โครงการหนูน้อยสุขภาพฟันดี ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปากพล
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ) การส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคในช่องปาก เป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะทำให้เด็กมีสุขภาพดี การป้องกันโรคฟันผุสุขภาพช่องปากมีความสำคัญต่อสุขภาพของทุกคนโดยเฉพาะในเด็กปฐมวัยโรคฟันผุในเด็กสามารถพบได้ตั้งแต่ฟันเริ่มขึ้นในช่วงขวบปีแรกและอัตราการผุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงอายุ1 – 3 ปีสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กมีฟันผุมาจากพฤติกรรมของมารดาในการเลี้ยงดูบุตรที่ไม่ถูกต้องรวมถึงการดูแลทำความสะอาดช่องปากไม่ถูกวิธีและมีพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสมก่อให้เกิดโรคฟันผุในฟันน้ำนมอย่างรุนแรงทำให้เด็กมีความเจ็บปวดเคี้ยวอาหารไม่ได้ตามปกติได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอและส่งผลต่อพัฒนาการการเจริญเติบโตของเด็กได้เด็กปฐมวัยเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดในชีวิตเด็กจึงควรได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดและเหมาะสมเพื่อให้เด็กมีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์และมีพัฒนาการตามวัยอย่างไรก็ตามจากสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคมปัจจุบันส่งผลให้เด็กได้รับการดูแลเอาใจใส่น้อยลงเด็กส่วนหนึ่งต้องมีปัญหาสุขภาพอนามัยซึ่งส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาการของเด็กในด้านสติปัญญาและความสามารถในการเรียนรู้โรคฟันผุในเด็กเล็กนับเป็นปัญหาที่พบมากอีกทั้งฟันผุในฟันน้ำนมมีการลุกลามถึงโพรงประสาทฟันได้อย่างรวดเร็วกว่าฟันแท้เนื่องจากความหนาของเคลือบฟันและเนื้อฟันน้อยกว่าฟันแท้และฟันผุในระยะแรกแรกสามารถลุกลามเป็นรูผุได้ในเวลา6 – 12เดือนเด็กที่เริ่มมีฟันผุในอายุน้อยมีการลุกลามได้เร็วและเริ่มผุในช่วงขวบปีแรกอัตราการผุจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงอายุ 1 – 3 ปี การส่งเสริมสุขภาพช่องปากในเด็กปฐมวัยที่สำคัญในช่วงนี้ได้แก่ การควบคุมอาหารหวาน และการแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์วันละ ๒ ครั้ง ควบคู่ไปกับมาตรการป้องกันโรคฟันผุอื่น ๆ เช่น การใช้สารฟลูออไรด์ชนิดทา ร่วมกับการตรวจคัดกรองเด็กที่มีความเสี่ยงต่อฟันผุ และการให้ทันตสุขศึกษา การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันฟันผุในเด็กต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของครอบครัว อสม .ชุมชน รวมทั้งครอบครัว(ผู้ปกครอง)ต้องให้ความสำคัญในการสร้างเสริมพัฒนาการทุกด้านของลูกน้อย การเกิดฟันผุในฟันน้ำนมนอกจากจะมีผลเสียโดยตรงต่อสุขภาพของเด็กในขณะนั้นแล้วยังมีผลเสียต่อฟันแท้ของเด็กในอนาคตด้วยกล่าวคือฟันน้ำนมที่เสียถูกถอนหรือหลุดไปก่อนที่ฟันแท้จะขึ้นแทนที่จะทำให้ฟันที่อยู่ติดกันรวนเกล้มเอียงเข้าหาช่องว่างทำให้ฟันแท้ที่จะขึ้นแทนตำแหน่งนั้นไม่สามารถขึ้นได้อย่างปกติอาจจะขึ้นมาในลักษณะปิดซ้อนกันหรือมีขนาดใหญ่ไม่เหมาะสมกับใบหน้าของเด็กซึ่งจะเป็นปมด้อยทำให้เด็กไม่กล้าในการแสดงออก สุขภาพในช่องปากมีความสัมพันธ์กับสุขภาพในร่างกายเด็กปฐมวัยเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดในชีวิตเด็กจึงควรได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดและเหมาะสมเพื่อให้เด็กมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงและมีพัฒนาการตามวัยปัจจุบันเด็กได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่น้อยลงเด็กบางส่วนจึงมีปัญหาสุขภาพอนามัยซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กด้านสติปัญญาและความสามารถในการเรียนรู้โรคฟันผุในเด็กเล็กนับเป็นปัญหาด้านสุขภาพหนึ่งที่พบมากในวัยเด็กอีกทั้งฟันผุในฟันน้ำนมมีการลุกลามถึงโพรงประสาทฟันได้อย่างรวดเร็วกว่าฟันแท้เนื่องจากความหนาของเคลือบฟันและเนื้อฟันน้อยกว่าฟันแท้และฟันผุในระยะ เริ่มแรกสามารถลุกลามได้ในเวลา 6 – 12 เดือนการป้องกันฟันผุในเด็กปฐมวัยต้องอาศัยความร่วมมือของ ผู้ปกครองและครูในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในการดูแลสุขภาพช่องปากของเด็กเพื่อช่วยลดอัตราการเกิดฟันผุในวัยเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปากพลได้ตระหนักถึงความสำคัญในการการส่งเสริมดูแลสุขภาพฟันและการป้องกันโรคในช่องปากในเด็กก่อนวัยเรียนเพื่อให้เด็กมีสุขภาพฟันและช่องปากที่แข็งแรงจึงได้จัดทำโครงการหนูน้อยฟันดีของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปากพลขึ้นเพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากและเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัย ในการดูแลช่องปากและฟันของเด็กให้ฟันดีห่างไกลโรคฟันผุอย่างยั่งยืนต่อไป
-
เพื่อให้เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีสุขภาพฟันดี
-
เพื่อส่งเสริมการแปรงฟันหลังรับประทานอาหารกลางวันของเด็กในศพด.อย่างต่อเนื่อง
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมจัดอบรมเชิงปฏิบัติการณ์ให้กับเด็กผู้ปกครอง ครูและบุคลากร ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ได้เห็นความสำคัญของฟันน้ำนมและการรักษาสุขภาพของฟัน
- ค่าป้ายโครงการ จำนวน 1 ป้าย ขนาด 1.2 x 2.4 เมตร เป็นเงิน 576 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 1 คน ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 3 ชั่วโมง เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 29 ชุด ชุดละ 25 บาท เป็นเงิน 725 บาท -วิทยากร 1 คน -ผู้ปกครอง 25 คน -ผู้ดูแลเด็ก /ผู้ช่วยผู้ดูแลเด็ก 3 คน
- ค่าอุปกรณ์จัดบอร์ดให้ความรู้เรื่องสุขภาพฟัน
- ฟิวเจอร์บอร์ด จำนวน 6 แผ่น แผ่นล่ะ 20 บาท เป็นเงิน 120 บาท
- กระดาษโปสเตอร์สี จำนวน 10 แผ่น แผ่นละ 8 บาท เป็นเงิน 80 บาท
- กาวสองหน้า จำนวน 5 ชิ้น ชิ้นละ 20 บาท เป็นเงิน 100 บาท
- ฟิวเจอร์บอร์ด จำนวน 6 แผ่น แผ่นล่ะ 20 บาท เป็นเงิน 120 บาท
- กาวลาเท็กซ์ จำนวน 1 กระป๋อง กระป๋องละ 80 บาท เป็นเงิน 80 บาท - ปากกาเคมี 3 ด้าม ด้ามละ 20 บาท เป็นเงิน 60 บาท - สำลี 1 ถุง ถุงล่ะ 20 บาท เป็นเงิน 20 บาท - ปืนกาว+กาว 2 ชุด เป็นเงิน 40 บาท เป็นเงิน 500 บาท รวม 3,601 บาท
ถึง3601 บาท -
กิจกรรมสาธิตสอนการแปรงฟันอย่างถูกวิธี
- ค่าแปรงสีฟันสำหรับเด็ก จำนวน 25 ด้ามๆละ 35 บาท เป็นเงิน 875บาท
- ค่ายาสีฟันสำหรับเด็ก จำนวน 25 หลอดๆละ 35 บาท เป็นเงิน 875 บาท
- ค่าแก้วน้ำ จำนวน 25 ใบๆละ 59 บาท เป็นเงิน 1,475 บาท
- ค่าผ้าขนหนูสำหรับเช็ดหน้า จำนวน 25 ผืนๆละ 20 บาท เป็นเงิน 500บาท
5.ค่าเอกสารแจกผู้ปกครอง จำนวน 25 ชุด ชุดละ 20 บาท เป็นเงิน 500 บาท
รวม 4,225 บาท
ถึง4225 บาท
1.เด็กนักเรียนได้รับการส่งเสริมและมีความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปากลดการเกิดฟันผุในสุขภาพช่องปาก
2.เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแปรงฟันหลังรับประทานอาหารกลางวันทุกวัน
3.สร้างจิตสำนึกและปลูกฝังการดูแลสุขภาพช่องปากเป็นประจำ
