โครงการหนูน้อยฟันสวย ยิ้มใส ใส่ใจฟันดี
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)
สุขภาพช่องปากเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการดำรงชีวิต การมีสุขภาพช่องปากที่ดี เป็นพื้นฐานสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต และการพัฒนาสุขภาพอนามัย การอบรมเลี้ยงดูแลเด็กในช่วงวัยก่อนเรียน จะส่งผลต่อการพัฒนาทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาไปจน ตลอดชีวิต ร่างกายจะ เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงถือเป็นช่วงสำคัญของชีวิต เด็กจำเป็นต้องได้รับสารอาหาร ที่มีประโยชน์และหลากหลายในปริมาณสูง เมื่อเทียบกับขนาดกินอาหารเป็นมื้อย่อย ๆ วันละ 5-6 มื้อ เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ซึ่งปัญหาสุขภาพช่องปาก โดยเฉพาะโรคฟันผุ และเหงือกอักเสบเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในเด็ก
ดังนั้นทางศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดช่องทอง จึงได้จัดทำ โครงการหนูน้อยฟันสวย ยิ้มใส ใส่ใจฟันดี ประจำปีงบประมาณ 2567 ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ครู และผู้ปกครองมีความรู้และทัศนคติที่ดีทางด้านทันตสุขภาพ ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพช่องปากในเด็กเล็ก เป็นแบบอย่างที่ดีการปลูกฝัง และสร้างความคุ้นเคยในการดูแลสุขภาพช่องปากให้แก่เด็ก ส่งเสริมให้เด็ก มีสภาวะทันตสุขภาพที่ดียิ่งยิ่งขึ้น
-
1. เพื่อให้เด็กนักเรียนศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดช่างทองมีสุขภาพฟันที่ดี
-
2. เพื่อให้เด็กนักเรียนแปรงฟันหลังรับประทานอาหารกลางวัน
-
3. เพื่อจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับเด็ก ผู้ปกครอง ครู และบุคลากร มีความรู้ และทัศนคติเกี่ยวกับทันตสุขภาพ และการดูแลสุขภาพช่องปากที่ถูกต้อง และเด็กสามารถแปรงฟันได้อย่างถูกวิธี
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน55
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรมประชุมผู้ปกครอง ประชุมผู้ปกครอง ครู และบุคลากร ชี้แจงวัตถุประสงค์ของ การจัดทำโครงการ เพื่อทำความเข้าใจและขอความร่วมมือในการจัดทำกิจกรรม และหาข้อตกลงร่วมกันในการกำหนด นโยบายส่งเสริมทันตสุขภาพในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กถึงบาท
-
2. กิจกรรมให้ความรู้ ให้ความรู้กับเด็ก ผู้ปกครอง ครู และบุคลากร โดยการ จัดบอร์ดให้ความรู้เรื่องการแปรงฟัน การดูแลสุขภาพช่องปาก และเชิญเจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลบ้านหาดไข่เต่า เป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพช่องปากที่ดีโดยกิจกรรมประกอบด้วย กิจกรรมที่ 1 ฟันน้ำนมสำคัญอย่างไร 1. ประเมินความรู้และทัศนคติก่อนการอบรม โดยทำแบบทดสอบวัดความรู้ และทัศนคติ 2. อบรมให้ความรู้แก่ เด็ก ผู้ปกครอง ครู และบุคลากร เรื่อง - ความสำคัญของฟันน้ำนม - สาเหตุ/ระยะของการเกิดโรคฟันผุ - แนวทางการรักษาโรคฟันผุ - การป้องกันการเกิดโรคฟันผุ กิจกรรมที่ 2 การแปรงฟันที่ถูกวิธี 1. สาธิตการแปรงฟันที่ถูกวิธี โดยใช้โมเดลสาธิตการแปรงฟัน 2. ฝึกปฏิบัติการแปรงฟันของเด็กที่ถูกวิธี โดยผู้ปกครองฝึกจริงในการแปรงฟันให้เด็ก 3. ประเมินการแปรงฟันที่ถูกต้อง ซึ่งผู้ปกครอง ทุกคนสามารถแปรงฟันให้เด็กได้อย่างถูกวิธี โดยพิจารณาจากการวางตำแหน่งแปรง การขยับแปรง และความทั่วถึง 4. ประเมินความรู้และทัศนคติหลังการอบรม โดยการทำแบบทดสอบวัดความรู้ และทัศนคติ ซึ่งผู้ปกครองทุกคนต้องผ่านการประเมิน คือ ทำแบบทดสอบความรู้และทัศนคติได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป 5. สรุปการทำกิจกรรม
- ค่าป้ายโครงการ จำนวน 1 ป้าย
ขนาด 1.2 x 2.4 เมตร เป็นเงิน 576 บาท - ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 1 คน
ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 3 ชั่วโมง
เป็นเงิน 1,800 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 ชุด
คนละ 25 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท -วิทยากร 1 คน -ผู้ปกครอง 55 คน -ผู้ดูแลเด็ก /ผู้ช่วยผู้ดูแลเด็ก 4 คน - ค่าอุปกรณ์จัดบอร์ดเรื่องการแปรงฟัน และการดูแลสุขภาพช่างปาก เป็นเงิน 1,500 บาท
เป็นเงิน 5,376 บาท
ถึง5376 บาท - ค่าป้ายโครงการ จำนวน 1 ป้าย
-
3. กิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวัน ครูควบคุมการแปรงฟันหลังอาหารกลางวันของนักเรียนทุกคน ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และบันทึกการแปรงฟันของเด็กนักเรียน พร้อมทั้งตรวจความสะอาดฟันหลังการแปรงฟันทุกครั้ง
- ค่าแปรงสีฟัน จำนวน 55 ด้ามๆ ละ 35 บาท เป็นเงิน 1,925 บาท
- ค่ายาสีฟัน จำนวน 55 หลอดๆ ละ 35 บาท
เป็นเงิน 1,925 บาท - ค่าผ้าเช็ดหน้า จำนวน 55 ผืนๆ ละ 20 บาท
เป็นเงิน 1,100 บาท
- ค่าแก้วน้ำ จำนวน 55 ใบๆ ละ 59 บาท
เป็นเงิน 3,245 บาท
เป็นเงิน 8,195
ถึง8195 บาท
- ผู้ปกครองตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพช่องปากของเด็กมากขึ้น และมีการดูแลสุขภาพช่องปากของเด็กมากขึ้น
- นักเรียนมีอุปกรณ์การแปรงฟันและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมี่ที่เก็บอุปกรณ์การแปรงฟัน
- เด็กนักเรียนสามารถแปรงฟันได้อย่างถูกวิธี
- นักเรียนศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดช่างทองมีสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น
