โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรปลอดภัยจากสารพิษแบบองค์รวม
-
นางวันเพ็ญ อักษรเนียม
-
นายพิเชษฐ์ เขียดนิล
-
นายสรวุธ แก้วเรือง
-
นางนันทยา ชายเกตุ
-
นางกันยา ช่วยเทศ
-
ร้อยละครัวเรือนที่มีการใช้สารเคมีทางการเกษตร
ครัวเรือนเกษตรกรร้อยละ 30 ยังใช้สารเคมีทางการเกษตร
-
ร้อยละประชากรที่ขาดความรู้ หรือไม่ตระหนักในเรื่องความปลอดภัยจากการประกอบอาชีพ
เกษตรกรร้อยละ 50 ยังใช้สารเคมีทางการเกษตร ส่วนใหญ่ยังขาดความ รู้และไม่ตระหนักการเลิกใช้สารเคมี
-
ร้อยละของครัวเรือนที่มีความจำเป็นต้องเผาขยะ เศษวัสดุ หรือซากวัสดุการเกษตร
ครัวเรือนเกษตรกรยังขาดความรู้เรื่องการนำเศษวัสด หรือขยะครัวเรือนมาทำปุ๋ยหมักชีวภาพ
กลุ่มไม้ผลบ้านไร่เหนือ เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้น เมื่อปี 2553 โดยการรวบรวมสมาชิกในหมู่บ้านที่มีอาชีพทำเกษตรกรรม มีจำนวนสมาชิก 60 คน และได้ขยายเครือข่ายไปยังหมู่บ้านทอนตรน หมู่ที่ ๕ และ หมู่ที่ ๖ บ้านท่าเหนาะ ขณะนี้มีสมาชิกรวมทั้งหมด 250 คน ได้ดำเนินกิจการทางด้านเกษตรกรรม และได้รับรู้ถึงสถานการณ์โรคภัยไข้เจ็บสุขภาพของเกษตรกร ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่ได้นำสารเคมีกำจัดศัตรูพืชต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยตรงและเป็นสารตกค้างและเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวม นำมาใช้โดยขาดความรู้ ขาดความตระหนัก ถึงพิษภัยที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรงและทางอ้อม หรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวม ซึ่งมีพิษทั้งแบบเฉียบพลัน และเรื้อรังสะสมตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิต ขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชนั้นๆ ที่สามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือและรองเท้าบู๊ท ไม่ป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมเล่านี้ที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้น และป่วยจากการใช้สารเคมี เช่น โรคมะเร็ง โรคมะเร็งผิวหนัง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือด และทำลายระบบภูมิคุ้มกันและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ รวมทั้งการเผาทำลายเศษวัสดุ จากเศษพืช เศษอาหารเหลือใช้ ที่ไม่ถูกต้องอีกด้วย
กลุ่มไม้ผลบ้านไร่เหนือ หมู่ที่ 4 ตำบลคลองทรายขาว อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง จึงได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมีปัญหาต่อสุขภาพของเกษตรกรและประชาชนทั่วไป จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรปลอดภัยจากสารพิษแบบองค์รวม ประจำปี 2570 ขึ้น เพื่อให้สมาชิกกลุ่มเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงและประชาชนทั่วไป ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อตรวจดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใด เพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงของเกษตรกรหรือผู้สัมผัสสารเคมี อันจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ และเพิ่มพูนองค์ความรู้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคที่ปลอดภัย หันมาปลูกผักกินเอง การเลิกใช้สารเคมี และการนำวัสดุเหลือใช้มาทำปุ๋ยหมักชีวภาพ ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและต่อสิ่งแวดล้อม ต่อไป
-
เพื่อเพิ่มจำนวนครัวเรือนที่มีการคัดแยกขยะ15
ร้อยละครัวเรือนที่มีการคัดแยกขยะ
-
เพื่อลดจำนวนครัวเรือนที่มีการใช้สารเคมีทางการเกษตร30
ร้อยละครัวเรือนที่มีการใช้สารเคมีทางการเกษตร
-
เพื่อลดครัวเรือนที่มีความจำเป็นต้องเผาขยะ เศษวัสดุ หรือซากวัสดุการเกษตร20
ร้อยละของครัวเรือนที่มีความจำเป็นต้องเผาขยะ เศษวัสดุ หรือซากวัสดุการเกษตร
1.เพื่อส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้กลุ่มเกษตรกร ให้ตระหนักถึงพิษภัยจากสารเคมีตกค้าง และลด ละ เลิกการใช้สารเคมีอันตรายต่างๆ
2.เพื่อตรวจหาและเฝ้าระวังปริมาณสารเคมีตกค้างในร่างกายของเกษตรหรือประชาชนทั่วไป
3.เพื่อพัฒนาและส่งเสริมยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของเกษตรแบบองค์รวม เช่นการปลูกพืชปลอดสารพิษ การเลือกบริโภคที่ปลอดภัย การล้างพิษสารเคมีในร่างกาย (อบ และกินน้ำสมุนไพรขับสารพิษ) (การออกกำลังกายขับสารพิษ)
4.เพื่อส่งเสริมให้เกษตรนำเศษวัสดุครัวเรือนหรือขยะอินทรีย์มาทำปุ๋ยหมักชีวภาพไว้ใช้เอง และปลอดภัยไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- สมาชิกกลุ่มไม้ผลบ้านไร่เหนือ หมู่ที่ 4 ต.คลองทรายขาว จำนวน 50 คน
- ประชาชนทั่วไป/เกษตรกรกลุ่มเสี่ยง หมู่ที่ 4 ต.คลองทรายขาว จำนวน 50 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมคัดกรองตรวจหาสารเคมีในเลือด ค้นหากลุ่มเสี่ยง
โดยเจาะตรวจหาสารเคมีในเลือดในกลุ่มเกษตรไม้ผล และประชาชนทั่วไป หมู่ที่ 4 บ้านไร่เหนือ จำนวน 100 คน จำนวน 1 วัน ค่าใช้จ่ายดังนี้
1.ค่าวัสดุ อุปกรณ์ ตรวจหาสารเคมีในเลือด เช่น แถบตรวจหาสารเคมีในเลือด(กระดาษทดสอบโคลีนเอสเตอเรส) เข็มเจาะปลายนิ้ว ถุงมือดิสโพส หลอดแก้ว เป็นเงิน 4,500 บาท
2.ค่าบริการทางการแพทย์(ค่าตรวจสารเคมี) จำนวน 3 คนๆละ 3 ชั่วโมงๆละ 400 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
1 มีนาคม 2570 ถึง 30 มิถุนายน 25701.กลุ่มเกษตรไม้ผล และประชาชนทั่วไปได้รับการตรวจสารเคมีในเลือด
2 กลุ่มเกษตรไม้ผล และประชาชนทั่วไปได้รับรู้ถึงระดับค่าความเสี่ยงสารเคมีในเลือด
8100 บาท -
กิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ด้วยการปลูกผักปลอดสารพิษ
โดยจัดอบรมให้ความรู้ และสาธิตวิธีการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ ให้แก่กลุ่มเกษตรกรไม้ผล และประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับการทำเกษตรปลอดสารเคมี จำนวน 100 คน จำนวน 1 วัน ค่าใช่จ่ายดังนี้
1.ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 100 คนๆละ 1 มื้อๆละ x 60 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท
2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 100 คนๆละ 2 มื้อๆละ x 25 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท
3.ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 1 วันๆละ x 5 ชม.ๆละ x 600 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
4.ค่าวัสดุสาธิตการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ เช่น กากน้ำตาล หรือน้ำตาลทรายแดง,ถังพลาสติกทึบแสง ขนาด 120 ลิตร, ระลำเอียด,ขี้วัวแห้ง เป็นเงิน 5,000 บาท
5.ค่าพันธุ์พืชผักสวนครัวตัวอย่าง เช่น พันธุ์มะเขื่อ, คะน้า,ผักบุ้ง,มะระขี้นก,ถั่วพลู,กระเจี๊ยบ,ถั่วฝักยาว,ฟักเขียว,น้ำเต้า เป็นเงิน 2,500 บาท
1 มิถุนายน 2570 ถึง 31 กรกฎาคม 25701.สมาชิกกลุ่มเกษตรกรกลุ่มไม้ผล และประชาชนทั่วไปกลุ่มเสี่ยง ได้รับการอบรม มีความรู้เพิ่มขึ้น สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ดีได้
2.กลุ่มเกษตรกรไม้ผล และประชาชนทั่วไป ได้เรียนรู้ การนำเศษวัสดุครัวเรือน ขยะอินทรีย์ มาทำปุ๋ยหมักชีวภาพไว้ใช้เองและลดการใช้สารเคมีในการทำการเกษตรลงได้
3.ประชาชนได้บริโภคผักปลอดสารพิษ และสารเคมีตกค้างในเลือดลดลง
21500 บาท -
กิจกรรมการถอดบทเรียน ติดตามและประเมินผล
โดยการติดตามและประเมินผลในระยะหลังการปรับเปลี่นรพฤติกรรม ตามครัวเรือน และตรวจสารเคมีในเลือดซ้ำ(สำหรับคนที่ไม่ปลอดภัย หรือมีความเสี่ยงสูง เฉพาะราย) และจัดกิจกรรมเวทีถอดบทเรียน หลังดำเนินกิจกรรมที่ผ่านมาครบ 2 เดือน
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมถอดบทเรียน จำนวน 70 คนๆละ 1 มื้อๆละ x 25 บาท เป็นเงิน 1,750 บาท
กิจกรรมการล้างพิษสารเคมีในร่างกาย (อบ และกินน้ำสมุนไพรขับสารพิษ) (การออกกำลังกายขับสารพิษ) (ไม่ใช้งบประมาณ)
8 สิงหาคม 2570 ถึง 12 กันยายน 2570- กลุ่มเกษตรกรได้รู้ถึงระดับความเสี่ยงหลังจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
2.ได้คืนข้อมูลแก่กลุ่มเกตรกรไม้ผลและประชาชนทั่วไป และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
3.ได้สรุปผลการดำเนินโครงการแบบมีส่วนร่วม และได้ข้อมูลที่เป็นจริง เพื่อได้นำไปดำเนินการแก้ปัญหาต่อได้ตรงจุด
0 บาท-
กิจกรรมติดตามและประเมินผล
คณะกรรมการกลุ่มไม้ผลลงติดตามสมาชิกตามครัวเรือน เพื่อติดตามการปลูกผักปลอดสารพิษ
ติดตามการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ ในกลุ่มเกษตรกรไม้ผลและประชาชนทั่วไป
จัดกิจกรรมถอดบทเรียน
- ได้รับรู้ถึงการปฏิบัติที่เป็นจริงของสมาชิกกลุ่มไม้ผลและประชาชนทั่วไป
0 บาท
ทุกรายการสามารถถั่วเฉลี่ยจ่ายกันได้
1.เกษตรกรมีความรู้ ทัศนคติ ที่ดี และมีพฤติกรรมเลิกใช้สารเคมีในการทำการเกษตร ไม่สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
2.ประชาชนทั่วไปมีความรู้สามารถรู้จักคัดแยกขยะครัวเรือนได้ถูกต้อง และหันมาสนใจที่จะนำเศษวัสดุครัวเรือน หรือขยะอินทรีย์นำมาทำปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เองได้
3.เกษตรได้ทราบถึงภาวะเสี่ยงอันตรายจากสารเคมีตกค้างในร่างกายของตนเอง และได้รับการรักษาได้ทันท่วงที ป้องกันการเกิดโรคจากสารเคมีตกค้างในร่างกายได้
4.เกตรกรได้ปลูกพืชผักปลอดสารพิษไว้กินเอง และมีความรู้ในการเลือกซื้ออาหารมาบริโภคที่ปลอดภัย
5.ได้ข้อมูลมราเป็นจริงถึงความเสี่ยงที่ไม่ปลอดภัยจากสารเคมีในเลือดของกลุ่มเกษตรกร เพื่อนำไปวางแผนแก้ปัญหาต่อไป
