 18 ปี) และประชาชนทั่วไป50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิตและการดูแลตนเองเป็นเวลา ๑ วัน 50 คน โดยมีหัวข้อดังนี้ ช่วงเช้า 1.คัดกรองสุขภาพจิต ตามแบบประเมินสุขภาพจิต (แบบประเมินสุขภาพจิต TMHI-15) 2. กิจกรรมรู้เท่าทันสื่อและโซเซียล วิเคราะห์โพสต์ / เปรียบเทียบชีวิตจริงกับโซเซียล 2. พูดคุยเรื่อง cyberbullying ลดการเปรียบเทียบตัวเองและความเครียดจากออนไลน์
ช่วงเช้า 1.คัดกรองสุขภาพจิต ตามแบบประเมินสุขภาพจิต (แบบประเมินสุขภาพจิต TMHI-15) 2. กิจกรรมรู้เท่าทันสื่อและโซเซียล วิเคราะห์โพสต์ / เปรียบเทียบชีวิตจริงกับโซเซียล 2. พูดคุยเรื่อง cyberbullying ลดการเปรียบเทียบตัวเองและความเครียดจากออนไลน์ ช่วงบ่าย
4. กิจกรรมรู้ทันอารมณ์ตนเอง (เล่าแชร์ประสบการณ์) 5. กิจกรรมวงพูดคุย (Reflection) กับผู้เชี่ยวชาญ 6.นัดคัดกรอง/ประเมินสุขภาพจิตซ้ำ (โดย อสม.ไปประเมิน)29 พฤษภาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ร้อยละของประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิต
10400 บาท -
อบรมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิตและการดูแลตนเองเป็นเวลา ๑ วัน 50 คน โดยมีหัวข้อดังนี้ ช่วงเช้า 1.คัดกรองสุขภาพจิต ตามแบบประเมินสุขภาพจิต (แบบประเมินสุขภาพจิต TMHI-15) 2. กิจกรรมรู้เท่าทันสื่อและโซเซียล วิเคราะห์โพสต์ / เปรียบเทียบชีวิตจริงกับโซเซียล 2. พูดคุยเรื่อง cyberbullying ลดการเปรียบเทียบตัวเองและความเครียดจากออนไลน์ถึงบาท
-
อบรมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิตและการดูแลตนเองเป็นเวลา ๑ วัน 50 คน โดยมีหัวข้อดังนี้ ช่วงเช้า 1.คัดกรองสุขภาพจิต ตามแบบประเมินสุขภาพจิต (แบบประเมินสุขภาพจิต TMHI-15) 2. กิจกรรมรู้เท่าทันสื่อและโซเซียล วิเคราะห์โพสต์ / เปรียบเทียบชีวิตจริงกับโซเซียล 2. พูดคุยเรื่อง cyberbullying ลดการเปรียบเทียบตัวเองและความเครียดจากออนไลน์ช่วงบ่าย 4. กิจกรรมรู้ทันอารมณ์ตนเอง (เล่าแชร์ประสบการ) 5. กิจกรรมวงพูดคุย (Reflection) กับผู้เชี่ยวชาญ 6.นัดคัดกรอง/ประเมินสุขภาพจิตซ้ำ (โดย อสม.ไปประเมิน)ถึงบาท
-
อบรมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิตและการดูแลตนเองเป็นเวลา ๑ วัน 50 คน โดยมีหัวข้อดังนี้ ช่วงเช้า 1.คัดกรองสุขภาพจิต ตามแบบประเมินสุขภาพจิต (แบบประเมินสุขภาพจิต TMHI-15) 2. กิจกรรมรู้เท่าทันสื่อและโซเซียล วิเคราะห์โพสต์ / เปรียบเทียบชีวิตจริงกับโซเซียล 2. พูดคุยเรื่อง cyberbullying ลดการเปรียบเทียบตัวเองและความเครียดจากออนไลน์ช่วงบ่าย 4. กิจกรรมรู้ทันอารมณ์ตนเอง (เล่าแชร์ประสบการณ์) 5. กิจกรรมวงพูดคุย (Reflection) กับผู้เชี่ยวชาญ 6.นัดคัดกรอง/ประเมินสุขภาพจิตซ้ำ (โดย อสม.ไปประเมิน)ถึงบาท
-
อบรมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิตและการดูแลตนเองเป็นเวลา ๑ วัน 50 คน โดยมีหัวข้อดังนี้ ช่วงเช้า 1.คัดกรองสุขภาพจิต ตามแบบประเมินสุขภาพจิต (แบบประเมินสุขภาพจิต TMHI-15) 2. กิจกรรมรู้เท่าทันสื่อและโซเซียล วิเคราะห์โพสต์ / เปรียบเทียบชีวิตจริงกับโซเซียล 2. พูดคุยเรื่อง cyberbullying ลดการเปรียบเทียบตัวเองและความเครียดจากออนไลน์ช่วงบ่าย 4. กิจกรรมรู้ทันอารมณ์ตนเอง (เล่าแชร์ประสบการณ์) 5. กิจกรรมวงพูดคุย (Reflection) กับผู้เชี่ยวชาญ 6.นัดคัดกรอง/ประเมินสุขภาพจิตซ้ำ (โดย อสม.ไปประเมิน)ถึงบาท
-
อบรมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิตและการดูแลตนเองเป็นเวลา ๑ วัน 50 คน โดยมีหัวข้อดังนี้ ช่วงเช้า 1.คัดกรองสุขภาพจิต ตามแบบประเมินสุขภาพจิต (แบบประเมินสุขภาพจิต TMHI-15) 2. กิจกรรมรู้เท่าทันสื่อและโซเซียล วิเคราะห์โพสต์ / เปรียบเทียบชีวิตจริงกับโซเซียล 2. พูดคุยเรื่อง cyberbullying ลดการเปรียบเทียบตัวเองและความเครียดจากออนไลน์ช่วงบ่าย 4. กิจกรรมรู้ทันอารมณ์ตนเอง (เล่าแชร์ประสบการณ์) 5. กิจกรรมวงพูดคุย (Reflection) กับผู้เชี่ยวชาญ 6.นัดคัดกรอง/ประเมินสุขภาพจิตซ้ำ (โดย อสม.ไปประเมิน)ถึงบาท
-
อบรมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิตและการดูแลตนเองเป็นเวลา ๑ วันถึงบาท
- ประชุมชี้แจงโครงการแก่คณะทำงานและผู้เกี่ยวข้อง
- ทำแบบคัดกรองสุขภาพจิต ก่อนและหลัง ใช้แบบประเมินสุขภาพจิต TMHI-15
- บันทึกข้อมูลและจัดกลุ่มเสี่ยง (ปกติ/เสี่ยง/ต้องดูแลต่อ)
- จัดเวทีแลกเปลี่ยนกิจกรรมรู้เท่าทันสื่อและโซเซียล /พูดคุยเรื่อง Cyberbullying
- สรุปผลการดำเนินงานโครงการ
- ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพจิตอย่างครอบคลุม และสามารถจำแนกระดับความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม
- สามารถค้นพบผู้ที่มีภาวะเสี่ยงหรือมีปัญหาสุขภาพจิตได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และได้รับการดูแลช่วยเหลือหรือส่งต่ออย่างทันท่วงที
- ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิต การดูแลตนเอง และสามารถจัดการความเครียดได้อย่างเหมาะสม
- ประชาชนมีทักษะในการปรับตัวและเผชิญปัญหา ส่งผลให้ลดความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า
- เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชน เครือข่าย อสม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลสุขภาพจิตของประชาชน
- ลดการตีตรา (Stigma) ต่อผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต และส่งเสริมทัศนคติที่ดีต่อการเข้ารับบริการ
- ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงได้รับการติดตาม ดูแลต่อเนื่อง ส่งผลให้ลดความรุนแรงของปัญหาและป้องกันภาวะแทรกซ้อน
- ประชาชนมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข
