โครงการชุมชนปลอดภัยด้วย อสม.นักวิทย์
ในปัจจุบัน ปัญหาภัยคุกคามทางสุขภาพจากการบริโภคอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัยในระดับชุมชน ทวีความรุนแรงและมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการตลาดออนไลน์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีการลักลอบจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน มีการโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง และมีการปนเปื้อนของสารเคมีอันตรายที่เป็นสิ่งแปลกปลอม เช่น การปนเปื้อนสารสเตียรอยด์ในยาแผนโบราณหรือยาสมุนไพร การปนเปื้อนสารไฮโดรควิโนน สารปรอท และสารสเตียรอยด์ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ตลอดจนการตกค้างของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและสารปนเปื้อนในอาหารสดและอาหารแปรรูป สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคไตวายเรื้อรัง โรคมะเร็ง และโรคระบบทางเดินอาหาร ซึ่งสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจและเป็นภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของครอบครัวและภาครัฐอย่างมหาศาล
ที่ผ่านมา การเฝ้าระวังและการตรวจสอบความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพในพื้นที่เขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าเหนาะ มักจำกัดอยู่เฉพาะเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับวิชาชีพ ซึ่งมีกำลังคนไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากรและจำนวนร้านค้าในท้องถิ่น ส่งผลให้การตรวจคัดกรอง การแจ้งเตือนภัยสุขภาพ และการสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนในระดับครัวเรือนยังทำได้ไม่ทั่วถึง ประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้และความสามารถในการคัดแยกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยออกจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นพิษภัย จึงส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการจัดการปัญหา และประชาชนยังคงตกเป็นเหยื่ออย่างต่อเนื่อง
อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ถือเป็นกำลังสำคัญด่านหน้าและเป็น หมอคนที่ 1 ที่มีความใกล้ชิดกับวิถีชีวิตของคนในชุมชนมากที่สุด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงได้ขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาศักยภาพ อสม. สู่การเป็น อสม.วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน หรือ อสม.นักวิทย์ เพื่อทำหน้าที่เป็นกล้องวงจรปิดที่มีชีวิตในการเฝ้าระวังภัยสุขภาพ โดยใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีชุดทดสอบเบื้องต้น (Test Kit) ในการคัดกรองผลิตภัณฑ์สุขภาพ รวมถึงการใช้แอปพลิเคชันในการรายงานผลและแจ้งเตือนภัย ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนสามารถรับรู้และจัดการกับความเสี่ยงด้านสุขภาพได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
จากความสำคัญดังกล่าว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าเหนาะ จึงได้จัดทำ โครงการชุมชนปลอดภัยด้วย อสม.นักวิทย์ ขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพและยกระดับทักษะของ อสม. จำนวน 55 คน ในพื้นที่ ให้มีความรู้ความสามารถในการใช้ชุดทดสอบสารปนเปื้อนทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง มีความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเตือนภัย และสามารถถ่ายทอดความรู้เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนในระดับหลังคาเรือนได้ อันจะเป็นการสร้างกลไกการคุ้มครองผู้บริโภคระดับฐานรากที่เข้มแข็ง ส่งผลให้ประชาชนในชุมชนบริโภคอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
-
เพื่อลดตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน70
ร้อยละของตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน (สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกร สารกันราหรือกรดซาลิซิลิค สารฟอกขาว สารบอแรกซ์ สารฟอร์มาลิน หรือสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ และยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช)
-
กลุ่มวัยทำงาน55
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
เตรียมการวางแผนการทำงาน
1.ประชุมคณะทำงาน: นัดหมายเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และประธาน อสม. เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการและแบ่งมอบหน้าที่
2. สำรวจข้อมูล: ตรวจสอบจำนวน อสม. ที่ต้องเข้ารับการอบรม และสำรวจร้านค้า/ร้านชำ/แผงลอยในหมู่บ้าน เพื่อวางเป้าหมายในการลงตรวจ15 กุมภาพันธ์ 2570 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570- มีจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมครบตามเป้าหมาย
- คณะทำงาน มีความรู้ ความเข้าใจในวัตถุประสงค์และแนวทางการดำเนินงานโครงการไปในทิศทางเดียวกัน
0 บาท - มีจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมครบตามเป้าหมาย
-
กิจกรรมสร้างเสริมสมรรถนะ อสม.นักวิทยาศาสตร์ชุมชน
- จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ อสม.นักวิทยาศาสตร์
- ฝึกทักษะการใช้ชุดตรวจ (Test Kit) ให้ อสม. ได้ทดลองลงมือตรวจสารปนเปื้อนจากตัวอย่างจริง เพื่อให้เกิดความชำนาญและอ่านผลได้อย่างถูกต้อง
- ฝึกใช้เทคโนโลยีเตือนภัย สอนการใช้งานแอปพลิเคชัน กรมวิทย์ with you หรือการรายงานผลผ่านระบบออนไลน์เพื่อการเตือนภัยที่รวดเร็ว
- ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าร่วมอบรมและวิทยากร จำนวน 55 คนๆ ละ 60 บาทเป็นเงิน 3,300 บาท
- ค่าอาหารว่างสำหรับผู้เข้าร่วมอบรมและวิทยากร จำนวน 55 คน ๆ ละ 25 บาทจำนวน 2 มื้อเป็นเงิน 2,750 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 2 คนๆ ละ 3 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 600 เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าชุดทดสอบอย่างง่าย(Test Kit)
• ชุดทดสอบสเตียรอยด์ในยาแผนโบราณ (บรรจุ 5Test/กล่อง) จำนวน 1 กล่องๆละ 1,650 บาท เป็นเงิน 1,650 บาท
• ชุดทดสอบสารบอแรกซ์ในอาหาร(ผงกรอบ) (บรรจุ 50 test/กล่อง) จำนวน 1 กล่องๆละ 670 บาท เป็นเงิน 670 บาท
• ชุดทดสอบกรดซาลิซิลิคในอาหาร (บรรจุ 50 test/กล่อง) จำนวน 1 กล่องๆละ 760 บาท เป็นเงิน 760 บาท
• ชุดทดสอบสารโพลาร์ในน้ำมันทอดซ้ำ (บรรจุ 25 test/กล่อง) จำนวน 1 กล่องๆละ 1,050 บาท เป็นเงิน 1,050 บาท
• ชุดทดสอบฟอร์มาลีน(น้ำยาดองศพ) (บรรจุ 1 test/กล่อง) จำนวน 5 กล่องๆละ 160 บาท เป็นเงิน 800 บาท
• ชุดทดสอบโซเดียมไฮโดรซัลไฟต์ (สารฟอกขาว) (บรรจุ 100 Test/กล่อง) จำนวน 1 กล่องๆละ 395 บาท เป็นเงิน 395 บาท
• ชุดทดสอบหายาฆ่าแมลง OC-Kit (บรรจุ 10 Test/กล่อง) จำนวน 1 กล่องๆละ 1,020 บาท เป็นเงิน 1,020 บาท
• ชุดทดสอบเครื่องสำอาง 4 in 1 (บรรจุสารละ 5 Test, 20Test/กล่อง) จำนวน 1 กล่องๆละ 1,530 บาท เป็นเงิน 1,530 บาท
- ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าร่วมอบรมและวิทยากร จำนวน 55 คนๆ ละ 60 บาทเป็นเงิน 3,300 บาท
15 มีนาคม 2570 ถึง 31 มีนาคม 2570- อสม. มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของ อสม.นักวิทยาศาสตร์ และตระหนักถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชน
- อสม. เกิดความชำนาญ มั่นใจ และมีทักษะปฏิบัติ ในการตรวจสารปนเปื้อนได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
- อสม. สามารถใช้เทคโนโลยีในการรายงานผลและแจ้งเตือนภัยสุขภาพได้อย่างรวดเร็ว
15295 บาท - จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ อสม.นักวิทยาศาสตร์
-
กิจกรรมลงปฏิบัติการในชุมชน
- กิจกรรม อสม.นักวิทย์ เฝ้าระวังภัย: อสม. แบ่งทีมลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานประกอบการในหมู่บ้าน เช่น ร้านชำ ร้านจำหน่ายอาหาร แผงลอยในตลาดชุมชน
- ตรวจสอบและเก็บตัวอย่าง: สุ่มตรวจอาหาร เครื่องสำอาง และยาชุด/ยาสมุนไพร หากพบสิ่งสงสัยจะใช้ชุดตรวจเบื้องต้นทันที
1 เมษายน 2570 ถึง 15 เมษายน 2570- จำนวนร้านค้า/สถานประกอบการเป้าหมายที่ได้รับการสุ่มตรวจ
- สามารถคัดกรองและสกัดกั้นสินค้าหรืออาหารปนเปื้อนที่เป็นอันตราย ไม่ให้กระจายไปสู่คนในชุมชนได้อย่างรวดเร็ว
0 บาท - กิจกรรม อสม.นักวิทย์ เฝ้าระวังภัย: อสม. แบ่งทีมลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานประกอบการในหมู่บ้าน เช่น ร้านชำ ร้านจำหน่ายอาหาร แผงลอยในตลาดชุมชน
-
ติดตาม ประเมินผลและสรุป
- รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล: สรุปจำนวนร้านค้าที่ผ่านการตรวจ และจำนวนผลิตภัณฑ์ที่พบสารปนเปื้อน
- ส่งต่อข้อมูลกรณีพบสารอันตราย: หากชุดตรวจเบื้องต้นให้ผลบวก (พบสารอันตราย) ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ รพ.สต. เพื่อประสานงานส่งตรวจยืนยันที่ห้องปฏิบัติการต่อไป
- สรุปรายงานโครงการ: จัดทำเล่มรายงานผลการดำเนินงาน เสนอต่อผู้บริหารหรือกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบล
16 เมษายน 2570 ถึง 30 เมษายน 2570- ได้ฐานข้อมูลที่แม่นยำเพื่อใช้ในการวางแผนงบประมาณหรือจัดทำโครงการเฝ้าระวังในปีถัดไปได้อย่างตรงจุด
- เกิดช่องทางการส่งต่อข้อมูลที่รวดเร็วและเป็นระบบระหว่างชุมชนและหน่วยงานสาธารณสุข
0 บาท - รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล: สรุปจำนวนร้านค้าที่ผ่านการตรวจ และจำนวนผลิตภัณฑ์ที่พบสารปนเปื้อน
- อสม. ยกระดับเป็น นักวิทยาศาสตร์ชุมชน: เปลี่ยนจากผู้ให้ความรู้ทั่วไป มาเป็นผู้ที่มีทักษะทางเทคนิค สามารถใช้ชุดตรวจ (Test Kit) และอ่านผลได้อย่างแม่นยำ
- ผู้ประกอบการตื่นตัวและใส่ใจมากขึ้น: การที่ อสม. ลงพื้นที่สุ่มตรวจอย่างต่อเนื่อง จะกระตุ้นให้ร้านค้า ร้านชำ และแผงลอย คัดเลือกสินค้ามาจำหน่ายอย่างเข้มงวดมากขึ้น
- ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข: เมื่อคนในชุมชนปลอดภัยจากสารปนเปื้อน อัตราการเจ็บป่วยเฉียบพลัน (เช่น อาหารเป็นพิษ) หรือโรคเรื้อรัง (เช่น ไตวายจากสเตียรอยด์หรือสารเคมีตกค้าง) ก็จะลดลงตามไปด้วย
