โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม กินดี อยู่ยืน
-
นายอุทิศ คงทอง
-
นางหนูอั้น ไข่ทอง
-
นางปรีดา เทพชนะ
-
นายสมโชค คงเกต
-
นางศรีอมร ฉิ้มสังข์
-
ร้อยละของประชากร อายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน อ้วนระดับ 1 และอ้วนระดับ 2
1.พฤติกรรมการบริโภคไม่เหมาะสม (หวาน มัน เค็ม) ขาดการออกกำลังกาย และความเครียด
2.อัตราความเสี่ยงและการป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในชุมชนมีแนวโน้มสูงขึ้น
ปัจจุบันปัญหาสุขภาพของประชาชนในระดับชุมชนส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง และโรคอ้วนลงพุง ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โรคเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากเชื้อโรค แต่เกิดจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสมอย่างสะสม ได้แก่ การบริโภคอาหารรสหวาน จัด มัน จัด เค็ม จัด การขาดการออกกำลังกายที่เพียงพอ ตลอดจนความเครียดและการพักผ่อนที่ไม่เหมาะสม
จากการคัดกรองสุขภาพเชิงรุกในพื้นที่ พบว่าประชาชนกลุ่มเสี่ยงจำนวนมากยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในการดูแลสุขภาพตนเอง หากไม่มีการแทรกแซงหรือส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างถูกต้อง กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้จะกลายเป็นผู้ป่วยรายใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัว รวมถึงเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของระบบสาธารณสุขในระยะยาว
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาว จึงได้จัดทำ โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม กินดี อยู่ยืน ขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมความรู้ (Health Literacy) และสร้างทักษะในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพแบบรอบด้าน โดยเฉพาะการบริโภคอาหารตามหลักโภชนาการ การเพิ่มกิจกรรมทางกาย และการจัดการอารมณ์/ความเครียด เพื่อลดระดับความเสี่ยง ป้องกันการเกิดโรค NCDs รายใหม่ และส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 1, หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 9 มีสุขภาพที่แข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
-
เพื่อลดภาวะน้ำหนักเกิน อ้วนระดับ 1 และอ้วนระดับ 2 ของประชากร (อายุมากกว่า 18 ปี)
ร้อยละของประชากร อายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน อ้วนระดับ 1 และอ้วนระดับ 2
1.เพื่อส่งเสริมความรู้และความตระหนัก: ให้กลุ่มเป้าหมายและประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ เรื่องโภชนาการที่ถูกต้อง การออกกำลังกายที่เหมาะสม และการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
2.เพื่อกระตุ้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ: ให้กลุ่มเสี่ยงสามารถลด ละ เลิก พฤติกรรมเสี่ยง (เช่น การบริโภคอาหารหวาน จัด มัน จัด เค็ม จัด และการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย) พร้อมทั้งปรับพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายได้อย่างถูกต้องยั่งยืน
3.เพื่อลดระดับความเสี่ยงทางสุขภาพ: ปรับเปลี่ยนค่าสุขภาพของกลุ่มเป้าหมายให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือดีขึ้น เช่น ระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต รอบเอว และดัชนีมวลกาย (BMI)
4.เพื่อป้องกันและลดการเกิดผู้ป่วยรายใหม่: ลดอัตราการป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในพื้นที่หมู่ที่ 1, หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 9 ตำบลโคกชะงาย
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 ฉันมาทำอะไรที่นี่
1.ชี้แจงโครงการและขอความยินยอมการเข้าร่วมโครงการจากกลุุ่มเป้าหมาย
2.กลุุ่มเป้าหมายตอบแบบสอบถามพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
3.กลุุ่มเป้าหมายตอบแบบประเมินความเชื่อมั่น ความมั่นใจในศักยภาพของตนเองในการเข้าร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง
4.ชั่งนำ้หนัก วัดส่วนสูง วัดรอบเอว
โดยใช้งบประมาณ ดังนี้
5.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม กลุุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 750 บาท
6.ค่าแบบแบบสอบถามพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) /แบบประเมินเป้าหมาย ความมั่นใจ จำนวน 30 ชุดๆละ 10 บาท เป็นเงิน 300 บาท1 มกราคม 2570 ถึง 31 กรกฎาคม 25701.กลุุ่มเป้าหมายเข้าใจเป้าหมายของโครงการและบทบาทของตนเองในการเข้าร่วมโครงการ
2.กลุุ่มเป้าหมายทราบถึงพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ของตนเอง
3.กลุุ่มเป้าหมายมีเป้าหมายความมั่นใจในศักยภาพของตนเองในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
4.ได้ข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มเป้าหมายแต่ละรายก่อนเริ่มโครงการ1050 บาท -
กิจกรรมที่ 2 รู้จักโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ให้ชัด
1.จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การให้ความรู้ สาเหตุและพฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง
2.เล่นเกมทำภารกิจเมื่อมีอาการที่เกี่ยวเนื่องกับการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง แบ่งกลุ่มปฏิบัติภารกิจแข่งขันโดย 1 คนในทีมปฏิบัติภารกิจ 1 อย่าง ฐานที่ 1 ตาฟาง(ใช้ผ้าบางๆปิดตาร้อยลูกปัด) ฐานที่ 2 มือชา(ใส่ถุงมือผ้าหนาๆแกะถุงยาง)
ฐานที่ 3 อัมพฤกษ์ครึ่งซีก(ให้ใช้แขนได้เพียงข้างเดียว)ใส่เสื้อติดกระดุมโดยใช้มือข้างเดียว
ฐานที่ 4 ใช้ชีวิตบนรถเข็นนั่งรถเข็นขับเข้าเส้นชัย
3.ให้กลุ่มเป้าหมายสะท้อนความคิดจากกิจกรรมที่ได้ทำ ชีวิตฉันจะเป็นเช่นไรหากวันหนึ่งต้องเจอชะตากรรมแบบนั้น เขียนลงบนกระดาษโพสต์อิท
4.จัดวงสนทนาให้กลุ่มเป้าหมายแต่ละคนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันและให้คะแนนความเชื่อมั่นของตนเองในแบบประเมินความเชื่อมั่นในตนเอง เป็น สเกลไม้บรรทัด 0 - 10
โดยใช้งบประมาณ ดังนี้
5.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม กลุุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 750 บาท
6.ค่าอาหารกลางวันจำนวน 30 คนๆละ 1 มื้อๆละ 70 บาท เป็นเงิน 2,100 บาท
7.ค่าตอบแทนวิทยากรจำนวน 4 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท1 มกราคม 2570 ถึง 31 กรกฎาคม 25701.กลุ่มเป้าหมายได้ความรู้ รู้ถึงสาเหตุและพฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง
2.กลุ่มเป้าหมายเห็นภาพความเชื่อมโยง การใช้ชีวิตถ้าเกิดอาการที่เกี่ยวเนื่องกับการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง
3.กลุ่มเป้าหมายได้ทบทวนตัวเอง และรู้จักการวางแผนการใช้ชีวิตอย่างไร5250 บาท -
กิจกรรมที่ 3 ทบทวนตนเอง ชั่งใจ
1 ให้กลุ่มเป้าหมายทบทวนตัวเองว่ามีพฤติกรรมการกินในลักษณะใดบ้างในสมุดบันทึกของฉัน
2.กลุ่มเป้าหมายแต่ละคนเขียนเป้าหมายการปรับพฤติกรรมของตนเองในสมุดบันทึกของฉัน
3.กลุ่มเป้าหมายทุกคนร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และให้คะแนนความเชื่อมั่นของตนเองในแบบประเมินความเชื่อมั่นในตนเอง เป็น สเกลไม้บรรทัด 0 - 10
โดยใช้งบประมาณ ดังนี้
4.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม กลุุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 750 บาท
5.ค่าสมุดบันทึก จำนวน 30 เล่มๆละ 20 บาท เป็นเงิน 600 บาท1 มกราคม 2570 ถึง 31 กรกฎาคม 25701.กลุ่มเป้าหมายได้ย้อนดู ทบทวนและทราบพฤติกรรมการกินของตนเองที่ผ่านมา
2.กลุ่มเป้าหมายทราบว่าจะได้รับผลกระทบอะไรบ้างหากยังคงพฤติกรรมนั้นอยู่
3.กลุ่มเป้าหมายรู้ที่จะตัดสินใจว่าจะยังคงพฤติกรรมเดิมไว้หรือจะปรับลดพฤติกรรมนั้นลง1350 บาท -
กิจกรรมที่ 4 ฝันที่เป็นจริงได้ด้วยมือเรา
1.กลุ่มเป้าหมายแต่ละคนวางแผนปฏิบัติการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ใน สมุดบันทึกของฉัน
2.กลุ่มเป้าหมายทำแผนจัดการอุปสรรค/สิ่งยั่วยวนที่จะทำให้ไม่ให้ไปถึงเป้าหมายใน สมุดบันทึกของฉัน
3.จัดวงสนทนาให้กลุ่มเป้าหมายแต่ละคนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันและให้คะแนนความเชื่อมั่นของตนเองในแบบประเมินความเชื่อมั่นในตนเอง เป็น สเกลไม้บรรทัด 0 - 10
โดยใช้งบประมาณ ดังนี้
4.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม กลุุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 750 บาท1 มกราคม 2570 ถึง 31 กรกฎาคม 25701.กลุ่มเป้าหมายรู้จักวางแผนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้
2.กลุ่มเป้าหมายรู้จักจัดการอุปสรรค/สิ่งยั่วยวน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้750 บาท -
กิจกรรมที่ 5 ได้หรือไม่ได้ ก็มาเล่าสู่กันฟัง
1.จัดวงสนทนาให้กลุ่มเป้าหมายแต่ละคนได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทำตามแผนได้หรือไม่ ทำแล้วรู้สึกอย่างไร
2.กลุ่มเป้าหมายให้คะแนนความเชื่อมั่นของตนเอง ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในแบบประเมินความเชื่อมั่นในตนเอง เป็น สเกลไม้บรรทัด 0 - 10
โดยใช้งบประมาณ ดังนี้
3.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม กลุุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 750 บาท1 มกราคม 2570 ถึง 31 กรกฎาคม 25701.ได้รับทราบปัญหาของแต่ละคน
2.ได้ผลการนำแผนไปปฏิบัติ และการปรับแผน(หากมี)
3.ได้ทราบถึงความเชื่อมั่นในตนเองของกลุ่มเป้าหมายว่าอยู่ในระดับใด750 บาท -
กิจกรรมที่ 6 อยากจะเติมเต็มทักษะอะไรบอกมา...เราจัดให้
1.จัดวงสนทนาเพื่อหาประเด็นสมรรถนะที่ผู้เข้าร่วมต้องการเพื่อให้มีความสามารถในการจัดการอาหาร/สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการปรับพฤติกรรมการกินของตนเอง
2.กลุ่มเป้าหมายทำแบบสอบถามผลการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และความเชื่อมั่นในตนเองในการปรับพฤติกรรมการกินที่เสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
3.กลุ่มเป้าหมายให้คะแนนความเชื่อมั่นของตนเอง ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในแบบประเมินความเชื่อมั่นในตนเอง เป็น สเกลไม้บรรทัด 0 - 10
โดยใช้งบประมาณ ดังนี้
3.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม กลุุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 750 บาท
4.ค่าแบบสอบถามผลการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จำนวน 30 ชุดๆละ 10 บาท เป็นเงิน 300 บาท1 มกราคม 2570 ถึง 31 กรกฎาคม 25701.ได้ทราบความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อจะจัดให้ความรู้ได้ตรงจุดในคราวต่อไป หรือถ้าจะมีการปรับแผนการปรับเปลี่ยนสุขภาพก็จะได้จัดเป็นกิจกรรมเพิ่มเติม ปรับแผนโดยให้คำแนะนำเป็นรายบุคคลได้
2.ได้ข้อมูลที่จะนำไปใช้ในการประเมินและติดตามผล1050 บาท -
กิจกรรมที่ 7 หวาน มัน เค็ม แค่ไหน รับรู้ได้
1.จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้เรื่อง หวาน มัน เค็ม แค่ไหนถึงจะดีต่อสุขภาพ
2.กลุ่มเป้าหมายแบ่งกลุ่มเพื่อหมุนเวียนเข้าฐาน
ฐานความเค็ม 1.เรียนรู้ปริมาณโซเดียมในอาหารต่างๆ
2.วัดความเค็มในอาหาร ที่กลุ่มเป้าหมายทำกินที่บ้าน ให้แต่ละคนนำแกงที่กินประจำมาคนละ 1 อย่าง และวัดความเค็มว่าอยู่ในระดับใด
ฐานความหวาน 1.ให้ชิมความหวานของเครื่องดื่ม ที่มีความหวานในระดับต่างๆ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้เรียนรู้ว่า ระดับความหวานที่ตัวเองชื่นชอบ มีค่าความหวานอยู่ในระดับมากน้อยแค่ไหน
ฐานความมัน 1.ให้ความรู้เรื่องปริมาณน้ำมันในอาหารต่างๆ
โดยใช้งบประมาณ ดังนี้
3.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม กลุุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 750 บาท
4.ค่าวัตถุดิบในการทำเครื่องดื่ม เหมาจ่าย เป็นเงิน 500 บาท1 มกราคม 2570 ถึง 31 กรกฎาคม 2570- กลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้เรื่อง หวาน มัน เค็ม แค่ไหน ถึงจะดีต่อสุขภาพ
- กลุ่มเป้าหมายได้ทราบถึงข้อมูล ปริมาณโซเดียม น้ำตาล น้ำมัน ในเมนูอาหารต่างๆ
- กลุ่มเป้าหมายทราบถึงแหล่งของความหวาน มัน เค็ม และการจัดการควบคุมปริมาณ ที่ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
1250 บาท - กลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้เรื่อง หวาน มัน เค็ม แค่ไหน ถึงจะดีต่อสุขภาพ
-
กิจกรรมที่ 8 เจาะเลือดตรวจระดับไขมันในเลือด (Cholesterol, Triglycerides, HDL, LDL)
1.กลุ่มเป้าหมาย 30 คน มารับการเจาะเลือดตรวจระดับไขมันในเลือด (Cholesterol, Triglycerides, HDL, LDL)
2.กลุ่มเป้าหมาย 30 คน ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ประเมินค่า BMI และวัดรอบเอวเพื่อเปรียบเทียบกับค่าเริ่มต้นก่อนเข้าร่วมโครงการ
โดยใช้งบประมาณ ดังนี้
3.ค่าเจาะเลือดตรวจระดับไขมันในเลือด (Cholesterol, Triglycerides, HDL, LDL) กลุุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 คนๆละ 220 บาท เป็นเงิน 6,600 บาท1 มกราคม 2570 ถึง 31 กรกฎาคม 25701.กลุ่มเป้าหมายจำนวน 30 คน ได้รับการตรวจประเมินระดับไขมัน และดัชนีมวลกาย เพื่อติดตามผลความก้าวหน้า
2.กลุ่มเป้าหมายจำนวน 30 คน ได้รับการตรวจดัชนีมวลกาย เพื่อติดตามผลความก้าวหน้า6600 บาท -
กิจกรรมที่ 9 ติดตามผลครั้งที่ 1 ตรวจให้ชัวร์ ปรับให้ชิน
1.ให้ความรู้/คำปรึกษาและข้อเสนอแนะรายบุคคล (Health Counseling) โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข/นักโภชนาการ ตามผลการตรวจเลือดและพฤติกรรมการกิน
2.ติดตามประเมินผลกลุ่มเป้าหมาย เพื่อประเมินความก้าวหน้าและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
3.สรุปภาพรวมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญหา อุปสรรค เพื่อนำไปปรับปรุงแผนการดูแลสุขภาพส่วนบุคคลในระยะต่อไป
โดยใช้งบประมาณ ดังนี้
4.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม กลุุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 750 บาท
5.ค่าอาหารกลางวันจำนวน 30 คนๆละ 1 มื้อๆละ 70 บาท เป็นเงิน 2,100 บาท
6.ค่าตอบแทนวิทยากรจำนวน 4 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท1 มกราคม 2570 ถึง 31 กรกฎาคม 25701.กลุ่มเป้าหมายจำนวน 30 คน ได้รับการตรวจประเมินระดับไขมัน และดัชนีมวลกาย เพื่อติดตามผลความก้าวหน้า
2.กลุ่มเป้าหมายได้รับทราบผลสุขภาพของตนเอง พร้อมแนวทางแก้ไขและคำแนะนำเฉพาะรายบุคคล
3.กลุ่มเป้าหมายได้ความรู้ความตระหนักและเกิดแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง5250 บาท -
กิจกรรมที่ 10 ปรุงน้อยก็อร่อยได้
1.กลุ่มเป้าหมายประกอบอาหารตามโจทย์ที่กำหนดให้ โดยให้มีความหวาน มัน เค็ม ไม่เกินค่าที่กำหนด
2.กลุ่มเป้าหมายร่วมกันชิมเมนูอาหาร
3.จัดวงสนทนาให้กลุ่มเป้าหมายแต่ละคนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันและให้คะแนนความเชื่อมั่นของตนเองในแบบประเมินความเชื่อมั่นในตนเอง เป็น สเกลไม้บรรทัด 0 - 10
โดยใช้งบประมาณ ดังนี้
4.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม กลุุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 750 บาท
5.ค่าวัตถุดิบอาหาร และเครื่องปรุง เหมาจ่าย เป็นเงิน 400 บาท1 มกราคม 2570 ถึง 31 กรกฎาคม 25701.กลุ่มเป้าหมายรู้แนวทางการปรุงน้อยให้อร่อยได้
1150 บาท -
กิจกรรมที่ 11 เทคนิคการจัดการกับความท้าทาย
1.ให้กลุ่มเป้าหมายทบทวนผลการปฏิบัติใน สมุดบันทึกของฉัน
2.ให้กลุ่มเป้าหมายเล่าเหตุการณ์ที่ยั่วยุ/อุปสรรค และเทคนิคที่ใช้ในการจัดการ
3.ให้กลุ่มเป้าหมายร่วมกันถอดบทเรียนความสำเร็จ ความล้มเหลวในการปฏิบัติ
4.จัดวงสนทนาให้กลุ่มเป้าหมายแต่ละคนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันและให้คะแนนความเชื่อมั่นของตนเองในแบบประเมินความเชื่อมั่นในตนเอง เป็น สเกลไม้บรรทัด 0 - 10
โดยใช้งบประมาณ ดังนี้
5.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม กลุุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 750 บาท1 มกราคม 2570 ถึง 31 กรกฎาคม 25701.กลุ่มเป้าหมายมีทักษะ ในการจัดการอาหารให้เอื้อต่อพฤติกรรมการกินที่ดีต่อสุขภาพ
2.กลุ่มเป้าหมายรู้แนวทาง ที่จะประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนพฤติกรรม และรู้ถึงเหตุที่ก่อให้เกิดความล้มเหลวในการปฏิบัติ750 บาท -
กิจกรรมที่ 12 เมนูชูสุขภาพแบบง่าย การควบคุมอาหารโดยใช้จานสุขภาพ 2:1:1
1.กลุ่มเป้าหมายแลกเปลี่ยนเรียนรู้เมนูชูสุขภาพแบบง่าย
2.กลุ่มเป้าหมายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การควบคุมอาหาร ฝึกคำนวณสัดส่วนอาหาร 2:1:1 (ผัก 2 ส่วน, แป้ง 1 ส่วน, เนื้อสัตว์ 1 ส่วน)โดยใช้จานสุขภาพ 2:1:1
3.กลุ่มเป้าหมายทบทวนผลการปฏิบัติใน สมุดบันทึกของฉัน
4.จัดวงสนทนาให้กลุ่มเป้าหมายแต่ละคนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันและให้คะแนนความเชื่อมั่นของตนเองในแบบประเมินความเชื่อมั่นในตนเอง เป็น สเกลไม้บรรทัด 0 - 10
โดยใช้งบประมาณ ดังนี้
5.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม กลุุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 750 บาท1 มกราคม 2570 ถึง 31 กรกฎาคม 25701.กลุ่มเป้าหมายได้ความรู้เมนูชูสุขภาพแบบง่าย
2.กลุ่มเป้าหมายได้ความรู้การควบคุมอาหาร โดยใช้จานสุขภาพ 2:1:1750 บาท -
กิจกรรมที่ 13 ติดตามผลครั้งที่ 2 /เวทีถอดบทเรียน
1.กลุ่มเป้าหมาย 30 คน ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ประเมินค่า BMI และวัดรอบเอวเพื่อเปรียบเทียบกับค่าเริ่มต้นก่อนเข้าร่วมโครงการและค่าจากการติดตามผลครั้งที่ 1
2.กลุ่มเป้าหมายทำแบบสอบถามผลการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และความเชื่อมั่นในตนเองในการปรับพฤติกรรมการกินที่เสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
3.ตัวอย่างเมนูชูสุขภาพ อาหารสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม และสร้างไอเดียเมนูสุขภาพที่ทำกินเองได้จริงในชีวิตประจำวัน
4.จัดวงสนทนาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เรียนรู้ร่วมกันและให้คะแนนความเชื่อมั่นของตนเองในแบบประเมินความเชื่อมั่นในตนเอง เป็น สเกลไม้บรรทัด 0 – 10
โดยใช้งบประมาณ ดังนี้
5.ค่าแบบสอบถามผลการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) จำนวน 30 ชุดๆละ 10 บาท เป็นเงิน 300 บาท
6.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม กลุุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 750 บาท
7.ค่าอาหารกลางวันจำนวน 30 คนๆละ 1 มื้อๆละ 70 บาท เป็นเงิน 2,100 บาท
8.ค่าวัตถุดิบอาหาร และเครื่องปรุง ตัวอย่างเมนูชูสุขภาพ เหมาจ่าย เป็นเงิน 1,000 บาท1 มกราคม 2570 ถึง 31 กรกฎาคม 25701.ได้ข้อมูลที่จะนำไปใช้สรุปผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และความเชื่อมั่นในตนเองในการปรับพฤติกรรมการกินที่เสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
2.ได้เรียนรู้เมนูสุขภาพที่ทำกินเองได้จริงในชีวิตประจำวัน4150 บาท
1.กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนัก ในการเลือกรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ การลดหวาน มัน เค็ม และการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
2.ผู้เข้าร่วมได้รับการประเมินผลก่อน–หลัง มีข้อมูลเปรียบเทียบรายบุคคล
3.กลุ่มเป้าหมายสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน (เช่น เลือกกินอาหารสุขภาพ เพิ่มกิจกรรมทางกาย และจัดการอารมณ์/ความเครียด)
4.ค่าสุขภาพของกลุ่มเป้าหมาย (เช่น ระดับไขมันในเลือด ความดันโลหิต รอบเอว และ ค่าดัชนีมวลกาย) มีแนวโน้มลดลงหรืออยู่ในเกณฑ์มาตรฐานดีขึ้น
5.อัตราการเกิดผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) รายใหม่ในพื้นที่หมู่ที่ 1, หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 9 ตำบลโคกชะงาย ลดลง
6.เกิดแกนนำหรือต้นแบบด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในชุมชน ที่สามารถถ่ายทอดความรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ครอบครัวและเพื่อนบ้านได้
