โครงการชุมชนปลอดภัย ด้วยอสม.นักวิทย์ ปีงบประมาณ 2570
-
นางอุไร พงค์จันทร์เสถียร
-
นายชรินทร์ หนูเกื้อ
-
นายบุญรอง พิสมัย
-
นางสาวสมศรี ขุนอนันต์
-
นางสาวชนม์นิภา ธรรมเพชร
-
ร้อยละของประชาชนในพื้นที่ที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย
26.31
ปัจจุบันประชาชนในชุมชนมีการประกอบอาชีพเกษตรกรรมและมีโอกาสสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจากการใช้ในการเพาะปลูก ทั้งจากการผสมสาร การฉีดพ่น การเก็บเกี่ยว ตลอดจนการบริโภคผลผลิตทางการเกษตรที่อาจมีสารเคมีตกค้าง การได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งทางการหายใจ ทางผิวหนัง และการรับประทาน และอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะเฉียบพลันและระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรซึ่งเป็นกลุ่มที่มีโอกาสสัมผัสสารเคมีโดยตรง จากข้อมูลแผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง ปีงบประมาณ 2570 ของกองทุนสุขภาพตำบลเทศบาลตำบลโคกชะงาย อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง พบว่า ในปี 2569 มีผู้บริโภคที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย จำนวน 17 คน และมีเกษตรกรที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย จำนวน 16 คน ซึ่งถือเป็นปัญหาสุขภาพที่ควรได้รับการเฝ้าระวังและแก้ไขอย่างต่อเนื่อง กองทุนสุขภาพตำบลเทศบาลตำบลโคกชะงายจึงกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยการตรวจคัดกรองสารพิษตกค้างในกระแสเลือด ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันอันตรายจากสารเคมีทางการเกษตร ส่งเสริมการใช้สารจากธรรมชาติทดแทนสารเคมี สนับสนุนการรวมกลุ่มเกษตรกรผักปลอดสารพิษ และส่งเสริมให้ประชาชนสามารถลดหรือหลีกเลี่ยงการบริโภคผักที่มีสารเคมีตกค้าง ดังนั้น จึงจัดทำโครงการคัดกรองและเฝ้าระวังสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในเลือดขึ้น เพื่อค้นหาประชาชนกลุ่มเสี่ยง ให้ได้รับการคัดกรองและทราบผลการประเมินความเสี่ยง รวมทั้งได้รับความรู้และคำแนะนำในการป้องกันตนเอง ลดการสัมผัสสารเคมี และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สารเคมีทางการเกษตรอย่างถูกต้องและปลอดภัย อันจะนำไปสู่การลดปัญหาสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในเลือดของประชาชนในพื้นที่ต่อไป
-
เพื่อลดประชาชนในพื้นที่ที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย
ร้อยละของประชาชนในพื้นที่ที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย
-
เพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะในการป้องกันอันตรายจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
ประชาชนมีความรู้และทักษะในการป้องกันอันตรายจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ร้อยละ 85
- เพื่อคัดกรองและค้นหาประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือด
- เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับทราบผลการคัดกรองและระดับความเสี่ยงของตนเอง
- เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีพฤติกรรมการใช้สารเคมีทางการเกษตรอย่างถูกต้องและปลอดภัย
- เพื่อส่งเสริมการลดการใช้สารเคมีและการใช้สารจากธรรมชาติหรือวิธีการทางการเกษตรที่ปลอดภัยทดแทน
- เพื่อเฝ้าระวังและติดตามประชาชนที่มีผลการคัดกรองอยู่ในระดับเสี่ยงหรือระดับอันตราย
-
กลุ่มวัยทำงาน180
ประชาชนทั่วไปที่คัดกรองแล้วมีความเสี่ยงค่าเลือดเกินมาตรฐาน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
คัดกรองประชาชนทั่วไปเพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยง
- ประชุมคณะทำงานและผู้เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงาน
- ประสานเทศบาลตำบลโคกชะงาย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อสม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ประชาสัมพันธ์โครงการให้ประชาชนในพื้นที่ทราบ
- กำหนดวัน เวลา และสถานที่สำหรับการคัดกรอง
- ลงพื้นที่คัดกรองตามแผนที่กำหนดไว้
งบประมาณที่ใช้ ดังนี้
1. กระดาษทดสอบโคลีนเอสเตอเรส (100 แผ่น/กล่อง ) จำนวน 3 กล่องๆละ 1,300 บาท เป็นเงิน 3,900 บาท1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 25701.จะได้ประชาชนที่มีความเสี่ยงจากการคัดกรอง จำแนกตามระดับสี เสี่ยงมาก เสี่ยงปานกลาง เสี่ยงน้อย ปกติ
2.กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองสารเคมีตกค้างในเลือด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 803900 บาท -
อบรมให้ความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
1.จัดอบรมให้ความรู้กลุ่มเสี่ยง (ให้คำแนะนำรายบุคคลเกี่ยวกับการลดการสัมผัสสารเคมี /ส่งเสริมการใช้สารชีวภัณฑ์หรือสารจากธรรมชาติที่เหมาะสม /ส่งเสริมด้านอาหารและการเลือกบริโภคผักผลผลิตทางการเกษตรอย่างปลอดภัย)
2. แนะนำการกินสมุนไพรรางจืด (เบิกจาก รพ. พัทลุง)งบประมาณที่ใช้ ดังนี้
1. ค่าอาหารว่าง จำนวน 60 คนๆละ 1 มื้อๆละ 30 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
2. เอกสารการประชุม จำนวน 60 ชุดๆละ 10 บาท เป็นเงิน 600 บาท1 มกราคม 2570 ถึง 31 กรกฎาคม 25701.กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการ ร้อยละ 90
2. ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้เรื่องการป้องกันอันตรายจากสารเคมี ร้อยละ 802400 บาท -
ติดตามกลุ่มเสี่ยงและสรุปผล
- จัดทำทะเบียนกลุ่มเสี่ยง
- อสม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขติดตามกลุ่มเสี่ยงในชุมชน
- ให้คำแนะนำซ้ำและประเมินพฤติกรรมการใช้สารเคมี
- ตรวจติดตามเจาะเลือดซ้ำ
- แจ้งผลการเจาะเลือดซ้ำ
- สรุปผลการดำเนินงานและจัดทำฐานข้อมูลเพื่อใช้ในการวางแผนปีต่อไป
1 มีนาคม 2570 ถึง 31 กรกฎาคม 2570- กลุ่มเสี่ยงทุกรายได้รับติดตามการเจาะเลือดประเมินระดับสารเคมีตกค่้างในเลือดซ้ำ
- กลุ่่มเสี่ยงที่เข้าร่วมโครงการและที่จำแนกตามระดับความเสี่ยง ลดลง เมื่อเทียบกับก่อนเข้าร่วมโครงการ
3.สรุปผลการดำเนินงานและมีฐานข้อมูลกลุ่มเสี่ยงด้านสารเคมีทางการเกษตรในพื้นที่
0 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการคัดกรองและทราบสถานะความเสี่ยงของตนเอง
- สามารถค้นหาประชาชนที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับสารเคมีทางการเกษตรได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
- เกษตรกรมีความรู้และสามารถป้องกันตนเองจากการสัมผัสสารเคมีได้อย่างถูกต้อง
- ประชาชนมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารและผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดภัยมากขึ้น
- มีระบบติดตามกลุ่มเสี่ยงและการส่งต่อผู้ที่มีความผิดปกติอย่างเหมาะสม
- จำนวนประชาชนและเกษตรกรที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในเลือดระดับอันตรายลดลง
- ชุมชนมีแนวทางในการลดการใช้สารเคมีและส่งเสริมการผลิตอาหารที่ปลอดภัย
