โครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE
ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาระดับชาติที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างสังคม เศรษฐกิจ และสุขภาวะของประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก วัยรุ่น และเยาวชน (ช่วงอายุ 10-24 ปี) ซึ่งเป็นช่วงวัยที่มีความเสี่ยงสูงจากการอยากรู้อยากลอง ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ทำให้เยาวชนเข้าถึงสิ่งเร้าและสารเสพติดได้ง่ายขึ้น การแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบตั้งรับหรือเน้นเพียงการปราบปรามอาจไม่เพียงพอต่อการหยุดยั้งปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยกลไกการป้องกันเชิงรุกและการสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ระดับรากแก้วในพื้นที่
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าเหนาะ ในฐานะหน่วยงานบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิที่มีบทบาทใกล้ชิดกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน มีภารกิจหลักในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และฟื้นฟูสภาพทางร่างกายและจิตใจของประชาชน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ในพระดำริของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ซึ่งเน้นหลักการ ยึดเยาวชนเป็นศูนย์กลาง และการสร้างกระแสนิยม เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด
การดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ในระดับ รพ.สต. จะเป็นการผสานงานสาธารณสุขเข้ากับพลังชุมชน โดยอาศัยกลไกเครือข่ายสุขภาพ อาทิ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) แกนนำเยาวชน ผู้นำท้องถิ่น และสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เพื่อร่วมกันสร้าง ภูมิคุ้มกันทางจิตใจ ให้เยาวชนมีความเข้มแข็ง มีทักษะชีวิต และมีพื้นที่สร้างสรรค์ในการแสดงออก ควบคู่ไปกับระบบการคัดกรอง เฝ้าระวัง และส่งต่อผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงเพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูอย่างเหมาะสม ภายใต้แนวคิด ใครติดยา ยกมือขึ้น เพื่อให้โอกาสพวกเขากลับคืนสู่ครอบครัวและชุมชนอย่างมีคุณภาพ
จากเหตุผลดังกล่าว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าเหนาะ จึงได้จัดทำโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ขึ้น เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม สร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย และพัฒนาสุขภาวะของประชากรเยาวชนในพื้นที่รับผิดชอบอย่างยั่งยืนสืบไป
-
เพื่อเพิ่มจำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน
จำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน
-
เพื่อเพิ่มจำนวนพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่สร้างสรรค์ ที่เอื้อต่อการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด
จำนวนพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่สร้างสรรค์ ที่เอื้อต่อการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน65
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การเตรียมการและวางแผน
- สำรวจข้อมูล/เขียนโครงการ
- ประชุมคณะทำงานชมรม TO BE NUMBER ONE เพื่อวางแผนการรับสมัครสมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE และการดำเนินงาน ปี 2570
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 65 คนๆละ 2 มื้อๆละ 25 บาทเป็นเงิน 3,250 บาท
- ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 65 คนๆละ 1 มื้อๆละ 60 บาท เป็นเงิน 3,900 บาท20 พฤษภาคม 2570 ถึง 31 พฤษภาคม 2570- คณะทำงานทุกคนมีความเข้าใจบทบาท หน้าที่ และเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2570 ตรงกัน
- ชมรมมีแนวทางและขั้นตอนการรับสมัครสมาชิกที่เป็นระบบ ทำให้สามารถเริ่มกิจกรรมรับสมัครได้อย่างมีประสิทธิภาพและไร้รอยต่อ
7150 บาท - สำรวจข้อมูล/เขียนโครงการ
-
ขับเคลื่อนกิจกรรม
- เปิดตัวชมรม & รับสมัครสมาชิก
- จัดตั้งและเปิด ศูนย์เพื่อนใจ TO BE
- อบรมบรรยายให้ความรู้สมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE
- ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าร่วมอบรมและวิทยากร จำนวน 65 คนๆละ 1 มื้อๆละ 60 บาท เป็นเงิน 3,900 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมอบรมและวิทยากร จำนวน 65 คนๆละ 2 มื้อๆละ 25 บาทเป็นเงิน 3,250 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 2 คนๆละ 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท1 มิถุนายน 2570 ถึง 30 มิถุนายน 2570- จำนวนยอดผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกชมรมรายใหม่มีเพิ่มขึ้น
- ศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE ที่ได้รับการตกแต่งและจัดวางอุปกรณ์พร้อมเปิดให้บริการ 1 แห่ง
- สมาชิกชมรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของยาเสพติด และทักษะการเอาตัวรอดในสถานการณ์เสี่ยง
10750 บาท - เปิดตัวชมรม & รับสมัครสมาชิก
-
ประเมินและขยายผล
- ติดตามประเมินผลศูนย์เพื่อนใจ
- สรุปเล่มรายงาน/ถอดบทเรียน
1 กรกฎาคม 2570 ถึง 10 กรกฎาคม 2570- ศูนย์เพื่อนใจได้รับการปรับปรุงระบบการให้บริการและการบริหารจัดการให้มีคุณภาพและตรงใจผู้ใช้บริการมากขึ้นในปีถัดไป
- เล่มรายงานผลการดำเนินงานโครงการ ประจำปีที่สมบูรณ์ 1 เล่ม
0 บาท - ติดตามประเมินผลศูนย์เพื่อนใจ
- เด็กและเยาวชนมีทักษะชีวิต มีความภาคภูมิใจในตนเอง ตามแนวคิด เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด และกล้าปฏิเสธเมื่อถูกชักชวนไปในทางที่ผิด
- เกิดการรวมกลุ่มของเยาวชนในเชิงสร้างสรรค์ ขจัดค่านิยมแบบผิดๆ และสร้างพลังกลุ่มที่ช่วยสอดส่องดูแล คอยเป็นหูเป็นตาให้แก่กันในชุมชนหรือสถานศึกษา
- มีพื้นที่ปลอดภัยและยั่งยืน เป็นพื้นที่ถาวรในการทำกิจกรรมเชิงบวก ช่วยลดพื้นที่เสี่ยงและปัจจัยกระตุ้นที่จะนำไปสู่ปัญหายาเสพติด
