โครงการร้านชำสีขาว อาหารปลอดภัย เครื่องดื่มหวานน้อย ใส่ใจสุขภาพชุมชน
-
นายเอนก กลิ่นรส
-
ร้อยละของคนในชุมชนที่ดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานจัดเป็นประจำ (มากกว่า 5 วันต่อสัปดาห์)
-
ร้อยละของประชาชนในพื้นที่ที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย
-
ร้อยละของตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน (สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกร สารกันราหรือกรดซาลิซิลิค สารฟอกขาว สารบอแรกซ์ สารฟอร์มาลิน หรือสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ และยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช)
จากสถานการณ์ตามแผนงานอาหารและโภชนาการ ปี 2570 กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลโคกชะงาย พบว่า ตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐานคิดเป็นร้อยละ 11.45 ขณะที่ประชาชนดื่มน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มรสหวานจัดเป็นประจำมากกว่า 5 วันต่อสัปดาห์ถึงร้อยละ 51.85 สะท้อนความเสี่ยงทั้งด้านความปลอดภัยของอาหารและพฤติกรรมบริโภคหวานในชุมชน
ร้านชำ แผงลอยจำหน่ายอาหาร และซุ้มจำหน่ายเครื่องดื่มเป็นแหล่งอาหารที่ประชาชนเข้าถึงเป็นประจำ หากไม่มีระบบเฝ้าระวัง อาจพบอาหารหมดอายุ ผลิตภัณฑ์ไม่มีฉลากหรือไม่ได้มาตรฐาน สารปนเปื้อนในอาหาร รวมทั้งการจำหน่ายเครื่องดื่มรสหวานและอาหารหวาน มัน เค็ม ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาวจึงจัดทำโครงการนี้ เพื่อพัฒนาร้านชำสีขาว 11 ร้าน ซุ้มร้านน้ำลดหวาน 5 ร้าน และแผงลอยจำหน่ายอาหาร 4 ร้าน รวม 20 แห่ง โดยใช้กลไก อสม.นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนในการประเมิน สุ่มตรวจ แจ้งเตือน และติดตามแก้ไข ควบคู่กับการพัฒนาความรอบรู้ด้านอาหารแก่ กสค. 50 คน นอกจากนี้จะคัดกรองความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในกลุ่มเสี่ยงประมาณ 200 คน ให้คำแนะนำตามผลตรวจ และส่งเสริมการใช้ชาชงรางจืดอย่างเหมาะสมภายใต้คำแนะนำของบุคลากรสาธารณสุข
-
เพื่อแก้ไขปัญหาผู้บริโภคมีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย
จำนวนผู้บริโภคที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย(คน)
-
เพื่อลดประชาชนในพื้นที่ที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย
ร้อยละของประชาชนในพื้นที่ที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย
-
เพื่อลดตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน
ร้อยละของตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน (สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกร สารกันราหรือกรดซาลิซิลิค สารฟอกขาว สารบอแรกซ์ สารฟอร์มาลิน หรือสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ และยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช)
- พัฒนาร้านชำสีขาวให้มีระบบจำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ปลอดภัย 11 ร้าน
2.พัฒนาซุ้มร้านน้ำให้มีทางเลือกความหวานและเมนูสุขภาพ 5 ร้าน
3.พัฒนาแผงลอยให้ผ่านเกณฑ์สุขาภิบาลและมีเมนูสุขภาพ 4 ร้าน
4.พัฒนาความรู้ กสค. ด้านอาหารปลอดภัย การอ่านฉลาก และการเลือกบริโภค 50 คน
5.เฝ้าระวังและลดความเสี่ยงจากอาหารหรือผลิตภัณฑ์ผิดปกติ 20 แห่ง
6.คัดกรองความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และส่งเสริมพฤติกรรมป้องกันตนเอง ประมาณ 200 คน
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง
1.ร้านชำสีขาว 11 ร้าน
2.ซุ้มร้านน้ำลดหวาน 5 ร้าน
3.แผงลอยจำหน่ายอาหาร 4 ร้าน
4.กสค. 50 คน
5.อสม.นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน 25 คน
6.ผู้ประกอบการสถานประกอบการ 20 แห่ง
7.กลุ่มเสี่ยงสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช 200 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 สำรวจร้าน รู้ปัญหา วางแผนพัฒนา
ประชุมคณะทำงาน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ อสม.นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน
จัดทำทะเบียนและแผนที่สถานประกอบการเป้าหมาย 20 แห่ง และประเมินก่อนดำเนินงาน
สำรวจฉลาก วันหมดอายุ เลขสารบบ สภาพบรรจุภัณฑ์ การจัดเก็บ สุขาภิบาลอาหาร ระดับความหวาน และเมนูเครื่องดื่ม
กำหนดชนิดและจำนวนตัวอย่างที่จะสุ่มตรวจตามระดับความเสี่ยง พร้อมคืนข้อมูลและจัดทำแผนปรับปรุงรายร้าน
รายละเอียดค่าใช้จ่าย ดังนี้
1.ค่าแบบสำรวจ แบบประเมิน สมุดบันทึก และเอกสารเฝ้าระวัง 50 ชุด × 20 บาท = 1,000 บาท
1 มกราคม 2570 ถึง 31 มีนาคม 2570ผลผลิต (Output) / ผลลัพธ์ (Outcome)
สถานประกอบการ 20 แห่งได้รับการประเมินก่อนดำเนินงานครบถ้วน
มีทะเบียน ข้อมูลรายร้าน และแผนสุ่มตรวจตามระดับความเสี่ยง
ร้านที่ไม่ผ่านเกณฑ์ได้รับคำแนะนำและกำหนดระยะเวลาแก้ไข
1000 บาท -
กิจกรรมที่ 2 อบรม กสค. รู้ทันอาหาร เลือกซื้อปลอดภัย
บรม กสค. 50 คน เรื่องอันตรายจากอาหารและสารปนเปื้อน การอ่านฉลาก วันหมดอายุ เลขสารบบ และสภาพบรรจุภัณฑ์
เรียนรู้การเลือกอาหารลดหวาน ลดมัน ลดเค็ม การเลือกเครื่องดื่มไม่หวาน/หวานน้อย และสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ
จัดฐานเรียนรู้ 4 ฐาน: อ่านฉลากเป็น เห็นวันหมดอายุ / รู้ทันสารปนเปื้อน / เลือกเมนูสุขภาพ / เลือกซื้อปลอดภัยและแจ้งเตือนภัย
รายละเอียดค่าใช้จ่าย ดังนี้
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,250 บาท
2.ค่าวิทยากร จำนวน 2 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
3.เอกสารและสื่อ เป็นเงิน 1,500 บาท
1 มกราคม 2570 ถึง 31 กรกฎาคม 2570ผลผลิต (Output) / ผลลัพธ์ (Outcome)
กสค.เข้าร่วมอบรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
กสค.ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีคะแนนความรู้หลังอบรมผ่านเกณฑ์
ผู้เข้าร่วมสามารถอ่านฉลาก ตรวจวันหมดอายุ เลือกเมนูสุขภาพ และแจ้งผลิตภัณฑ์ต้องสงสัยได้
3950 บาท -
กิจกรรมที่ 3 อสม.นักวิทย์ฯ สุ่มตรวจจริง แจ้งเร็ว แก้ไขเร็ว
ทบทวนการเก็บตัวอย่าง การใช้ชุดทดสอบ การแปลผล และการบันทึกข้อมูลแก่ อสม.นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน
แบ่งทีมรับผิดชอบสถานประกอบการ 20 แห่ง และสุ่มตรวจอย่างน้อย 2 รอบ: ก่อนพัฒนาและรอบติดตาม
ตรวจอาหารสด อาหารปรุงสำเร็จ น้ำดื่ม น้ำแข็ง เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ในร้านชำตามความเสี่ยง ด้วยชุดทดสอบที่เหมาะสม
ตรวจวันหมดอายุ ฉลาก เลขสารบบ สภาพบรรจุภัณฑ์ และอุณหภูมิตู้เย็น/ตู้แช่ บันทึกผล แจ้งผู้ประกอบการ และติดตามแก้ไข
รายละเอียดค่าใช้จ่าย ดังนี้
1.ชุดทดสอบโคลิฟอร์ม 500 บาท
2.ชุดตรวจคุณภาพน้ำมันทอด 500 บาท;
1 มกราคม 2570 ถึง 31 กรกฎาคม 2570ผลผลิต (Output) / ผลลัพธ์ (Outcome)
สถานประกอบการ 20 แห่งได้รับการสุ่มตรวจตามแผนร้อยละ 100 อย่างน้อย 2 รอบ
ตัวอย่างหรือผลิตภัณฑ์ที่พบความผิดปกติได้รับการแจ้งเตือนและติดตามแก้ไขร้อยละ 100
มีฐานข้อมูลผลการสุ่มตรวจอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชน
1000 บาท -
กิจกรรมที่ 4 โชว์เมนูสุขภาพ ร้านดีมีทางเลือก
ร้านชำสีขาว 11 ร้านจัดมุมผลิตภัณฑ์ทางเลือกสุขภาพ พร้อมสื่ออ่านฉลาก/วันหมดอายุ และวางน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มหวานน้อยในจุดเห็นง่าย
ซุ้มร้านน้ำ 5 ร้านมีระดับความหวานให้เลือกและเมนูสุขภาพอย่างน้อยร้านละ 2 เมนู
แผงลอย 4 ร้านมีเมนูสุขภาพอย่างน้อยร้านละ 1 เมนู ลดการเติมหวาน มัน เค็ม เพิ่มผัก และไม่ใช้น้ำมันทอดซ้ำเสื่อมคุณภาพ
สาธิตการปรุง ชิมและประเมินเมนู ประชาสัมพันธ์แผนที่ร้านดี ประเมินหลังดำเนินงาน คืนข้อมูล และมอบป้ายรับรอง
รายละเอียดค่าใช้จ่าย ดังนี้
- ค่าป้ายรับรอง 1,500 บาท
2.ป้ายเมนูและสื่อ 1,500 บาท
- แบบประเมิน เกียรติบัตร และวัสดุสรุปผล 1,000 บาท
1 เมษายน 2570 ถึง 31 กรกฎาคม 2570ผลผลิต (Output) / ผลลัพธ์ (Outcome)
ร้านชำสีขาว 11 ร้านมีมุมผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ซุ้มร้านน้ำ 5 ร้านมีเมนูสุขภาพอย่างน้อยร้านละ 2 เมนู และแผงลอย 4 ร้านมีอย่างน้อยร้านละ 1 เมนู
สถานประกอบการ 20 แห่งแสดงเมนูหรือทางเลือกสุขภาพในจุดที่มองเห็นชัดเจน
4000 บาท -
กิจกรรมที่ 5 ตรวจสารเคมีในเลือด รู้ผล ลดเสี่ยง ใส่ใจสุขภาพ
1.ประชาสัมพันธ์และขึ้นทะเบียนกลุ่มเสี่ยงสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช 200 คน พร้อมซักประวัติและประเมินพฤติกรรมเสี่ยง
2.ตรวจคัดกรองระดับเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรสในเลือดด้วยกระดาษทดสอบ
3.แจ้งและอธิบายผลตรวจเป็นรายบุคคล แบ่งระดับปกติ ปลอดภัย มีความเสี่ยง และไม่ปลอดภัย พร้อมบันทึกผลโดยรักษาความลับข้อมูลสุขภาพ
4.ให้ความรู้เรื่องการเลือก ใช้ เก็บ และกำจัดสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัย การสวมอุปกรณ์ป้องกัน การอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังสัมผัส และอาการผิดปกติที่ต้องพบแพทย์
5.ผู้มีผลระดับเสี่ยงหรือไม่ปลอดภัยได้รับคำแนะนำลด/หลีกเลี่ยงการสัมผัส ประเมินอาการ ส่งต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้ และนัดตรวจติดตามตามแนวทางของหน่วยบริการ
6.จัดชาชงรางจืดให้กลุ่มเสี่ยงที่สมัครใจ พร้อมให้ความรู้วิธีใช้ที่เหมาะสม ข้อควรระวัง และย้ำว่าไม่ใช้แทนการรักษาหรือการลดการสัมผัสสารเคมี โดยคัดกรองผู้ที่อาจไม่เหมาะสมก่อนให้บริการ
รายละเอียดค่าใช้จ่าย ดังนี้
1.ค่ากระดาษทดสอบและวัสดุเจาะเลือด 200 คน × 60 บาท = 12,000 บาท
- แบบคัดกรองและสื่อความรู้ 1,000 บาท
1 กุมภาพันธ์ 2570 ถึง 31 กรกฎาคม 2570ผลผลิต (Output) / ผลลัพธ์ (Outcome)
กลุ่มเสี่ยงประมาณ 200 คนได้รับการตรวจคัดกรองและทราบผล
ผู้รับการตรวจไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีความรู้เรื่องการป้องกันตนเองจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพิ่มขึ้น
ผู้มีผลระดับเสี่ยงหรือไม่ปลอดภัยได้รับคำแนะนำและติดตามร้อยละ 100
กลุ่มเสี่ยงได้รับความรู้เรื่องการใช้ชาชงรางจืดอย่างเหมาะสมและปลอดภัย
13000 บาท
ติดตามประเมินซ้ำร้านที่ไม่ผ่านเกณฑ์ สรุปผล เปรียบเทียบก่อน-หลัง และคืนข้อมูลแก่ผู้ประกอบการ กสค. อสม. และภาคีเครือข่าย โดยไม่ใช้งบประมาณเพิ่มเติม
1.ประชาชนเข้าถึงอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ปลอดภัยมากขึ้น
2.ร้านชำสีขาวมีระบบตรวจสอบฉลาก วันหมดอายุ และการจัดเก็บผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม
3.ซุ้มร้านน้ำมีทางเลือกไม่หวานหรือหวานน้อยที่มองเห็นและสั่งได้ง่าย
4.แผงลอยจำหน่ายอาหารมีสุขลักษณะที่ดีและมีเมนูสุขภาพเป็นทางเลือก
5.กสค.สามารถเลือกซื้ออาหาร อ่านฉลาก และถ่ายทอดความรู้แก่ครัวเรือนได้
6.อสม.นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนสามารถสุ่มตรวจ เฝ้าระวัง และแจ้งเตือนภัยได้อย่างต่อเนื่อง
7.เกิดเครือข่ายสถานประกอบการอาหารปลอดภัยและระบบเฝ้าระวังในชุมชน
8.กลุ่มเสี่ยงสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้รับการคัดกรอง ทราบผล และมีพฤติกรรมป้องกันตนเองที่เหมาะสม
9.ผู้มีผลตรวจระดับเสี่ยงหรือไม่ปลอดภัยได้รับคำแนะนำ ติดตาม และส่งต่อตามความจำเป็น
