โครงการรู้เร็ว เตือนภัยไว สุขภาพปลอดภัยทั้งชุมชน
-
นางอุไร พงค์จันทร์เสถีย
-
นายชรินทร์ หนูเกื้อ
-
นายบุญรอง พิสมัย
-
นางสาวสมศรี ขุนอนันต์
-
นางสาวชนม์นิภา ธรรมเพชร
-
ร้อยละของตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน (สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกร สารกันราหรือกรดซาลิซิลิค สารฟอกขาว สารบอแรกซ์ สารฟอร์มาลิน หรือสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ และยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช)
ขนาดปัญหา ร้อยละ 20
ปัจจุบันปัญหาสุขภาพของประชาชนในชุมชนมีความหลากหลายและมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนมากขึ้น ทั้งปัญหาด้านอาหารและโภชนาการ ความปลอดภัยด้านอาหาร การปนเปื้อนของสารเคมีในอาหารและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม หากไม่มีระบบเฝ้าระวัง คัดกรอง และแจ้งเตือนภัยสุขภาพที่รวดเร็ว อาจส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบและไม่สามารถป้องกันหรือแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงทีในปัจจุบันสุขภาพของคนในพื้นที่ มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลายชนิด ที่เป็นสาเหตุให้คนเสียชีวิตเป็นอันดับหนึ่งสาเหตุเกิดจากอาหารการกินสารเคมีที่ปนเปื้อนมาในอาหารในรูปแบบต่างๆ ทำให้ประชาชนเกิดโรคมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์สุขภาพหลายชนิดที่เกิดขึ้น ทั้งผลิตภัณฑ์อาหาร ยา และเครื่องสำอาง ที่กลุ่มผู้ผลิตโฆษณาเพื่อดึงดูดความสนใจผู้บริโภคให้มาใช้สินค้า เกิดการแข่งขันทางธุรกิจกลุ่มผู้ผลิตพยายามหาจุดขายของผลิตภัณฑ์ บางผลิตภัณฑ์มีการใช้สารที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสม เพราะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค เช่น สารไฮโดรควิโนน สารปรอท กรดวิตามินเอ ซึ่งห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง สารสเตียรอยด์ ห้ามใช้ในยาแผนโบราณ ส่วนใหญ่จะพบในยาลูกกลอน สารฟอกขาว สารกันเชื้อรา สารบอแรกซ์ ในอาหาร กลุ่มเกษตรกรที่ปลูกผัก ผลไม้ ใช้สารเคมีเพื่อให้ได้ผลผลิตตามที่ต้องการ รวมทั้ง ร้านค้าที่นำผลิตภัณฑ์สุขภาพมาขายในร้าน ยังมีการแอบนำผลิตภัณฑ์ ยาที่ห้ามจำหน่ายในร้านชำมาขายให้ประชาชนในชุมชนจำเป็นต้องให้ประชาชนได้รับความรู้และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้โดยผ่านอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ( อสม. ) เป็นแกนนำในการดำเนินกิจกรรม ปีงบประมาณ 2569 ชมรม อสม. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโคกชะงายและแกนนำสุขภาพ ได้ตรวจประเมินร้านชำในชุมชน พบว่า มีร้านขายของชำที่ไม่ผ่านเกณฑ์ร้านชำเนื่องจากมีสินค้าหมดอายุ จำนวน 2 ร้าน จาก 13 ร้าน และ เมื่อตรวจประเมินซ้ำ พบ สินค้าหมดอายุ จำนวน 2 ร้าน ดังนั้นหากประชาชนในชุมชน ไม่ได้รับการเฝ้าระวังความเสี่ยงต่อสุขภาพจากสาเหตุที่มาจากการรับประทานอาหาร การใช้ยาและเครื่องสำอาง อาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยเหล่านี้ส่งผลต่อสุขภาพและเศรษฐกิจของครอบครัวที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและเวลาในการรักษา ดังนั้นการเฝ้าระวัง ด้านอาหาร ยา และ เครื่องสำอางเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนในชุมชนเกิดการเจ็บป่วย อีกทั้งกระตุ้นให้ประชาชนปลูกผัก ผลไม้ กินเองที่บ้านเพื่อลดระดับสารเคมีตกค้างในเลือดป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ดังนั้นชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโคกชะงาย จึงได้จัดทำโครงการรู้เร็ว เตือนภัยไว สุขภาพปลอดภัยทั้งชุมชน เพื่อเฝ้าระวัง ตรวจร้านชำ ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการร้านชำและร้านอาหาร แผงลอย และประชาชนในการเลือกผลิตภัณฑ์สุขภาพเครื่องสำอาง อาหาร ยา ที่ปลอดภัย และจัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนในชุมชน
-
เพื่อลดตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน
ร้อยละของตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน (สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกร สารกันราหรือกรดซาลิซิลิค สารฟอกขาว สารบอแรกซ์ สารฟอร์มาลิน หรือสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ และยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช)
-
เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาภัยสุขภาพในพื้นที่
ทุกชุมชนประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาภัยสุขภาพ
-
เพื่อจัดตั้งและพัฒนาศูนย์แจ้งเตือนภัยสุขภาพในชุมชนให้เป็นกลไกในการเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพของประชาชน
ทุกชุมชนมีศูนย์แจ้งเตือนภัยสุขภาพเป็นกลไกในการเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพของประชาชน
-
เพื่อพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและภาคีเครือข่ายให้มีความรู้และทักษะในการเฝ้าระวัง คัดกรอง และแจ้งเตือนภัยสุขภาพ
อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและภาคีเครือข่ายให้มีความรู้และทักษะในการเฝ้าระวัง คัดกรอง และแจ้งเตือนภัยสุขภาพ ร้อยละ 85
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง1500
-
แกนนำในชุมชนที่ช่วยเฝ้าระวัง คัดกรอง และแจ้งเตือนภัยสุขภาพ65
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงานและภาคีเครือข่าย
- ประชุมคณะทำงานเพื่อวางแผนการดำเนินงาน (รพ.สต./อสม./ผู้นำชุมชน/สสอ/เทศบาล/ร.ร/วัด)
- กำหนดบทบาทหน้าที่ของผู้รับผิดชอบ
- วิเคราะห์สถานการณ์และปัญหาภัยสุขภาพในพื้นที่
- กำหนดระบบและช่องทางการแจ้งเหตุและแจ้งเตือนภัยสุขภาพ
งบประมาณที่ใช้
1. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 20 คนๆละ 30 บาท เป็นเงิน 600 บาท1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570มีประชุมคณะทำงานศูนย์แจ้งเตือนภัยสุขภาพในชุมชน
600 บาท -
พัฒนาศักยภาพแกนนำ ค้นหา เฝ้าระวัง และแจ้งภัยสุขภาพ
ดำเนินการอบรมให้ความรู้แก่ อสม. ผู้นำชุมชน และภาคีเครือข่าย (การเฝ้าระวังภัยสุขภาพในชุมชน /การค้นหา/การสังเกตเหตุการณ์ผิดปกติด้านสุขภาพ/การเฝ้าระวังอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัย และการสื่อสารความเสี่ยงและการแจ้งเตือนภัย)
งบประมาณที่ใช้ ดังนี้- ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 1 คนๆละ 6 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 คนๆละ 2 มื้อๆละ 30 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 60 คนๆละ1 มื้อๆละ 60 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
1 ธันวาคม 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2570แกนนำมีความรู้และทักษะในการเฝ้าระวัง คัดกรอง และแจ้งเตือนภัยสุขภาพ ร้อยละ 85
10800 บาท - ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 1 คนๆละ 6 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
-
จัดตั้งศูนย์แจ้งเตือนภัยสุขภาพในชุมชนและเฝ้าระวังภัยสุขภาพในชุมชน
- กำหนดสถานที่หรือจุดประสานงานของศูนย์
- แต่งตั้งคณะทำงานศูนย์แจ้งเตือนภัยสุขภาพ
- ดำเนินการเฝ้าระวัง ประเด็นสำคัญ ได้แก่ อาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัย /การปนเปื้อนสารเคมีในอาหาร/โรคติดต่อและเหตุการณ์ผิดปกติในชุมชนน หรือเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน 4.สื่อสารและแจ้งเตือนภัยสุขภาพแก่ประชาชน
- ทำทะเบียนผู้มาใช้บริการศูนย์แจ้งเตือนภัย และผลตรวจผลิตภัณฑ์สุขภาพ
- ทำสื่อออนไลน์ ช่องทางแจ้งข่าวสารภัยสุขภาพ
งบประมาณที่ใช้ ดังนี้
- ค่าชุดตรวจเครื่องสำอาง เป็นเงิน 1,500 บาท
- ค่าชุดทดสอบยาและอาหาร เป็นเงิน 4,000 บาท
- อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับตรวจ เป็นเงิน 1,000 บาท
- ป้ายประชาสัมพันธ์และสื่อเตือนภัย จำนวน 2,000 บาท
เป็นเงินทั้งหมด 8,500 บาท
1 มกราคม 2570 ถึง 31 สิงหาคม 2570- ประชาชนในชุมชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและจัดการปัญหาสุขภาพในชุมชนมากขึ้น
- ประชาชนมีความพึงพอใจต่อการจัดตั้งศูนย์แจ้งเตือนภัยในชุมชน ร้อยละ 80
8500 บาท -
ติดตาม ประเมินผล และสรุปผลการดำเนินงาน
- ติดตามการดำเนินงานของศูนย์แจ้งเตือนภัยสุขภาพ
- สรุปปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ
- จัดทำรายงานผลการดำเนินงานเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ไม่ใช้งบประมาณ
1 มิถุนายน 2570 ถึง 31 สิงหาคม 2570มีรายงานผลการดำเนินงาน 1 ฉบับ
0 บาท
สามารถถัวเฉลี่ยกันได้ทุกรายการ
