-
ร้อยละของตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน (สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกร สารกันราหรือกรดซาลิซิลิค สารฟอกขาว สารบอแรกซ์ สารฟอร์มาลิน หรือสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ และยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช)-10
-
พบการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัยในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง60
-
พบการขายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัยในร้านขายของชำ50
-
พบการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัยในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง60
แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) นโยบายประเทศไทย 4.0 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติโดยแผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้ประกอบด้วย สถานการณ์และปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพ สถานะสุขภาพ ยุทธศาสตร์ ความเป็นเลิศ 4 ด้าน ของกระทรวงสาธารณสุข คือ 1.ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเลิศ 2.บริการเป็นเลิศ 3. บุคคลเป็นเลิศ 4.บริหารเป็นเลิศด้วยธรรมาภิบาล มีแผนงานโครงการรวมทั้งสิ้น 15 แผน 45 โครงการ ซึ่งเป้าหมายตัวชี้วัดและมาตรการสำคัญแต่ละโครงการ ตลอดจนแนวทางการขับเคลื่อนและการประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อขับเคลื่อนและสร้างความเข้าใจร่วมกันในการดำเนินงานด้านสาธารณสุขให้แก่ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
งานคุ้มครองผู้บริโภคในปัจจุบัน มีประแสการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ทุกเพศ ทุกวัย ส่วนหนึ่งมาจากการเข้าถึงการโฆษณาผลิตภัณฑ์ได้ง่าย หลายช่องทาง โดยเฉพาะสื่อออนไลน์และการขายตรง ดังนั้นผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ประชาชนบริโภค มีทั้งที่ผลิตภายในประเทศและนอกประเทศ มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น หน่วยงานภาครัฐได้พยายามได้พยายามตรวจสอบความปลอดภัยและเฝ้าระวังการโฆษณาเกินเจริงของผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่ยังพบว่ามีความไม่ปลอดภัยในการบริโภคอยู่จำนวนไม่น้อย สถานการณ์ปัญหาด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพในประเทศไทย ยังมีปัญหาได้แก่ การจำหน่ายยา พบมากมีการจับกุมดำเนินคดีผู้ผลิตยาปลอม รวมถึงยาเสพติด ตรวจสอบโรงงาน การโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพทางสื่อต่างๆ โทรทัศน์ดาวเทียว เคเบิ้ลทีวี และอินเตอร์เน็ต ร้านขายยาผิดกฎหมาย ร้านขายยาที่ไม่มีใบอนุญาต ลักลอบขายยาผิดกฎหมาย และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ได้แก่ ปลอม การโฆษณาผ่านเว็บไซต์ แสดงฉลากไม่ถูกต้อง ปีงบประมาณ
2558 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ดำเนินงานตรวจสอบ เฝ้าระวัง โฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่กระทำผิดกฎหมาย จำนวน 29,132 เรื่อง และพบการฝ่าฝืนการโฆษณาจำนวน 1,997 เรื่อง ผลิตภัณฑ์ที่พบโฆษณาฝ่าฝืนกฎหมายมากที่สุด คือ อาหาร ร้อยละ 13 รองลงมา คือ ยา ยาเสพติด และเครื่องสำอาง ตามลำดับ นอกจากนี้ปัญหาที่พบจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยังพบว่า ประชาชนมีการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง บริโภคเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง และบริโภคอาหารกรุบกรอบ ร้อยละ 65.5 , 49.6 , และ35.5 ตามลำดับ และยังพบว่าผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีการโฆษณาขาวใส ลดน้ำหนักนั้น เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่ามีสารปลอมปนอันตราย และผลการตรวจผลิตภัณฑ์สุขภาพแต่ละผลิตภัณฑ์ ทั้งอาหารเสริม เครื่องสำอางและยา มีการลักลอบใส่สารอันตรายหลายรายการ โดยในส่วนของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารปลอมปนโดยมีการผสมยาแผนปัจจุบัน แยกเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก ได้แก่ ยาลดความอ้วน อีเฟรดีน ไซบูทรามีน ซึ่งจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ไม่รู้สึกหิวแต่เกิดอาการทางจิตและประสาท ส่งผลให้การเต้นของหัวใจผิดจังหวะ และทำให้เสียชีวิตได้ สินค้าที่ไม่ปลอดภัยเหล่านี้มีความหลายหลาย กระจายอยู่ทุกพื้นที่ ในประเทศไทย นับว่าเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ผู้บริโภคต้องเผชิญอยู่เป็นประจำ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระดับต่ำจนถึงรุนแรงและเสียชีวิต แต่ด้วยข้อจำกัดของทรัพยากรที่มีอยู่ ทำให้ไม่สามารถที่จะจัดการกับสินค้าไม่ปลอดภัยในทุกรายการได้ จำเป็นต้องอาศัยกลไกการคุ้มครองผู้บริโภคในพื้นที่ร่วมกันดำเนินการเพื่อปกป้องและคุ้มครองประชาชน รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้บริโภคในพื้นที่ในการดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากสินค้าอันตรายต่างๆ
สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเทพาร่วมกับโรงพยาบาลเทพา มีกลไกในการจัดการผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัย โดยการรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจกับภาคีเครือข่ายในระดับตำบล ได้แก่ ผู้นำชุมชน แกนนำนักเรียนอย.น้อย ร้านค้าในชุมชน เป็นต้น นอกจากนั้นการบริโภคที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพ โดยเฉพาะโรคที่มาจากพฤติกรรมการบริโภค ไม่ว่าจะเป็นโรคไม่ติดต่อ ได้แก่ โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง เป็นต้น ที่พบมากในพื้นที่ของประเทศไทย และจะเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศยากแก่การแก้ไข และต้องเสียเงินในการจัดซื้อยาเพื่อให้ประชาชนใช้ในการกินเพื่อควบคุมโรคตลอดชีวิตของผู้ที่ป่วยด้วยโรคดังกล่าว ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจอีกด้านหนึ่งด้วย
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะสะบ้า มีหมู่บ้านรับผิดชอบจำนวน 8 หมู่บ้าน มีประชากรทั้งหมด 7,792 คน ผู้ป่วยโรคเรื้อรังจำนวน 1,054 คน มีร้านขายของชำจำนวน 34 ร้าน โรงเรียนจำนวน 5 โรงเรียน และวัดจำนวน 4 แห่ง โดยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะสะบ้าได้ตระหนักถึงความสำคัญในการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ปลอดภัยและไม่ให้มีผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัยเข้ามาขายในชุมชน จะเป็นการสร้างความเข้มแข็งในชุมชนในระยะยาว จึงได้จัดทำโครงการชุมชนร่วมใจ ป้องกันภัยผลิตภัณฑ์สุขภาพ สู่ชาวเกาะสะบ้าสุขภาพดี
-
เพื่อพัฒนาเครือข่ายชุมชนในการป้องกันภัยจากผลิตภัณฑ์สุขภาพจากการมีส่วนร่วมของชุมชน100
-
เพื่อแก้ไขปัญหาผลิตภัณฑ์สุขภาพของชุมชนอย่างยั่งยืน100
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน20
-
กลุ่มวัยทำงาน31
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง40
ร้านขายของชำ 15 ร้าน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
บริโภคถูกต้อง ป้องกันภัยสุขภาพ
1.1 ค่าป้ายไวนิลโครงการชุมชนร่วมใจ ป้องกันภัยผลิตภัณฑ์สุขภาพ สู่ชาวเกาะสะบ้าสุขภาพดีขนาด 1.2x2.4 ซม. จำนวน 1 แผ่นๆละ 576 บาท เป็นเงิน 576 บาท 1.2 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 91 คนๆละ 30 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 2,730 บาท
1.3 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับวิทยากร จำนวน 2 คนๆละ 30 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 120 บาท 1.4 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับแขกผู้มีเกียรติ จำนวน 4 คนๆละ 30 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 120 บาท 1.5 ค่าวิทยากรให้ความรู้เรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพและการเลือกซื้อผลิภัณฑ์สุขภาพที่ปลอดภัย จำนวน 1 คน x 3 ชม.ๆละ 600 บาท x 2 วัน เป็นเงิน 3,600 บาท 1.6 ค่าเอกสารประกอบและวัสดุอุปกรณ์การอบรม จำนวน 91 ชุดๆละ 35 บาท
เป็นเงิน 3,185 บาท1 สิงหาคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569ประชาชนมีความรู้และสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ปลอดภัยได้
10331 บาท-
1.พัฒนาศักยภาพ ให้ความรู้ประชาชน จำนวน 91 คน แบ่งเป็น 2 วัน ประกอบด้วย -ผู้นำชุมชน จำนวน 8 คน -อย.น้อยโรงเรียนบ้านบ่อน้ำส้ม จำนวน 10 คน -อย.น้อยโรงเรียนบ้านกรงอิตำ จำนวน 10 คน -ร้านขายของชำ จำนวน 15 คน -ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง จำนวน 40 คน -อสม.คุ้มครอง จำนวน 8 คน10331 บาท
-
-
เฝ้าระวังและจัดการความเสี่ยงในชุมชน
2.1 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 17 คนๆละ 30 บาท จำนวน 1 มื้อ
เป็นเงิน 510 บาท 2.2 ค่าชุดทดสอบสารปนเปื้อนในอาหาร
-สารบอแรกซ์จำนวน 1 ชุดๆละ 620 บาท -สารฟอกขาวจำนวน 1 ชุดๆละ 345 บาท -สารกันราจำนวน 1 ชุดๆละ 635 บาท -สารฟอร์มาลีนจำนวน 8 ชุดๆละ 130 บาท เป็นเงิน 2,640 บาท 2.3 ค่าชุดทดสอบสารอันตรายในเครื่องสำอางประกอบด้วย สารสเตียรอยด์ , สารปรอท ,สารไฮโดรควิโนน , กรดเรทิโนอิก จำนวน 1 ชุดๆละ 1,284 บาท
เป็นเงิน 1,284 บาท 2.4 ค่ากล่องใส่อุปกรณ์เก็บตัวอย่างส่งตรวจ จำนวน 8 กล่องๆละ 120 บาท
เป็นเงิน 960 บาท 2.5 ค่ากล่องใส่อุปกรณ์สำรวจผลิตภัณฑ์สุขภาพในร้านชำ จำนวน 8 กล่องๆละ 120 บาท เป็นเงิน 960 บาท 2.6 ค่าแว่นขยายขนาด 3 นิ้ว จำนวน 8 ชิ้นๆละ 120 บาท เป็นเงิน 960 บาท1 กันยายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ไม่พบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัยในชุมชน
7314 บาท-
1.สำรวจร้านชำเพื่อเฝ้าระวังและจัดการความเสี่ยงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชน 2.การตรวจสารปนเปื้อนในอาหารและเครื่องสำอาง 3.มีจุดรับแจ้งผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัย 8 หมู่บ้านบาท
-
-
การรณรงค์ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ปลอดภัยในชุมชน
3.1 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 1 มื้อ ๆ ละ 30 บาท x 49 คน
เป็นเงิน 1,470 บาท 3.2 ค่าไวนิลเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาหาร ,ยา , เครื่องสำอาง , วัตถุอันตราย , เครื่องมือแพทย์ ขนาด 1.2 x 2.4 ม. จำนวน 5 แผ่นๆละ 576 บาท
เป็นเงิน 2,880 บาท 3.3 แผ่นพับให้ความรู้เรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ จำนวน 200 แผ่นๆ 10 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท1 กันยายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569มีเครือข่ายชุมชนในการป้องกันภัยจากผลิตภัณฑ์สุขภาพจากการมีส่วนร่วมของชุมชน
6350 บาท-
1. จัดกิจกรรมเดินรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนในชุมชนเพื่อสร้างกระแสการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ปลอดภัยประกอบด้วย -เจ้าหน้าที่สาธารณสุข จำนวน 3 คน -โรงเรียนบ้านบ่อน้ำส้ม จำนวน 10 คน -โรงเรียนบ้านกรงอิตำ จำนวน 10 คน -อสม.ในชุมชน จำนวน 10 คน -ผู้นำชุมชน/ตัวแทน จำนวน 8 คน -อสม.คุ้มครอง จำนวน 8 คนบาท
-
23,995 บาท
- มีเครือข่ายในการป้องกันภัยจากผลิตภัณฑ์สุขภาพจากการมีส่วนร่วมของชุมชนในการแก้ปัญหาการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ
- ไม่พบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัยในร้านขายของชำ
- ไม่พบผู้ป่วยที่เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัย
