โครงการสุขกาย สุขใจ สูงวัยอย่างยั่งยืน
-
นายชัยทัต ยอดณรงค์
-
นายอุเส็น หนูหนุด
-
นางอุไร วงศ์ทิพย์
-
นางทิพย์มณี สันอี
-
นางไรหนับ สังแทน
ปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ อย่างเต็มรูปแบบ และกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด ในอนาคตอันใกล้ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และระบบสาธารณสุข เนื่องจากผู้สูงอายุเป็นวัยที่มีความเสื่อมถอยของร่างกายตามธรรมชาติ และมีความเสี่ยงสูงต่อการเจ็บป่วยด้วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งหากขาดการดูแลที่ถูกต้อง ย่อมนำไปสู่ภาวะพึ่งพิงชราภาพและเป็นภาระแก่ครอบครัว
นอกจากปัญหาสุขภาพทางกายแล้ว สุขภาพจิตใจ เป็นอีกหนึ่งมิติที่สำคัญและมักถูกละเลย ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงบทบาทในสังคม การสูญเสียหน้าที่การงานหลังเกษียณ หรือการแยกตัวอยู่ตามลำพังเนื่องจากบุตรหลานต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ปัจจัยเหล่านี้ก่อให้เกิดความเหงา ความโดดเดี่ยว ความวิตกกังวล และเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า ซึ่งหากปล่อยไว้จะยิ่งส่งผลให้อาการเจ็บป่วยทางกายทรุดลงอย่างรวดเร็ว ตามหลักความเชื่อมโยงระหว่างกายและใจ
ดังนั้น การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในยุคปัจจุบัน จึงไม่สามารถมุ่งเน้นเพียงแค่การรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์มาเป็นการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเชิงรุก ภายใต้แนวคิดขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่มุ่งเน้นให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่ดี มีส่วนร่วมในสังคม และมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต
ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน รพ.สต.บ้านท่าเหนาะ จึงได้จัดทำ โครงการสุขกาย สุขใจ สูงวัยอย่างยั่งยืน ขึ้น เพื่อบูรณาการการดูแลสุขภาวะผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบและครบวงจร โดยเน้นการสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง การดูแลจิตใจให้แจ่มใสผ่านกิจกรรมกลุ่มเสริมสร้างคุณค่าในตนเอง และการสร้างกลไกเครือข่ายเกื้อกูลในชุมชน เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรีและยั่งยืนสืบไป
-
เพื่อเพิ่มจำนวนผู้สูงอายุ ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ70
ผู้สูงอายุ ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (150 นาทีต่อสัปดาห์) เพิ่มขึ้้น
-
เพื่อเพิ่มจำนวนผู้สูงอายุ ที่มีการบริโภคอาหารปลอดภัยและเพียงพอ70
ร้อยละของผู้สูงอายุ ที่มีการบริโภคอาหาร ผัก ผลไม้ เพื่อสุขภาพอย่างเพียงพอ เพิ่มขึ้น
-
เพื่อให้เกิดนโยบายสาธารณะเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ70
จำนวน สถานที่หรือพื้นที่สาธารณะที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ เพิ่มขึ้น
-
กลุ่มผู้สูงอายุ60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
เตรียมการและวางแผน
- ประชุมคณะทำงาน: จัดประชุมแกนนำ อสม. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการและแบ่งมอบหน้าที่
- สำรวจและคัดกรองกลุ่มเป้าหมาย:ประสานงาน อสม. ในพื้นที่ เพื่อสำรวจและคัดกรองรายชื่อผู้สูงอายุที่มีความพร้อมในการเข้าร่วมกิจกรรม (คัดกรองผู้ที่ไม่มีข้อห้ามรุนแรงในการออกกำลังกาย)
- จัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์: จัดเตรียมสถานที่ที่โปร่งสบาย ปลอดภัย และเตรียมอุปกรณ์
1 มกราคม 2570 ถึง 31 มกราคม 2570- มีรายชื่อกลุ่มเป้าหมายที่ผ่านการคัดกรอง: บัญชีรายชื่อผู้สูงอายุในพื้นที่ที่มีความพร้อม และไม่มีข้อห้ามรุนแรงในการออกกำลังกายที่อัปเดตเป็นปัจจุบัน
- เกิดความเข้าใจและความร่วมมือของทีมงาน: แกนนำ อสม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเองอย่างถูกต้อง และพร้อมขับเคลื่อนโครงการไปในทิศทางเดียวกัน
0 บาท - ประชุมคณะทำงาน: จัดประชุมแกนนำ อสม. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการและแบ่งมอบหน้าที่
-
กิจกรรมอบรมให้ความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ
อบรมให้ความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ
- ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าร่วมอบรมและวิทยากร จำนวน 62 คนๆ ละ 60 บาทเป็นเงิน 3,720 บาท
- ค่าอาหารว่างสำหรับผู้เข้าร่วมอบรมและวิทยากร จำนวน 62 คน ๆ ละ 25 บาทจำนวน 2 มื้อเป็นเงิน 3,100 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 2 คนๆ ละ 3 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 600 เป็นเงิน 3,600 บาท7 กุมภาพันธ์ 2570 ถึง 19 กุมภาพันธ์ 2570- มีผู้สูงอายุในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมอบรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไม่น้อยกว่า 60 คน
- ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น มีความสุข ปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดี และลดความโดดเดี่ยวจากการได้มีส่วนร่วมในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนวัยเดียวกัน
10420 บาท - มีผู้สูงอายุในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมอบรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไม่น้อยกว่า 60 คน
-
กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ
การเคลื่อนไหวประกอบดนตรีจังหวะช้าเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น ลดอาการปวดเมื่อย และป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ
7 กุมภาพันธ์ 2570 ถึง 19 กุมภาพันธ์ 2570- มีผู้สูงอายุเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุไม่น้อยกว่า 60 คน
- สุขภาพจิตและอารมณ์แจ่มใส จากการได้ยืดเหยียดกล้ามเนื้อและออกกำลังกายร่วมกับกลุ่มเพื่อน ช่วยให้ผู้สูงอายุนอนหลับได้ดีขึ้น ร่างกายผ่อนคลาย และลดความเครียดหรือความวิตกกังวล
0 บาท - มีผู้สูงอายุเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุไม่น้อยกว่า 60 คน
-
ติดตาม ประเมินผลและสรุปโครงการ
- ประเมินผลหลังสิ้นสุดกิจกรรม: ทดสอบความรู้ความเข้าใจ ทักษะการปฏิบัติท่าทางการยืดเหยียดกล้ามเนื้อที่ถูกต้องของผู้สูงอายุ
- สรุปและถอดบทเรียนโครงการ ตลอดจนปัญหาและข้อเสนอแนะจากการดำเนินงาน มาจัดทำเล่มรายงานผลโครงการฉบับสมบูรณ์
1 มีนาคม 2570 ถึง 15 มีนาคม 2570- มีรายงานสรุปผลการดำเนินงานโครงการ: รูปเล่มรายงานที่รวบรวมข้อมูลดิบ สถิติการเข้าร่วม และผลการดำเนินงานทั้งหมดของโครงการ
- ได้ต้นแบบโครงการสุขภาพในชุมชน: ชุมชนมีฐานข้อมูลและแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ที่สามารถนำไปใช้เป็นโมเดลในการพัฒนาหรือต่อยอดโครงการผู้สูงอายุในปีงบประมาณถัดไปได้อย่างยั่งยืน
0 บาท - ประเมินผลหลังสิ้นสุดกิจกรรม: ทดสอบความรู้ความเข้าใจ ทักษะการปฏิบัติท่าทางการยืดเหยียดกล้ามเนื้อที่ถูกต้องของผู้สูงอายุ
- ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการมีสมรรถภาพทางกายที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น การทรงตัวดีขึ้น (ลดความเสี่ยงการหกล้ม) ร่างกายมีความยืดหยุ่น และความเหนื่อยล้าจากการทำกิจวัตรประจำวันลดลง
- ผู้สูงอายุมีความสุข มีรอยยิ้ม และความเครียดลดลงจากการได้ออกจากบ้านมาร่วมกิจกรรมที่สนุกสนานและผ่อนคลาย
- เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างยั่งยืน โดยผู้สูงอายุหันมาออกกำลังกายเป็นกิจวัตรประจำวันและชวนคนในครอบครัวมาร่วมด้วย
