โครงการป้องกันและแก้ปัญหาผลกระทบต่อสุขภาพจากหมอกควันไฟ ประจำปี 2569
ปัญหาหมอกควันข้ามแดนในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยเป็นวิกฤตทางสุขาภิบาลและสาธารณสุขที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ระหว่างเดือนสิงหาคม – กันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีการจุดเผาป่าและพื้นที่ทางการเกษตรบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย กระแสลมจะพัดพาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ และสารเคมีจากการเผาไหม้เข้ามาสะสมในพื้นที่จังหวัดยะลา ส่งผลให้ค่าคุณภาพอากาศลดลงจนอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรวดเร็ว ตามประกาศแจ้งเตือนเฝ้าระวังและป้องกันภัยสุขภาพจากหมอกควันไฟของจังหวัดยะลา ช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน 2569 มลพิษจากหมอกควันไฟส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและระบบหลอดเลือดอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกับกลุ่มเปราะบางวิกฤต เช่น ผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ตำบลบุดี อำเภอเมืองยะลา จำนวน 6 ราย และผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง จำนวน 54 ราย ซึ่งมีความเสี่ยงและข้อจำกัดเฉพาะด้านมากกว่าประชาชนทั่วไป ดังนี้: ข้อจำกัดด้านการเคลื่อนย้ายและทางกายภาพ : ผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตนเองในการหลีกเลี่ยงพื้นที่มลพิษ หรือเดินทางไปยังพื้นที่ปลอดภัย/ห้องลดฝุ่น (Safe Zone) ของชุมชนได้ ห้องนอนจึงเป็นพื้นที่เดียวที่ผู้ป่วยต้องอาศัยอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง สภาพแวดล้อมของที่พักอาศัย : บ้านเรือนในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นระบบเปิด การถ่ายเทอากาศเป็นไปตามธรรมชาติ ทำให้ฝุ่น PM2.5 และอนุภาคควันไฟพัดผ่านเข้ามาสะสมภายในห้องพักได้ง่ายและต่อเนื่อง ความเปราะบางทางสุขภาพ : ผู้ป่วยติดเตียงส่วนใหญ่มักมีโรคเรื้อรังร่วม เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือผู้ป่วยที่เจาะคอ/ใช้เครื่องช่วยหายใจ การสูดดมฝุ่นควันเข้าสู่ร่างกายจะกระตุ้นให้เกิดภาวะติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจฉุกเฉิน (Acute Respiratory Infection) เกิดภาวะปอดอักเสบ หอบหืดกำเริบ หรือระบบหายใจล้มเหลว ซึ่งมีอันตรายถึงแก่ชีวิต การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับผู้ป่วยติดเตียง คือการปรับปรุงคุณภาพอากาศในพื้นที่ปิด (Indoor Air Quality) บริเวณเตียงนอนของผู้ป่วยโดยตรง การจัดซื้อและส่งมอบเครื่องฟอกอากาศที่ใช้ระบบกรองประสิทธิภาพสูงระดับ HEPA Filter (สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน และดักจับฝุ่น PM2.5 รวมถึงควันไฟได้มากกว่า 99.97%) จะช่วยลดปริมาณมลพิษในอากาศภายในห้องนอนลงให้อยู่ในระดับมาตรฐานปลอดภัยได้อย่างทันท่วงที จากความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วนดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการป้องกันและแก้ปัญหาผลกระทบต่อสุขภาพจากหมอกควันไฟในพื้นที่ตำบลบุดีขึ้น เพื่อสนับสนุนเครื่องฟอกอากาศให้แก่ผู้ป่วยติดเตียง จำนวน 6 เครื่อง พร้อมสร้างความรู้แก่ผู้ดูแลในการจัดการสุขาภิบาลที่พักอาศัย เพื่อคุ้มครองสุขภาพและป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากวิกฤตหมอกควันไฟอย่างยั่งยื
-
เพื่อแก้ปัญหาทางสาธารณสุขเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะหมอกควันไฟใหม้ป่า100
การสามารถลดปัญหาทางสาธารณสุขเบื้องต้นและบรรเทาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะหมอกควันไฟใหม้ป่า(ร้อยละ)
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดซื้อเครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง และหน้ากากอนามัย
- เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรองระดับ HEPA (กรอง PM2.5 และควันไฟ) จำนวน 6 เครื่อง x 2,500.- บาท
- หน้ากากอนามัย จำนวน 6 ลัง x 1,200.- บาท
2 กันยายน 2569 ถึง 30 กันยายน 256922200 บาท -
รณรงค์ให้ความรู้การคุ้มครองสุขภาพและป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากวิกฤตหมอกควันไฟ
สื่อประชาสัมพันธ์ จำนวน 60 ชิ้น x 100.- บาท
ถึง6000 บาท
- สำรวจ คัดกรอง และจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ป่วยติดเตียงที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในพื้นที่
- จัดซื้อเครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรองระดับ HEPA (กรอง PM2.5 และควันไฟ) จำนวน 6 เครื่อง และหน้ากากอนามัย จำนวน 120 กล่อง
- ลงพื้นที่ส่งมอบเครื่องฟอกอากาศ พร้อมติดตั้งและสาธิตวิธีการใช้งานแก่ผู้ดูแลผู้ป่วย
- แจกเอกสารแผ่นพับและแนะนำการปฏิบัติตนในการดูแลสุขภาพช่วงสภาวะหมอกควัน
- ติดตามประเมินผลการใช้งานและสภาวะสุขภาพของผู้ป่วยเบื้องต้นหลังได้รับการช่วยเหลือ
- ผู้ป่วยติดเตียงจำนวน 6 ราย ได้รับอากาศที่สะอาด ปลอดจากควันไฟและฝุ่น PM2.5 ภายในพื้นที่พักอาศัย
- ผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง จำนวน 60 ราย ได้รับหน้ากากอนามัย เพื่อใช้ป้องกันควันไฟและฝุ่น PM2.5
- ลดอัตราการเจ็บป่วยฉุกเฉินและภาวะแทรกซ้อนทางระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วยติดเตียง
- ผู้ดูแลมีความเข้าใจและสามารถใช้อุปกรณ์ในการป้องกันภัยสุขภาพจากหมอกควันได้อย่างถูกต้อง
