โครงการครูและผู้ปกครองร่วมใจ ส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กฟันดี ศพด.เทศบาลตำบล ควนธานี ตำบลควนธานี อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ปีงบประมาณ 2569
เด็กปฐมวัย (0–5 ปี) เป็นช่วงวัยที่สำคัญต่อการสร้างรากฐานด้านสุขภาพและพัฒนาการในระยะยาว รวมทั้งการสร้างพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นช่วงที่ฟันน้ำนมเริ่มขึ้นและเด็กเริ่มเรียนรู้พฤติกรรมการรับประทานอาหารและการดูแลสุขอนามัย หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง เด็กจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุในเด็กปฐมวัย (Early Childhood Caries: ECC) ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย โรคฟันผุอาจส่งผลกระทบต่อการบดเคี้ยวอาหาร การเจริญเติบโต การพูด การนอนหลับ การเรียนรู้ และคุณภาพชีวิตของเด็ก รวมทั้งอาจนำไปสู่การติดเชื้อในช่องปากและการรักษาทางทันตกรรมที่ซับซ้อน ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของครอบครัวและระบบบริการสุขภาพ
การป้องกันโรคฟันผุในเด็กปฐมวัยจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ปกครองและครูผู้ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิดที่มีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากให้แก่เด็ก ทั้งด้านการแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์อย่างถูกวิธี การเลือกรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่เหมาะสม การลดการบริโภคน้ำตาล ตลอดจนการพาเด็กเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากและรับบริการทันตกรรมอย่างสม่ำเสมอ การมีความรู้และทักษะที่ถูกต้องของครูและผู้ปกครองจะช่วยส่งเสริมให้เด็กมีพฤติกรรมสุขภาพช่องปากที่ดี และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้การส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัยเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญ โดยส่งเสริมการดำเนินงานในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กผ่านการเฝ้าระวังสุขภาพช่องปาก การจัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวัน การให้ความรู้แก่ครูและผู้ปกครอง รวมทั้งการสร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา หน่วยบริการสาธารณสุข และครอบครัว เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลควนธานี ตำบลควนธานี อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง มีเด็กปฐมวัยที่อยู่ในความดูแลจำนวน 19 คน จากข้อมูลการสำรวจสุขภาพช่องปากประจำปี พบว่าเด็กมีปัญหาโรคฟันผุ จำนวนร้อยละ 59 สะท้อนให้เห็นว่ายังคงมีเด็กปฐมวัยส่วนหนึ่งที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุ ซึ่งมีสาเหตุจากหลายปัจจัย เช่น การรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลบ่อยครั้ง การแปรงฟันที่ยังไม่ถูกวิธี และการขาดการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอจากผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิด จึงมีความจำเป็นต้องส่งเสริมความรู้และทักษะด้านการดูแลสุขภาพช่องปากให้แก่ครูผู้ดูแลเด็กและผู้ปกครอง เพื่อให้สามารถดูแลเด็กได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่อง ทั้งที่บ้านและในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ ในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีพันธกิจในการบริการวิชาการแก่สังคมและพัฒนาศักยภาพประชาชนด้านสุขภาพ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากแก่ครูผู้ดูแลเด็กและผู้ปกครอง จึงได้จัดทำ โครงการครูผู้ปกครองร่วมใจ เด็กฟันดี ศพด.เทศบาลตำบลควนธานี ตำบลควนธานี อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ปีงบประมาณ 2569 เพื่อส่งเสริมให้ครูและผู้ปกครองมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัยอย่างถูกต้อง สามารถร่วมกันสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ลดปัญหาโรคฟันผุในเด็กปฐมวัย และยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กในชุมชนอย่างยั่งยืน
-
เพื่อส่งเสริมและประเมินความรู้ด้านการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัยของครูผู้ดูแลเด็กและผู้ปกครอง จำนวน 21 คน โดยเปรียบเทียบคะแนนความรู้ก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการ
-
เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของคราบจุลินทรีย์ในเด็กปฐมวัย จำนวน 19 คน ก่อนและหลังการแปรงฟันจริง โดยใช้การย้อมสีคราบจุลินทรีย์เป็นเครื่องมือในการประเมิน
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. ขั้นเตรียมการดำเนินงาน 1.1 ประชุมคณะทำงานเพื่อวางแผนการดำเนินโครงการ กำหนดบทบาทหน้าที่ และจัดทำแผนการดำเนินงานร่วมกัน 1.2 ประสานความร่วมมือกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลควนธานี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลควนธานี เทศบาลตำบลควนธานี โรงพยาบาลกันตัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ปกครองและครูผู้ดูแลเด็ก จำนวน 21 คน และเด็กปฐมวัย จำนวน 19 คน วัน เวลา และสถานที่ดำเนินกิจกรรม 1.3 จัดทำโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลควนธานี 1.4 จัดเตรียมเอกสาร แบบประเมินความรู้ก่อนและหลังการอบรม สื่อการสอน หุ่นจำลองช่องปาก แปรงสีฟัน ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ และวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินกิจกรรม 2. ขั้นดำเนินงาน ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากสำหรับผู้ปกครอง ครูผู้ดูแลเด็ก และเด็กปฐมวัย จำนวน 1 วัน โดยแบ่งกิจกรรมเป็นช่วงเช้าสำหรับผู้ปกครองและครู และช่วงบ่ายสำหรับเด็กปฐมวัย ดังนี้ 2.1 ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมโครงการ และพิธีเปิดโครงการ 2.2 ชี้แจงวัตถุประสงค์ของโครงการ และดำเนินการประเมินความรู้ด้านการดูแลสุขภาพช่องปากก่อนการอบรม (Pre-test) สำหรับผู้ปกครองและครู จำนวน 21 คน เพื่อใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบกับผลหลังการอบรม 2.3 บรรยายและฝึกปฏิบัติ เรื่อง การดูแลสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัยและการป้องกันโรคฟันผุ ครอบคลุมความสำคัญของฟันน้ำนม การแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ การเลือกอาหารและเครื่องดื่มที่เหมาะสม และแนวทางการป้องกันโรคฟันผุ 2.4 บรรยายและฝึกปฏิบัติการสาธิตการแปรงฟันเด็กอย่างถูกวิธีสำหรับผู้ปกครองและครู โดยใช้หุ่น/โมเดลสอนแปรงฟัน พร้อมฝึกปฏิบัติและให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กทั้งที่บ้านและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 2.5 ช่วงบ่าย จัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย จำนวน 19 คน โดยย้อมสีคราบจุลินทรีย์ก่อนแปรงฟัน (Pre-assessment) บันทึกผลการประเมิน และให้ผู้ปกครองและครูฝึกปฏิบัติการแปรงฟันจริงให้เด็กอย่างถูกวิธี 2.6 ย้อมสีคราบจุลินทรีย์หลังแปรงฟัน (Post-assessment) บันทึกผลและเปรียบเทียบคราบจุลินทรีย์ก่อนและหลังแปรงฟัน พร้อมให้คำแนะนำรายบุคคลแก่ผู้ปกครองและครู จากนั้นผู้ปกครองและครูทำแบบประเมินความรู้หลังการอบรม (Post-test) และแบบประเมินความพึงพอใจ 2.7 สรุปผลการดำเนินกิจกรรม และพิธีปิดโครงการ 3. ขั้นติดตามและประเมินผล 3.1 เปรียบเทียบคะแนนความรู้ก่อนและหลังการอบรมของผู้ปกครองและครู จำนวน 21 คน โดยกำหนดให้ผู้เข้าร่วมอย่างน้อยร้อยละ 80 มีคะแนนความรู้หลังการอบรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 3.2 เปรียบเทียบผลการย้อมสีคราบจุลินทรีย์ของเด็กปฐมวัย จำนวน 19 คน ก่อนและหลังการแปรงฟัน โดยกำหนดให้เด็กอย่างน้อยร้อยละ 80 มีคราบจุลินทรีย์ลดลงหลังการแปรงฟัน 3.3 ประเมินความพึงพอใจของผู้ปกครองและครูต่อการจัดกิจกรรม 3.4 สรุปผล วิเคราะห์ผลการดำเนินโครงการ และจัดทำรายงานเสนอต่อกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลควนธานี1 มิถุนายน 2569 ถึง 31 ตุลาคม 256914870 บาท
- ผู้ปกครองและครูผู้ดูแลเด็ก จำนวน 21 คน มีคะแนนความรู้ด้านการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัยหลังเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 อย่างน้อยร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมทั้งหมด
- เด็กปฐมวัย จำนวน 19 คน ได้รับการประเมินคราบจุลินทรีย์ก่อนและหลังแปรงฟัน และเด็กอย่างน้อยร้อยละ 80 มีคราบจุลินทรีย์ลดลงหลังการแปรงฟัน
