การพัฒนารูปแบบการดูแลอาการปวดในผู้สูงอายุด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยในชุมชน
-
จำนวนบุคคลในครอบครัวที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติต่อผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแล (คน)
-
ร้อยละสถานที่หรือพื้นที่สาธารณะที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ
-
เพื่อเพิ่มจำนวนผู้สูงอายุ ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ
ผู้สูงอายุ ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (150 นาทีต่อสัปดาห์) เพิ่มขึ้้น
-
กลุ่มผู้สูงอายุ
1.หลักการและเหตุผล
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้ปัญหาสุขภาพในผู้สูงอายุมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูก ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอย่างมีนัยสำคัญ จากการศึกษาพบว่าผู้สูงอายุมากกว่าร้อยละ 50 มีอาการปวดเรื้อรัง และอาการปวดบริเวณคอ บ่า และไหล่ เป็นหนึ่งในตำแหน่งที่พบได้บ่อยในกลุ่มประชากรดังกล่าว อาการปวดดังกล่าวไม่เพียงส่งผลต่อความสามารถในการเคลื่อนไหวและการทำกิจวัตรประจำวันเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจ การนอนหลับ และการพึ่งพาผู้อื่น รวมถึงนำไปสู่การใช้ยาแก้ปวดอย่างต่อเนื่อง
การให้บริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ พบว่าการดูแลผู้สูงอายุที่มีอาการปวดส่วนใหญ่มุ่งเน้นการรักษาเมื่อเกิดอาการ เช่น การใช้ยา การนวด หรือการทำกายภาพบำบัดในสถานพยาบาล ขณะที่การส่งเสริมการดูแลตนเองและการติดตามอย่างต่อเนื่องในระดับชุมชนยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพ เช่น ไม่มีผู้ดูแลพาไปสถานพยาบาล หรือมีข้อจำกัดด้านการเดินทาง ส่งผลให้ผู้สูงอายุบางส่วนไม่ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม
จากข้อมูลการให้บริการของคลินิกการแพทย์แผนไทย ศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลเมืองบ้านพรุ ในช่วงปีงบประมาณ 2568 พบว่าผู้สูงอายุเข้ารับบริการด้วยอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูกจำนวน 993 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 25.89 ของการเข้ารับบริการทั้งหมด โดยในจำนวนนี้เป็นอาการปวดบริเวณคอ บ่า และไหล่ จำนวน 360 ครั้ง ร้อยละ 36.25 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าอาการปวดในตำแหน่งดังกล่าวเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญในชุมชน นอกจากนี้ยังพบว่าผู้สูงอายุส่วนหนึ่งมารับบริการซ้ำ และยังขาดการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องในชุมชน
ดังนั้น การพัฒนารูปแบบการจัดการอาการปวดในผู้สูงอายุที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของบุคลากรสาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จึงมีความจำเป็น โครงการนี้จึงมุ่งเน้นการคัดกรองผู้สูงอายุเชิงรุกในชุมชนอย่างเป็นระบบ การคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายที่มีอาการปวดและมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพ และส่งเสริมการสร้างความรู้ในการดูแลตนเองอย่างต่อเนื่อง โครงการนี้คาดว่าจะก่อให้เกิดรูปแบบการดูแลอาการปวดในผู้สูงอายุระดับชุมชนที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ และสามารถนำไปขยายผลในพื้นที่อื่นได้ อันจะนำไปสู่การลดภาระของระบบบริการสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมการใช้แบบสำรวจในการจัดทำข้อมูลสุขภาพให้แก่ตัวแทน อสม.ทั้ง 11 ชุมชน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 คนๆละ 30 บาท เป็นเงิน 1,800.-บาท
- ค่าวัสดุสำนักงาน 2.1 แฟ้มกระดุมใส่เอกสาร จำนวน 5 โหลๆละ 130 บาท เป็นเงิน 650.-บาท 2.2 ปากกาจำนวน 1 กล่องๆละ 280 บาท เป็นเงิน 280.-บาท 2.3 กระดาษ A4 จำนวน 3 รีมๆละ 155 บาท เป็นเงิน 465.-บาท
- ป้ายไวนิลขนาด 1.2 ม x 2 ม. จำนวน 1 ผืน เป็นเงิน 360.-บาท
- ค่าถ่ายเอกสารแบบฟอร์มสำรวจ จำนวน 2,500 ชุดๆ ละ 1.5.- บาท
เป็นเงิน 3,750.-บาท
1 กรกฎาคม 2569 ถึง 24 กรกฎาคม 25697305 บาท -
การคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายและดูแลตามแนวทางแพทย์แผนไทยเพื่อจัดอาการปวดกล้ามเนื้อในชุมชนต้นแบบ
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม (ประชุมติดตามผลดำเนินงานอสม.) จำนวน จำนวน 30 คนๆละ 30 บาท เป็นเงิน 900.-บาท
- วัสดุทางการแพทย์
3.1 น้ำมันนวดสมุนไพร จำนวน 5 โหลๆละ 960 บาท
เป็นเงิน 4,800.- บาท - ค่าจัดทำเอกสารคู่มือสำหรับการนวดด้วยตนเองพร้อมแบบบันทึกติดตาม จำนวน 30 เล่มๆ ละ 100.-บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
1 กรกฎาคม 2569 ถึง 18 กันยายน 25698700 บาท
- มีฐานข้อมูลอาการปวดของผู้สูงอายุ 65-74 ปีของชุมชนในเขตเทศบาลเมืองบ้านพรุ จำนวน 11 ชุมชน
- มีระบบคัดกรอง และได้กลุ่มเป้าหมายที่มีความเหมาะสมในการดูแล
- กลุ่มเป้าหมายมีระดับความปวดลดลง และมีทักษะความสามารถในการดูแลตนเองที่ดีขึ้น
- เกิดรูปแบบการดูแลอาการปวดกล้ามเนื้อแบบเชิงรุกในชุมชน
- มีระบบคัดกรอง และได้กลุ่มเป้าหมายที่มีความเหมาะสมในการดูแล
