โครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมในสตรีกลุ่มเสี่ยงและผู้ด้อยโอกาสตำบลทุ่งตำเสา ปีงบประมาณ 2569
สปสช. เปิดข้อมูลการบริการ “ผู้ป่วยมะเร็ง” ในระบบบัตรทอง ปีงบประมาณ ๒๕๖๘ พบมีผู้ใช้สิทธิรักษากว่า ๖.๓๔ แสนคน ครอบคลุมทั้งบริการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน โดย“มะเร็งเต้านม” พบเป็นอันดับ ๑ ในผู้หญิง ขณะที่ “มะเร็งลำไส้ใหญ่” เป็นมะเร็งที่พบมากสุดในผู้ชาย อีกทั้งข้อมูลการให้บริการผู้ป่วยโรคมะเร็งในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง ๓๐ บาท) ปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา บ่งชี้ว่ามะเร็งยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ โดยมีผู้ป่วยมะเร็งที่เข้ารับบริการในระบบบัตรทอง รวมทั้งสิ้น ๖๓๓,๘๖๖ คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยรายใหม่ ๒๔๗,๖๐๘ คน หรือร้อยละ ๓๙.๑ และผู้ป่วยรายเก่า ๓๘๖,๒๕๘ คน หรือร้อยละ ๖๐.๙ ครอบคลุมการดูแลทั้งบริการรักษาผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน จำเป็นของการจัดสิทธิประโยชน์บริการที่ครอบคลุมและต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมในทุกระยะของโรค
ทั้งนี้ข้อมูลสถานการณ์โรคมะเร็งของไทย จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข (Health Data Center) ปี ๒๕๖๕ พบว่าหญิงไทยพบเป็นมะเร็งเต้านมมากที่สุด จำนวน ๓๘,๕๕๙ ราย รองลงมา คือ มะเร็งปากมดลูก จำนวน ๑๒,๙๕๖ ราย สำหรับโรคมะเร็งเต้านมส่วนมาก พบในหญิงอายุ ๖๐ ปี ขึ้นไป มากที่สุดจำนวน ๑๙,๗๗๖ ราย รองลงมา อายุ ๕๐-๕๙ ปี
จำนวน ๑๒,๑๘๑ ราย และ อายุ ๔๐-๔๙ ปี จำนวน ๕,๑๗๗ ราย แสดงให้เห็นว่าโรคมะเร็งเต้านมเป็นภัยเงียบใกล้ตัว เนื่องจากในระยะแรกของการเป็นมะเร็งเต้านมจะไม่แสดงอาการ ไม่เจ็บ ไม่ปวด จะปรากฏอาการผิดปกติให้เห็นเมื่ออยู่ในระยะที่ก้อนมะเร็งมีการอักเสบ และลุกลามไปทั่ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงมาก กลุ่มเสี่ยงมะเร็งเต้านมพบในหญิงที่มีอายุมากขึ้น โดยเฉพาะอายุมากกว่า ๔๐ ปีขึ้นไป มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ หรือมีประวัติเคยเป็นมะเร็งเต้านมมาก่อน หรือเคยมีก้อนบริเวณเต้านมที่ผลการตรวจพบว่าผิดปกติ หรือมีประจำเดือนครั้งแรกก่อนอายุ ๑๒ ปี หมดประจำเดือนหลังอายุ ๕๕ ปี หรือเคยรับการฉายรังสีบริเวณทรวงอกก่อนอายุ ๓๐ ปี และผู้หญิงที่สูบบุหรี่จัด ดื่มเหล้า ไม่ออกกำลังกาย โดยพบว่าผู้ที่มีอายุ ๑๕-๔๙ ปี ที่น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ๑๐ กิโลกรัม จะมีโอกาสเกิดมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๘ ในขณะที่ผู้ชายก็มีสิทธิ์เป็นมะเร็งเต้านมได้ ๑ ใน ๑๐๐ ของผู้ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม กรมอนามัยจึงแนะนำให้หญิงไทย ที่มีอายุตั้งแต่ ๒๐ ปีขึ้นไป ควรเริ่มฝึกทักษะการตรวจเต้านมด้วยตนเอง เป็นประจำทุกเดือน ซึ่งจะทำให้รู้ถึงสภาพที่เป็นปกติของเต้านม หากเกิดความผิดปกติของเต้านมจะสามารถพบได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งเมื่อคลำพบก้อนที่โตขนาด ๒-๕ เซนติเมตร อัตราการรอดชีวิตมีถึง ร้อยละ ๗๕-๙๐ แต่หากคลำพบก้อนขนาด ๕ เซนติเมตรขึ้นไป อัตราการรอดมีเพียงร้อยละ ๑๕-๓๐ เท่านั้น (อ้างอิง https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/140366/) การป้องกันมะเร็งเต้านม คือ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น ลดอาหารไขมัน และการป้องกันที่ดีที่สุด คือการตรวจพบให้เร็วที่สุด ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ซึ่งทำได้ ๒ วิธี คือ ๑) การตรวจเต้านมด้วยตนเอง ซึ่งสามารถคลำพบก้อนที่โตประมาณ ๑ ซม. ขึ้นไปได้ หากตรวจพบในระยะ ๒-๕ ซม.อัตราการรอดชีวิตมีถึงร้อยละ ๙๐-๗๕ หากคลำพบก้อนขนาด ๕ ซม. ขึ้นไปอัตราการรอดชีวิตมีถึงร้อยละ ๑๕-๓๐ เท่านั้น ๒) การตรวจเต้านมด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) จะสามารถพบก้อนได้ตั้งแต่ขนาด ๒-๓ มม. ขึ้นไป หากพบในระยะนี้การรักษาจะหายเกือบ ๑๐๐ % เพราะมะเร็งมีขนาดเล็กมากยังไม่แพร่ไปที่อื่น ประกอบกับมูลนิธิกาญจนบารมี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรับเป็นองค์ประธานในการระดมทุนเพื่อจัดสร้างศูนย์บำบัดรักษาโรคมะเร็ง ภายใต้ชื่อ “โครงการกาญจนบารมีเฉลิมฉลองพระราชพิธีกาญจนาภิเษก ปีพุทธศักราช ๒๕๓๙” (อ้างอิง : https://www.kanjanabaramee.org/aboutus/) มีแผนขบวนรถหน่วยแพทย์เคลื่อนที่คัดกรองมะเร็งเต้านมมาให้บริการกับประชาชนในภาคใต้
ข้อมูลงานทะเบียนราษฎร์เทศบาลเมืองทุ่งตำเสา ณ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ตำบลทุ่งตำเสามีประชากรกลุ่มเสี่ยงสตรี อายุตั้งแต่ ๒๐ ปีขึ้นไป จำนวน ๗,๒๗๘ ราย โดยผลการดำเนินงานคัดกรองมะเร็งเต้านมเมื่อ ปี ๒๕๖๖ ซึ่งมีสตรีกลุ่มเสี่ยงและผู้ด้วยโอกาสที่มารับบริการทั้งสิ้น จำนวน ๕๐๘ ราย พบคลำพบก้อน จำนวน ๑๖๒ ราย คิดเป็นร้อยละ ๓๑.๘๘ ของผู้มารับบริการ สตรีที่มีความเสี่ยงหรือคลำพบก้อน ได้รับการตรวจวินิจฉัยโดย Mammogram/Ultrasound จำนวน ๑๖๒ ราย คิดเป็นร้อยละ ๓๑.๘๘ ของผู้มารับบริการ และสตรีที่ยืนยันพบความผิดปกติและได้รับการส่งต่อเพื่อรักษาในโรงพยาบาล จำนวน ๓๔ ราย คิดเป็นร้อยละ ๖.๖๙ ของผู้มารับบริการ เพื่อส่งเสริมและติดตามสตรีและกลุ่มเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านมในพื้นที่ให้รับการคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมือง ทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จึงได้กำหนดจัดทำ “โครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาสตำบลทุ่งตำเสา ปีงบประมาณ ๒๕๖๙”ขึ้น
-
เพื่อส่งเสริมให้สตรีกลุ่มเสี่ยงมีความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมและทักษะการตรวจคัดกรองเต้านมด้วยตนเอง
1.สตรีที่เข้าร่วมกิจกรรมมีความรู้เรื่องโรคมะเร็งเต้านมผ่านเกณฑ์ประเมิน ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐
2.ร้อยละ ๑๐๐ ของสตรีที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับการสอนและสาธิตการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง -
เพื่อส่งเสริมให้สตรีกลุ่มเสี่ยงได้รับการประเมินปัจจัยเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านมและได้รับตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์
1.ร้อยละ ๑๐๐ ของสตรีที่ประเมินพบปัจจัยเสี่ยงได้รับการตรวจคัดกรองยืนยันโดยการทำเอกซเรย์เต้านม 2. ร้อยละ ๑๐๐ ของสตรีที่พบความผิดปกติได้รับการส่งต่อเพื่อการรักษา
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง600
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมวางแผนจัดกิจกรรมร่วมกับภาคีเครือข่ายในตำบล
- ค่าอาหารว่างและเครื่อง (๒๕บาท๒๐คน๒ครั้ง) ๑,๐๐๐.-
1 กันยายน 2569 ถึง 30 กันยายน 25691000 บาท -
“มหกรรมคัดกรองมะเร็งเต้านมในสตรีกลุ่มเสี่ยง”
- ค่าป้ายเวที ขนาด ๗.๐*๒.๐ เมตร จำนวน ๑ ผืน (๑๕๐บาท/ตร.ม.) เป็นเงิน ๒,๑๐๐.-
- ค่าจ้างเหมาตกแต่งเวทีและสถานที่จัดกิจกรรม เป็นเงิน ๗,๐๐๐.-
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มของคณะทำงาน (๒๕บาท๖๐คน๒มื้อ*๓วัน)เป็นเงิน ๙,๐๐๐.-
- ค่าอาหารกลางวันของคณะทำงาน (๗๐บาท๖๐คน๓วัน) เป็นเงิน ๑๒,๖๐๐.-
- ค่าน้ำดื่มบริการผู้เข้าร่วม เป็นเงิน ๓,๐๐๐.-
- ค่าวัสดุอุปกรณ์ ได้แก่ กระดาษ ปากกา ฯลฯ เป็นเงิน ๕๐๐.-
- ค่าจ้างเหมาสำเนาแบบคัดกรองมะเร็งเต้านม และแบบพิมพ์ต่างๆ เป็นเงิน ๑,๐๐๐.-
- ค่าเช่า/จัดทำ Backdrop จำนวน ๑ ชุด เป็นเงิน ๒,๗๕๐.-
9 กันยายน 2569 ถึง 11 กันยายน 256937950 บาท -
กิจกรรมเยี่ยมบ้าน
- ค่าน้ำดื่มในการลงพื้นที่ เป็นเงิน ๒๕๐.-
- ค่าป้ายพร้อมด้ามรณรงค์สร้างกระแส ขนาด ๖๐*๘๐ ซม.จำนวน ๓ ป้าย เป็นเงิน ๖๐๐.-
1 กันยายน 2569 ถึง 31 ตุลาคม 2569850 บาท -
สรุปและรายงานผล
ค่าจ้างเหมารูปเล่มรายงานผล เป็นเงิน 200.-
1 ตุลาคม 2569 ถึง 31 ตุลาคม 2569200 บาท
๑. สตรีกลุ่มเสี่ยงมีความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมและทักษะการตรวจคัดกรองเต้านมด้วยตนเอง ๒. สตรีกลุ่มเสี่ยงได้รับการประเมินปัจจัยเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านมและได้รับตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์
