กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

tune

โครงการพัฒนานวัตกรรมการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยติดเตียงด้วยที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไตสู่กลไกระบบสุขภาพชุมชนอย่างยั่งยืน ปี 2569

กองทุนหลักประกันสุขภาพ กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลเมืองบ้านพรุ
stars
1. ชื่อโครงการ/กิจกรรม
โครงการพัฒนานวัตกรรมการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยติดเตียงด้วยที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไตสู่กลไกระบบสุขภาพชุมชนอย่างยั่งยืน ปี 2569
งานศูนย์บริการสาธารณสุข กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองบ้านพรุ
เขตพื้นที่เทศบาลเมืองบ้านพรุ
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
2. ความสอดคล้องกับแผนงาน
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
3. สถานการณ์
format_list_bulleted_add
สถานการณ์ปัญหา
  1. จำนวนบุคคลในครอบครัวที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติต่อผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแล (คน)

     

  2. จำนวนผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น หกล้มง่าย เป็นต้น

     

  3. ร้อยละสถานที่หรือพื้นที่สาธารณะที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ

     

description
สถานการณ์ หลักการและเหตุผล หรือ ที่มาของการทำโครงการ เพิ่มเติม

ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2548 และคาดการณ์ว่าในอีก 20 ปีข้างหน้าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ เมื่อเข้าสู่ความสูงวัยมักจะมาพร้อมกับปัญหาสุขภาพและความเสื่อมถอยของร่างกาย ซึ่งส่งผลให้เกิดโรคหรือภาวะเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน, โรคหลอดเลือดสมอง, โรคหัวใจ หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ จนทำให้ร่างกาย ไม่สามารถเคลื่อนไหวและนำไปสู่ภาวะติดเตียงในที่สุด ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและการคาดการณ์ของ ThaiHealth ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้สูงอายุติดเตียงประมาณ 236,000 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี จากข้อมูลการสำรวจประชากรในพื้นที่เทศบาลเมืองบ้านพรุในปี 2568 พบว่ามีจำนวนผู้สูงอายุติดเตียง 75 คน โดยผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายและช่วยเหลือตนเองได้ในการทำกิจวัตรประจำวัน จึงจำเป็นต้องมีคนดูแลและให้การช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆที่จะเกิดขึ้นโดยเฉพาะการเกิดแผลกดทับ
แผลกดทับเป็นการบาดเจ็บเฉพาะที่ของผิวหนังและเนื้อเยื่อที่อยู่ใต้ผิวหนัง โดยการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นมักเกิดบริเวณปุ่มกระดูกหรือเป็นผลจากแรงกระทำจากภายนอก พบได้ทั้งกรณีที่ผิวหนังยังไม่มีการฉีกขาดและกรณีที่ผิวหนังมีรอยถลอกเป็นแผลเปิด ซึ่งอาจมีความเจ็บปวดร่วมด้วย นอกจากนี้ภาวะนี้ยังสามารถพบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ รวมไปถึงผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว หรือผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะหากผู้ป่วยนั้นเป็นผู้สูงอายุจะยิ่งส่งผลให้ความสามารถในการช่วยเหลือตนเองและการเคลื่อนไหวได้ยากลำบากมากยิ่งขึ้น ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงทางระบบผิวหนังที่มีชั้นไขมัน การสร้างคอลลาเจนและหลอดเลือดฝอยที่ลดลง ซึ่งจะส่งผลให้ผิวหนังจะเกิดรอยช้ำได้ง่าย นอกจากนี้ระบบการรับความรู้สึกที่ผิวหนังลดลงตามความเสื่อมของปลายประสาท ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุให้มีโอกาสการเกิดแผลกดทับได้มากกว่าช่วงวัยอื่น ๆ โดยปัญหาของแผลกดทับส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นอย่างมากทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายในการป้องกันการเกิดแผลกดทับ มีมูลค่าน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการดูแลเมื่อเกิดแผลกดทับแล้ว จากการศึกษาของคุณนลินทิพย์ ตำนานทอง และคณะ(พ.ศ. 2538) เพื่อหาค่าใช้จ่ายในการรักษาแผลกดทับในโรงพยาบาลศรีครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ค่าใช้จ่ายการดูแลเมื่อเกิดแผลกดทับในผู้ป่วย 30 คน ในระยะเวลา 2 ปี 3 เดือน

พบว่าผลรวมของต้นทุนค่าแรงของพยาบาล ต้นทุนค่าเวชภัณฑ์ และต้นทุนการผ่าตัดรักษา มีค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 1,167,926.46 บาท หรือค่ามัธยฐานต่อคน เท่ากับ 30,484.14 บาท ซึ่งในปัจจุบันอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นหรือมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับอดีต ในการลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การใช้อุปกรณ์ช่วยกระจายแรงกด ซึ่งปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่ช่วยกระจายแรงกดทับมากมายหลายชนิด เช่น ที่นอนที่ทำจากน้ำ ยางพารา และโฟม เป็นต้น การใช้อุปกรณ์เพื่อป้องกันแผลกดทับเป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความนิยม เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่สามารถหาได้ง่ายและใช้เพื่อกระจายหรือลดแรงกดทับบริเวณที่เกิดผิวสัมผัสระหว่างที่นอนและผิวหนังของผู้ป่วย โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นปุ่มกระดูก เช่น ก้นกบ ส้นเท้า ตาตุ่ม โดยที่นอนรูปแบบต่าง ๆ มีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดแผลกดทับได้ แต่ยังคงมีข้อจำกัด จึงได้มีการพัฒนาที่นอนลมไฟฟ้า ซึ่งเป็นที่นอนลมที่ให้แรงดันสลับโดยจะมีการปั๊มลมเข้าและออกเป็นระยะด้วยปั๊มที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งมีคุณสมบัติในการสูญเสียปริมาตรลมที่เติมเข้าไปน้อย และยังออกแบบให้สามารถป้องกันความชื้นที่จะเกิดขึ้นที่ผิวหนัง จึงช่วยลดโอกาสในการเกิดแผลกดทับได้ อย่างไรก็ตามที่นอนลมไฟฟ้าก็ยังมีข้อจำกัดในด้านของค่าใช้จ่ายที่มีราคาสูง และการดูแลรักษาไม่ให้ที่นอนลมรั่ว และเมื่อชำรุดแล้วยังต้องใช้เวลานานในการซ่อม จากการสืบค้นข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์ พบว่าในปี 2015 คุณภูดิศ สะวิคามิน ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับที่นอนลมที่ผลิตจากถุงน้ำยาล้างไตเพื่อป้องกันแผลกดทับในผู้พิการทางร่างกาย กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง ผลการศึกษาพบว่าผู้ป่วยที่ใช้ที่นอนลม จำนวน 128 ราย ไม่เกิดแผลกดทับ ส่วนผู้ป่วยที่ไม่ใช้ที่นอนลม จำนวน 22 ราย เกิดแผลกดทับ 17 ราย คิดเป็นร้อยละ 77.3 และพบว่าในกลุ่มที่มีแผลกดทับระดับ 1-3 จำนวน 27 ราย เมื่อใช้ที่นอนลมแล้วแผลหายทุกราย คิดเป็นร้อยละ 100 ส่วนผู้ป่วยที่มีแผลกดทับระดับ 4 มีจำนวน 5 ราย เมื่อใช้ที่นอนลมแล้วอาการดีขึ้น 2 ราย คิดเป็นร้อยละ 40 ซึ่งมีความสอดคล้องกับผลการศึกษาของคุณปรเมษฐ์ ปุริมายะตา และคณะ ในปี 2016 ที่ศึกษาเกี่ยวกับนวัตกรรมชุดที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไตเพื่อป้องกันแผลกดทับในผู้ป่วยกระดูกต้นขาหักที่ได้รับการดึงถ่วงน้ำหนัก โดยเปรียบเทียบความแตกต่างของการเกิดแผลกดทับระหว่างกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้ที่นอนลมไฟฟ้าและกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้ชุดที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไต พบว่าไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และยังมีคะแนนประสิทธิภาพในการใช้งานโดยรวม (ความแข็งแรง, ปลอดภัย, ความพร้อมใช้, ทำความสะอาดง่าย, ความสะดวกต่อการใช้และจัดเก็บ) อยู่ในระดับดี คิดเป็นร้อยละ 89.65 พบว่านวัตกรรมชุดที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไตมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการป้องกันแผลกดทับได้เมื่อเทียบเคียงกับที่นอนลมไฟฟ้า
จะเห็นได้ว่านวัตกรรมที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไตมีผลต่อการป้องกันแผลกดทับ ทั้งในเชิงการพัฒนาประสิทธิภาพและประสิทธิผล อีกทั้งยังไม่มีการนำนวัตกรรมมาใช้ในกลุ่มประชากรผู้สูงอายุที่มีภาวะติดเตียงซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดแผลกดทับ ในปี 2568 หน่วยกายภาพบำบัด งานศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลเมืองบ้านพรุ ได้จัดทำโครงการป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเกิดแผลกดทับในผู้สูงอายุติดเตียงด้วยนวัตกรรมที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไตขึ้น ร่วมกับสาขาวิชากายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยลัยสงขลานครินทร์ เพื่อนำนวัตกรรมที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไตที่ผลิตโดยศูนย์สร้างสุขชุมชน อำเภอนาทวี เข้ามาใช้สำหรับผู้สูงอายุติดเตียงที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับ พร้อมทั้งให้คำปรึกษาแนะนำผู้ป่วยและผู้ดูแล โดยมีการสำรวจผู้ป่วยติดเตียงในเขตเทศบาลเมืองบ้านพรุจำนวน 142 ราย ได้ทำการประเมินผู้ป่วย 118 ราย และผ่านเข้าร่วมโครงการจำนวน 42 ราย และดำเนินการมอบนวัตกรรมที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไตและติดตามผลครบ 1 เดือน เป็นจำนวน 20 ราย อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญที่พบคือ จำนวนการผลิตน้อยกว่าความต้องการ และการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นไปได้ยาก และยังขาดการจัดการระบบการจัดการอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ในปี 2569 จึงขยายผลของโครงการเพื่อพัฒนานวัตกรรมที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดแผลกดทับในผู้สูงอายุติดเตียง แต่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุติดเตียงโดยการพัฒนาโครงการ “Smart Bedridden Care Model” โครงการพัฒนานวัตกรรมการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยติดเตียงด้วยที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไตสู่กลไกระบบสุขภาพชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งมุ่งเน้นการบูรณาการนวัตกรรมสุขภาพให้เข้ากับศักยภาพของชุมชน จัดทำระบบการสำรวจ ติดตามผล และการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อการป้องกันการเกิดแผลกดทับในผู้สูงอายุติดเตียงที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับ พร้อมทั้งเชื่อมโยงสู่ระบบการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยการจัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้จากหน่วยงานวิชาการแก่อาสาสมัครสาธารณสุข หรือผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี หรือผู้ที่สนใจ เพื่อพัฒนาทักษะคนในชุมชนให้มีความรู้การดูแลผู้ป่วยติดเตียง สร้างเครือข่ายสุขภาพชุมชนขึ้น เป็นการพัฒนาทั้งด้านระบบสุขภาพ และสังคม ไปพร้อมกันให้เกิดเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุติดเตียง และเกิดเป็นกลไกระบบสุขภาพอย่างยั่งยืน

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
4. วัตถุประสงค์และตัวชี้วัด

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
5. กลุ่มเป้าหมาย
format_list_bulleted_add
กลุ่มเป้าหมาย
description
รายละเอียดกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติม

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
6. ระยะเวลาดำเนินงาน
22 กรกฎาคม 2569 15 กันยายน 2569
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
7. วิธีการดำเนินงาน
  • กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
  • งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
sports_handball
กิจกรรมที่จะดำเนินการ
  1. กิจกรรมที่ 1 การพัฒนาและขยายการเข้าถึงนวัตกรรมที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไต

    -โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ 4 สี 50 ใบ ใบละ 10 บาท เป็นเงิน 500 บาท -ค่าจัดทำแบบประเมิน 100 ชุด ชุดละ 10 ใบ ใบละ 5 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท -ค่าจัดทำแบบประเมิน 100 ชุด ชุดละ 10 ใบ ใบละ 5 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท -อุปกรณ์วัดแรงดันลม รุ่น SW-512C จำนวน 20 อัน อันละ 1,990 บาท เป็นเงิน 39,800 บาท -อุปกรณ์ปั้มลมแบบพกพา ขนาด 12 โวลต์ พร้อมมอแดปเตอร์ 20 อัน อันละ 900 บาท เป็นเงิน 18,000 บาท

    14 สิงหาคม 2569 ถึง 17 กันยายน 2569

     

    64300 บาท
  2. กิจกรรมที่ 2 การพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยติดเตียงแบบองค์รวม
    • ค่าวิทยากรจำนวน 1 คน ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 6 ชั่วโมง เป็นเงิน
      3,600 บาท
    • ค่าอาหารกลางวันสำหรับเจ้าหน้าที่ 5 คน และผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน
      55 คน รวม 60 คน 1 มื้อ/วัน จำนวน 1 วัน มื้อละ 80 บาท เป็นเงิน
      4,800 บาท
    • ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับเจ้าหน้าที่ 5 คน และผู้เข้าร่วมโครงการ
      จำนวน 55 คน รวม 60 คน 2 มื้อ/วัน จำนวน 1 วัน มื้อละ 35 บาท เป็น
      เงิน 4,200 บาท
    • ค่าจัดทำเอกสารประกอบการอบรมการดูแลผู้ป่วยติดเตียง 55 ชุด ชุดละ
      100 บาท เป็นเงิน 5,500 บาท
    • ค่าจัดทำคู่มือการดูแลผู้ป่วยติดเตียง 55 ชุด ชุดละ 10 ใบ ใบละ 5 บาท เป็นเงิน 2,750 บาท การประชุมสรุปผลและติดตามผล
      • ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และผู้เข้าร่วม โครงการ จำนวน 20 คน 1 มื้อ/วัน จำนวน 1 วัน มื้อละ 35 บาท เป็นเงิน
        700 บาท
    16 กันยายน 2569 ถึง 18 กันยายน 2569

     

    21550 บาท
description
วิธีการดำเนินงานเพิ่มเติม

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
8. งบประมาณโครงการ
description
หมายเหตุ

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
9. ผลการดำเนินงานที่คาดหวัง
format_list_bulleted_add
ผลจากการดำเนินโครงการท่านคาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?
  1. นวัตกรรมที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไตที่ประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดแผลกดทับ และเพิ่มการเข้าถึง
    การดูแลในผู้ป่วยติดเตียงอย่างทั่วถึง
  2. เกิดระบบการดูแลผู้ป่วยติดเตียงแบบองค์รวมที่มีการเชื่อมโยงการทำงานของผู้ดูแล อาสาสมัครสาธารณสุขประจำ หมู่บ้าน และหน่วยบริการสุขภาพอย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ
  3. เกิดกลไกระบบสุขภาพชุมชนที่เข้มแข็ง สามารถดำเนินงานและพัฒนาได้อย่างยั่งยืน
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
10. เอกสารประกอบโครงการ
คะแนน:
1
2
3
4
5
กองทุนตำบลบ้านพรุโครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2569 13:54 น. แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22 ก.ค. 2569 14:42 น.
คะแนน:
1
2
3
4
5