โครงการพัฒนาแกนนำนักเรียน ต้นกล้าสุขภาพ ปีงบประมาณ 2569
การปฏิรูประบบสุขภาพ เป็นการปรับนโยบายและแผนทางด้านสุขภาพ ใช้เป็นแนวทางจัดการด้านสุขภาพ ซึ่งเป้าหมายการดูแลได้เปลี่ยนแปลงไปจากการรักษาเยียวยาเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ โดยเน้นการส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรคและการบาดเจ็บในขณะเดียวกันได้มุ่งเน้นการลดภาวะเสี่ยงต่าง ๆ และการพัฒนาศักยภาพในการดูแลตนเองของบุคคล กลุ่มนักเรียน และเยาวชน เป็นอีกกลุ่มที่มีพลังอำนาจในการร่วมสร้างเสริมสุขภาวะในชุมชน เป็นกระบอกเสียง และจุดเริ่มต้นในการสร้างสังคมให้น่าอยู่ ปลอดโรคภัย ด้วย การดำเนินงานป้องกันโรค และส่งเสริมสุขภาพของจังหวัดปัตตานีภาพรวมยังไม่บรรลุผลเท่าที่ควร จากปีที่ผ่านมาพบว่าสถานการณ์ที่เป็นปัญหาใหญ่ของสาธารณสุข คือเกิดอุบัติการณ์การโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เกิดปัญหาเด็กท้องก่อนวัยอันควร เกิดการติดยาเสพติด และปัจจุบันยังพบ ปัญหาของการโรคเรื้อรังในกลุ่มวันรุ่น วัยเรียนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดความชุกของปัญหาโรคเรื้อรังในพื้นที่เพิ่มมากขึ้นดังกล่าวนั้นแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินงานป้องกันยังไม่ดีเท่าที่ควร ด้วยเหตุปัจจัยหลายประการ อาทิเช่น ประชาชน นักเรียน เยาวชนขาดความรู้ ทักษะสังคม ส่งผลให้เกิดปัญหาดังกล่าว การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ให้กับกลุ่มแกนนำนักเรียนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาโรงเรียน และพัฒนาเยาวชน เพราะเป็นการสร้างตัวแทนสื่อสาร (Health Messenger) ที่มีทักษะในการเข้าถึง เข้าใจ ประเมิน และประยุกต์ใช้ข้อมูลสุขภาพ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองและเพื่อนๆ นำไปสู่การลดโรค ป้องกันภัยสุขภาพ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน
เพื่อให้การดำเนินงานกลุ่มวัยเด็ก วัยเรียน ซึ่งเป็นแกนนำนักเรียนที่มีการจัดตั้ง ชมรม และแกนนำสุขภาพในโรงเรียน ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อการแก้ปัญหาภาวะคุกคามต่อสุขภาพ ตลอดจนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อครอบครัว เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯตำบลปูยุด จึงเห็นสมควรต้องแก้ปัญหาจึงจัดทำโครงการพัฒนาแกนนำนักเรียน ต้นกล้าสุขภาพ เพื่อการสร้างแกนนำนักเรียน สร้างพลังอำนาจในการตัดสินใจ แกนนำนักเรียนจะมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพ สามารถประเมินข้อมูลข่าวสารสุขภาพที่ถูกต้องและไม่ถูกหลอก ทำให้ตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีต่อสุขภาพตนเองได้ เช่น การเลือกรับประทานอาหาร หรือการป้องกันโรค เป็นกระบอกเสียงสื่อสาร แกนนำสามารถนำความรู้ไปถ่ายทอด สื่อสาร และแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพให้แก่เพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ ในโรงเรียนได้ ซึ่งมีความต่อเนื่องและยั่งยืนกว่าการสื่อสารจากครูเพียงฝ่ายเดียว ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพการได้รับข้อมูลจากเพื่อน (Peer) ด้วยกันเอง ทำให้เกิดแรงจูงใจและการยอมรับมากกว่า ส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ เช่น การออกกำลังกาย การลดความเสี่ยง ลดโรคและปัญหาสุขภาพในโรงเรียน โดยแกนนำจะช่วยสำรวจสถานการณ์สุขภาพ และเป็นผู้ร่วมจัดการปัญหา เช่น ป้องกันโควิด-19 โรคติดต่อ หรือลดปัญหาโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ตั้งแต่วัยเยาว์ และที่สำคัญแกนนำนักเรียนจะสามารถเชื่อมโยงบ้านและชุมชน โดยแกนนำสามารถนำข้อมูลสุขภาพที่ได้รับจากโรงเรียนไปบอกต่อยังครอบครัวและชุมชน ทำให้ความรู้ด้านสุขภาพขยายสู่ชุมชนได้ต่อไป
-
เพื่อพัฒนาแกนนำนักเรียน เครือข่ายแกนนำสุขภาพ และโรงเรียน สามารถประเมินข้อมูลข่าวสารสุขภาพที่ถูกต้องและสามารถจัดทำแผนเผชิญเหตุการณ์ป้องกัน และควบคุมโรค และภัยสุขภาพได้
-
เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ แกนนำนักเรียน เครือข่ายสุขภาพ และผู้ปกครองด้านการป้องกันภัยสุขภาพจากโรคติดต่อ ไม่ติดต่อ และภัยสุขภาพอื่นๆ
-
เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานอย่างมี่ส่วนร่วมโดยแกนนำสามารถนำข้อมูลสุขภาพที่ได้รับจากการอบรม ไปบอดต่อยังโรงเรียน ครอบครัวและชุมชน ทำให้ความรู้ด้านสุขภาพขยายสู่ชุมชนได้
-
เพื่อลดอัตราการเกิดโรค และการสูญเสียของประชาชนในพื้นที่
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน50
-
กลุ่มวัยทำงาน20
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมกลุ่มแกนนำและเครือข่ายสุขภาพ
กลุ่มเป้าหมายกลุ่ม แกนนำนักเรียน ครูอนามัยโรงเรียน และเครือข่ายสุขภาพ (อสม.) จำนวน 70 คน
27 กรกฎาคม 2569 ถึง 27 กรกฎาคม 2569- หน่วยงาน และโรงเรียน มี และสามารถปฏิบัติตามแผนเฝ้าระวังและเผชิญเหตุ ร้อยละ 80
- ผู้เข้าร่วมอบรม มีองค์ความรู้ด้านการ ส่งเสริม ป้องกัน และเฝ้าระวังโรคติและภัยสุขภาพ ร้อยละ 80
- หน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการอบรม ร่วมพัฒนาและแก้ปัญหาการเฝ้าระวังโรคในพื้นที่
- อัตราการเกิดโรคติดต่อ และไม่ติดต่อ ลดลงในอนาคต
32300 บาท
