โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเข่าด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์
-
นางสาวปภัสรา ยันตะบุศย์
-
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)
-
ร้อยละของผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)
ข้อเข่าเสื่อมหรือโรคข้อเข่าเสื่อม เป็นภาวะที่ข้อเข่าผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานานเกิดการเสื่อมของกระดูกอ่อนบริเวณผิวข้อ ทำให้การงอกของกระดูกเวลาเดินจะเจ็บข้อ มีการผิดรูปของข้อเข่า โรคข้อเข่าเสื่อมมักพบในผู้สูงอายุ ทำให้เกิดความทรมานแก่ผู้สูงอายุเป็นอย่างยิ่ง คุณภาพชีวิตลดลง โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นโรคที่พบได้บ่อยมากในผู้สูงอายุ ทำให้เกิดอาการปวดเข่า บวม เข่าฝืดยึด มีเสียงดังในเข่า ไม่สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันได้ดังปกติ ซึ่งมีความรุนแรงมากน้อยต่างกันไป สาเหตุมีได้หลายประการ เช่น ผลจากความเสื่อมและการใช้ข้อเข่าที่ไม่ถูกต้องตั้งแต่วัยหนุ่มสาว การที่มีน้ำหนักตัวมาก ๆ ทำให้เข่าต้องรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในทุกขณะที่ก้าวเดิน หรือเคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณข้อเข่ามาก่อน บางรายเคยมีการอักเสบติดเชื้อ หรือเป็นโรคไขข้อบางชนิด เช่น โรครูมาตอยด์ เป็นต้น จากสถานการณ์พบว่า โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นโรคหนึ่งในสิบโรคที่เป็นสาเหตุสำคัญอันก่อให้เกิดผู้สูงอายุทุพพลภาพในประเทศไทย ทำให้ผู้ป่วยต้องมีชีวิตอยู่อย่างไร้สมรรถภาพในการประกอบอาชีพหรือการใช้ชีวิตประจำวัน เนื่องจากมีพยาธิสภาพที่กระดูกอ่อนผิวข้อ อันก่อให้มีอาการปวดจากผิวข้อชำรุดและการอักเสบหากเป็นต่อเนื่อง ทำให้เกิดโรคข้อเสื่อมรุนแรง ช่องว่างผิวข้อหายไป และกระดูกอ่อนผิวข้อชำรุดไปหมด หรือกระดูกปลายข้อทรุดตัว ทำให้เข่าโก่งมากขึ้นได้ ในปัจจุบันพบว่ามีการใช้ยาในการรักษาภาวะข้อเสื่อมนี้เป็นจำนวนมากรองจากยาปฏิชีวนะ โดยเฉพาะยาแก้อักเสบ ซึ่งเป็นการรักษาอาการปวดที่ปลายเหตุเสียมากกว่าและมักจะต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่ค่อนข้างสูง ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป การส่งเสริมสุขภาพ จึงเป็นอีกมิติหนึ่งทางสุขภาพที่มีความสำคัญมากที่จะช่วยให้เราดำรงชีวิตอยู่อย่างปกติสุข ในการส่งเสริมสุขภาพจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของมิติสุขภาพ เข้าใจหลักและวิธีปฏิบัติในการส่งเสริมสุขภาพ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในการส่งเสริมสุขภาพได้อย่างถูกต้อง การหันกลับมาสนใจการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ การพึ่งพาธรรมชาติตามแนวคิดทฤษฎีการแพทย์แผนไทยที่มุ่งดูแลสุขภาพแบบองค์รวมโดยมองมิติทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสิ่งแวดล้อม สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มความสมดุลให้กับชีวิตมนุษย์ ดังนั้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยอาศัยการนำเอาองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือกรวมถึงการนำเอาธรรมชาติรอบตัวมาใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ เช่นการรักษาโรคด้วยสมุนไพร การออกกำลังกายด้วยกายบริหารฤๅษีดัดตน การนวด อบ และประคบด้วยสมุนไพร การรับประทานอาหารตามหลักธรรมชาติบำบัด การทำสมาธิบำบัด การฝึกโยคะเพื่อสุขภาพ เป็นต้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโพน ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหา จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเข่าด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อให้ผู้สูงอายุได้มีความรู้ในการดูแลสุขภาพโดยการใช้ศาสตร์การแพทย์แผนไทย นำสมุนไพรในท้องถิ่นมาใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดเข่า โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นพี่เลี้ยงให้การดูแลต่อที่บ้าน ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเข่า/ข้อเข่าเสื่อม และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) มีความรู้เรื่องโรคข้อเข่าเสื่อม และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
-
1.เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเข่า/ข้อเข่าเสื่อม และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) มีความรู้เรื่องโรคข้อเข่าเสื่อม และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
-
2. เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเข่า/ข้อเข่าเสื่อม และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สามารถพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยได้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
-
-
กลุ่มผู้สูงอายุ75
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]50
-
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโพนร่วมกันประชุมวางแผน กำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ จำนวนกลุ่มเป้าหมาย เนื้อหาและรูปแบบวิธีการดำเนินงานโครงการถึงบาท
-
2. นำเสนอข้อมูลปัญหาในชุมชนถึง25000 บาท
-
3. จัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ให้มีความรู้เรื่องโรคข้อเข่าเสื่อม ภาวะแทรกซ้อน และการดูแลตนเอง โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้สูงอายุ จำนวน 75 คน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จำนวน 50 คน รวมทั้งหมดจำนวน 125 คนถึงบาท
-
4. ประเมินผลความรู้ก่อนและหลังการอบรมให้ความรู้ถึงบาท
-
5. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการคัดกรองภาวะข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ และฝึกปฏิบัติการยาพอกเข่าสมุนไพร โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้สูงอายุ จำนวน 75 คน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จำนวน 50 คน รวมทั้งหมดจำนวน 125 คนถึงบาท
-
6. ประเมินผลความรู้ก่อนและหลังการอบรมเชิงปฏิบัติการถึงบาท
-
7. สรุป รายงาน และประเมินผลโครงการถึงบาท
-
จำนวนเงิน 25,000 บาท (สองหมื่นห้าพันบาทถ้วน)
- ผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเข่า/ข้อเข่าเสื่อม และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) มีความรู้เรื่องโรคข้อเข่าเสื่อม และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย
- ผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเข่า/ข้อเข่าเสื่อม และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สามารถพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยได้
