โครงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ ปี 2570
-
นางสาววันทนีย์ ชัยฤทธิ์
-
นางสาวสรินดา เภอเกลี้ยง
-
นางสาวกรรณิกา ไข่เอ็ม
-
นางกัญญา เหมริหนี
-
นางศุภรัตน์ติญา เจริญผล
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)
-
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย
โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคเรื้อรังที่เป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญ จากข้อมูลระบบคัดกรองและติดตามผู้ป่วยพบว่า มีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยได้ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงในอนาคต เช่น โรคไตเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหลอดเลือดหัวใจ การดำเนินงาน ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันภาวะแทรกซ้อน ผ่านกระบวนการส่งเสริมการจัดการตนเอง (Self-Management) จึงเป็นมาตรการสำคัญในการชะลอการดำเนินของโรค โดยการจัดอบรมให้ความรู้ การสนับสนุนคู่มือและสมุดบันทึกสุขภาพประจำตัว การลงพื้นที่เยี่ยมบ้านแบบมุ่งเป้า ตลอดจนการนำเทคโนโลยีการสื่อสาร (LINE Group) มาใช้ในการติดตาม ประเมินผล และให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ผู้ป่วยเกิดความตระหนัก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างถูกต้อง ยั่งยืน และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
เพื่อแก้ปัญหาผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย ลดลง
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง50
ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและ/หรือระดับความดันโลหิตได้ จำนวน 50 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้
กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ (In-Person Workshop): -ให้ความรู้เรื่องการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันภาวะแทรกซ้อน (การปรับพฤติกรรมอาหาร อารมณ์ ออกกำลังกาย และการทานยาอย่างถูกวิธี) โดยวิทยากร บริการอาหารว่างและเครื่องดื่มสุขภาพ (1 มื้อ) แจกคู่มือและสมุดบันทึกสุขภาพประจำตัว เพื่อใช้บันทึกค่าน้ำตาล ความดัน และพฤติกรรมสุขภาพ กิจกรรมติดตามผ่านระบบสื่อสารดิจิทัล (LINE Follow-up): ดึงผู้ป่วย/ผู้ดูแลเข้ากลุ่ม LINE เพื่อส่งข้อมูลสื่อความรู้สั้นๆ เน้นการส่งเสริมป้องกันสุขภาพรายสัปดาห์ เตือนการรับประทานยา และตอบข้อซักถาม กิจกรรมลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน (Home Visit): ทีมสุขภาพและ อสม. ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเพื่อประเมินบริบทจริง ให้คำแนะนำการปรับพฤติกรรมและการป้องกันภาวะแทรกซ้อนเฉพาะบุคคล มีค่าใช้จ่ายดังรายละเอียดนี้
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คน × 1 มื้อ ×25 บาท =1,250 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร 1 คน × 3 ชั่วโมง × 300 บาท = 900 บาท
- ค่าอาหารสาธิต 3 รายการ ได้แก่
- ปลาทูสมุนไพร ค่าวัตถุดิบ 400 บาท
- สุกี้โรลอกไก่ ค่าวัตถุดิบ 400 บาท
- น้ำเต้าหู้ ค่าวัตถุดิบ 400 บาท
รวม 1,200 บาท
- ค่าจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ โปสเตอร์ความรู้ 4 แผ่น × 400 บาท = 1,600 บาท
1 มกราคม 2570 ถึง 30 สิงหาคม 2570ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ในการดูแลตนเองด้านอาหาร ออกกำลังกาย ความรู้เรื่องโรค ร้อยละ 100
4950 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คน × 1 มื้อ ×25 บาท =1,250 บาท
ทุกรายการสามารถัวจ่ายกันได้
กลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดันโลหิตได้ใกล้เคียงเกณฑ์ปกติ
