โครงการป้องกัน ควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาว
-
นายเอนก กลิ่นรส
-
น.ส.ณัฎฐณิชา สมจิตร
-
น.ส.เบญจมาศ เกื้อสุข
-
นางกิตติยา พรหมปาน
-
นางกัญญาณัฐ ปราบปรี
-
นางยุพยงค์ เพ็ชรรักษ์
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน14
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง22
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)7
โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคเรื้อรังที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยข้อมูลจากรายงานของสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยพบว่าในปี 2560 นั้นมีจำนวนผู้ป่วยเบาหวานที่ถูกตรวจพบทั้งหมดในเมืองไทยคือ 4,400,000 ราย และมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของความชุกในทุกๆปี นอกจากนี้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้รายงานผลการตรวจคัดกรองระดับน้ำตาลในเลือดของประชาชนกว่าร้อยละ 80 ที่มีอายุ 35 ปี ขึ้นไปทั่วประเทศ พบว่า เฉลี่ยร้อยละ 12.23 ของผู้ได้รับการคัดกรอง หรือกว่า 3,424,400 คนมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน หากยังไม่มีมาตรการป้องกันและรักษาพยาบาลกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานที่ดี เมื่อเวลาผ่านไปผู้ที่เสี่ยงต่อเบาหวานเหล่านี้จะมีโอกาสกลายโรคเบาหวานในระยะ 5-10 ปี ด้วยเหตุผลนี้การลดโอกาสในการเกิดโรคเบาหวานในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยลดผลกระทบและภาระโรคที่เกิดจากโรคเบาหวานได้สำหรับประเทศไทยและความชุกของคนไทยที่อ้วน ร้อยละ 37 พ.ศ. 2558 จังหวัดพัทลุง มีอัตราป่วยด้วยโรคเบาหวานต่อแสนประชากร 7,171.90 อัตราตายด้วยโรคเบาหวานต่อแสนประชากร 27.27 มีอัตราอุบัติการณ์โรคเบาหวานต่อแสนประชากร 601.41 อำเภอเมืองพัทลุงมีอัตราป่วยด้วยโรคเบาหวานต่อแสนประชากร 8,993.24 มีอัตราตายด้วยโรคเบาหวานต่อแสนประชากร46.41 มีอัตราอุบัติการณ์โรคเบาหวานต่อแสนประชากร 601.41 ส่วนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาว รับผิดชอบพื้นที่ หมู่ที่ 1,7,9 ตำบลโคกชะงายอำเภอเมืองจังหวัดพัทลุง มีประชาชนกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 1,300 คน มีความชุกของโรคเบาหวาน ร้อยละ 11.54ความชุกโรคเบาหวาน ร้อยละ29.92 ซึ่งอัตราป่วยของประชาชนในพื้นที่เป็นภาระด้านการรักษาพยาบาลของชาติจึงมีความจำเป็นต้องมีการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเป็นประจำทุกปีเพื่อลดการป่วยรายใหม่ด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ต่อไป
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน1411
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง2219
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)74
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA) ลดลง
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง1300
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
- ออกพื้นที่ตรวจคัดกรองเชิงรุกในชุมชนโดยเจ้าหน้าที่และ อสม.
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
- ตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงซ้ำ
- ส่งต่อกลุ่มเสี่ยงสูงหรือสงสัยเป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงพบแพทย์
21 ตุลาคม 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 257064300 บาท-
ตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
การตรวจคัดกรองโรคเรื้อรังแบบเชิงรุกในชุมชนหรือส่งเสริมการมารับบริการคัดกรองของประชาชนกลุ่มเป้าปมาย โดยใช้งบประมาณดังนี้
เข็มเจาะน้ำตาลในเลือดจำนวน 26 กล่อง ๆละ 50 ชิ้น ราคากล่องละ 250 บาท เป็นเงิน 6,500 บาท
แถบตรวจวัดน้ำตาลในเลือดปลายนิ้วมือ จำนวน 26 กล่องๆละ 50 ชิ้นราคากล่องละ 700 บาทเป็นเงิน 18200 บาท
เครื่องวัดความดดันโลหิตแบบพกพาจำนวน6 เครื่องๆละ 2,500 บาท เป็นเงิน 15,000 บาท
เครื่องชั่งน้ำหนักแบบดิจิทอลจำนวน6 เครื่องๆละ 1,500 บาทเป็นเงิน9,000 บาท
1.กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 95
2.กลุ่มเป้าหมายได้รับรู้ผลการตรวจคัดกรองโรคเบาหานและโรคความดันโลหิตสูง ว่าอยู่ในกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มเสี่ยงสูง เพื่อเข้าสู่กิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
48700 บาท -
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 100 คน
การพัฒนาทักษะการดูแลสุขภาพ การบริโภคที่ถูกต้อง โดยใช้งบประมาณ ดังนี้
ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 1 คน เวลา 6 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3600 บาท
ค่าอาหารกลางวัน ผู้เข้าอบรม จำนวน 100 คนๆละ 70 บาท เป็นเงิน 7000 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ผู้เข้าอบรม จำนวน 100 คนๆละ 25 บาท 2 มื้อ เป็นเงิน 5000 บาท
- กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้รับความรู้และเกิดความตระหนักในพฤติกรรมสุขภาพ 3อ 2ส ทุคน
- กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง มีแนวโน้มลดลง
13600 บาท -
กิจกรรมตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงซ้ำ/ส่งต่อกลุ่มเสี่ยงฯที่ผ่านการตรวจคัดกรองพบว่ายังมีความเสี่ยงพบแพทย์
- การตรวจคัดกรองโรคเบหานและโรคความดันโลหิตสูง ในกลุ่มเสี่ยงต่ำ กลุ่มเสี่ยงสูง ซ้ำ
- กลุ่มเสี่ยงจากการตรวจคัดกรองซ้ำหากยังพบว่ามีความเสี่ยงส่งต่อพบแพทย์
กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้รับการคัดกรองซ้ำ ทุกคน 4. กลุ่มเสี่ยงจากการตรวจคัดกรองซ้ำหากยังพบว่ามีความเสี่ยงส่งต่อพบแพทย์ ทุกคน
0 บาท -
กิจกรรมการเยี่ยมบ้าน/การแลกเปลี่ยนเรียนรู้/การประเมินผล
- การประเมินผลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
- ประเมินผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
- ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงกับบุคคลต้นแบบ
- เยี่ยมครัวเรือนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเรื่องการบริโภคอาหารที่เหมาะสม
- กลุ่มเสี่ยงรับรู้ผลการประเมินภาวะสุขภาพโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ทุกคน
- กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงรับรู้ผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพทุกคน
- ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงกับบุคคลต้นแบบ
- กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงรับรู้ผลการเยี่ยมครัวการบริโภคอาหารที่เหมาะสม ทุกคน
0 บาท
- กลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงร้อยละ 95
- อัตราป่วยใหม่ด้วยโรคเบาหวานไม่เกินร้อยละ 1.2
- อัตราป่วยใหม่ด้วยโรคความดันโลหิตสูง ไม่เกิน ร้อยละ2.7
