โครงการลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจในประชาชนบ้านบูเก๊ะกือจิ ประจำปีงบประมาณ 2569
ในปัจจุบัน ปัญหาโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของอาการเจ็บป่วยรายบุคคล แต่ได้กลายเป็นวิกฤตทางสาธารณสุขที่รุนแรง ซึ่งพรากสุขภาวะที่ดีและนำมาซึ่งความพิการหรือการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทั้งตัวผู้ป่วย ครอบครัว และชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ทั้งโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคไขมันในเลือดสูง ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนหากขาดการเฝ้าระวังและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างจริงจัง
จากการลงพื้นที่สำรวจจากข้อมูลการคัดกรองสุขภาพประชาชนในพื้นที่ พบประชาชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จำนวน 435 คน และพบผู้ป่วยโรคเรื้อรัง จำนวน 264 คน ( ผู้ป่วยโรคเบาหวาน 12 คน, ผู้ป่วยโรคความดันอย่างเดียว 103 คน, ผู้ป่วยโรคความดันร่วมเบาหวาน 39 คน, ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง จำนวน 110 คน) จากข้อมูลการคัดกรองและทะเบียนผู้ป่วยโรคเรื้อรังของ รพ.สต.บ้านปีแนมูดอ ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และ วิเคราะห์ถึงปัญหา พบว่าพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่ผูกพันกับวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้ ไม่ว่าจะเป็นความคุ้นชินในรสชาติที่เข้มข้นของ น้ำบูดู อันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งแฝงไปด้วยปริมาณโซเดียมที่สูงเกินควร การล้อมวงรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยความมันจากแกงกะทิ และอาหารทอดนานาชนิด รวมถึงรสนิยมการดื่ม ชาและกาแฟ ที่หวานจัดในชีวิตประจำวัน พฤติกรรมเหล่านี้ประกอบกับการขาดการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอ และการสูบบุหรี่ ได้กลายเป็นปัจจัยสะสมที่ค่อยๆ บั่นทอนหลอดเลือดและหัวใจให้เสื่อมสภาพลง การดำเนินชีวิตภายใต้พฤติกรรมเสี่ยงเดิม โดยไม่ได้รับการเติมเต็มความรู้ที่ถูกต้อง หรือขาดความตระหนักถึงอันตรายที่แฝงมากับมื้ออาหาร ย่อมนำไปสู่ภาวะโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต ซึ่งไม่เพียงแต่ทำลายคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย แต่ยังหมายถึงภาระอันหนักอึ้งของครอบครัวที่ต้องดูแลผู้พิการอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หมู่ที่ 12 บ้านบูเกะกือจิ ในฐานะด่านหน้าผู้ดูแลสุขภาพของชุมชน จึงตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องจัดทำ โครงการลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจ ขึ้น เพื่อเป็นสะพานเชื่อมนำความรู้และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพไปสู่ครัวเรือน มุ่งหวังให้ชาวบ้านสามารถดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสม ลดการบริโภคหวาน มัน เค็ม และสร้างเกราะคุ้มกันให้ประชาชนบ้านบูเกะกือจิ รอดพ้นจากภัยเงียบนี้ได้อย่างยั่งยืน
-
เพื่อคัดกรองและประเมินภาวะเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจ
ร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองและประเมินภาวะเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจ
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม ตัวชี้วัด
ร้อยละ 30 ของกลุ่มเป้าหมายสามารถลดพฤติกรรมการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม ได้อย่างน้อย 1 พฤติกรรม
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรม อบรมเชิงปฏิบัติการ “การป้องกันโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ลดหวาน มัน เค็ม ห่างไกลโรคหัวใจและหลอดเลือด”ถึงบาท
-
กิจกรรม อบรมเชิงปฏิบัติการ “การป้องกันโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ลดหวาน มัน เค็ม ห่างไกลโรคหัวใจและหลอดเลือด”
- ค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการฯ ขนาด 1 x 3 เมตร เป็นเงิน 750 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 80 คน ๆ ละ 60 บาท เป็นเงิน 4,800 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 80 คนๆละ 2 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 4,000 บาท
- ค่าวิทยากร จำนวน 1 คน x 600 บาท x 6 ชม. เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าถ่ายเอกสารประกอบการอบรม จำนวน 80 ชุด x 20 บาท เป็นเงิน 1,600 บาท
- สมุด จำนวน 80 เล่มๆละ 10 บาท เป็นเงิน 800 บาท
- ปากกา 80 ด้ามๆละ 10 บาท เป็นเงิน 800 บาท
- กระเป๋าผ้า 80 ใบๆละ 130 บาท เป็นเงิน10,400 บาท
- เครื่องวัดความดันโลหิตสูง จำนวน 3 เครื่องๆละ 2,700 บาท เป็นเงิน 8,100 บาท
ถึง34850 บาท
- กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองและประเมินภาวะเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจ
- กลุ่มเป้าหมายสามารถลดพฤติกรรมการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม ได้อย่างน้อย 1 พฤติกรรม
