ผู้สูงอายุสุขภาพดี ป้องกันภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยและลดความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม ตำบลปากน้ำ ปีงบประมาณ 2570
-
ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปมีจำนวนเพิ่มขึ้น1335
-
ผู้สูงอายุที่ภาวะพึ่งพิงเพิ่มขึ้น45
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 13 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด การเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุส่งผลให้ระบบสุขภาพจำเป็นต้องปรับแนวทางจากการดูแลเมื่อเกิดโรค ไปสู่การส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันภาวะพึ่งพิง และรักษาความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุให้นานที่สุด
หนึ่งในปัญหาสำคัญของผู้สูงอายุคือ “ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย” ซึ่งเกิดจากการลดลงของมวลกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และสมรรถภาพทางกายตามอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีกิจกรรมทางกายน้อย รับประทานอาหารไม่เพียงพอหรือได้รับโปรตีนไม่เหมาะสม ภาวะดังกล่าวอาจทำให้ลุกนั่ง เดิน หรือทรงตัวได้ไม่ดี เพิ่มความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม การบาดเจ็บ กระดูกหัก การเข้ารักษาในโรงพยาบาล ตลอดจนการสูญเสียความสามารถในการช่วยเหลือตนเอง
ข้อมูลระดับประเทศที่กรมควบคุมโรคเผยแพร่ในปี 2569 ระบุว่า ผู้สูงอายุไทยประมาณ 1 ใน 3 มีการหกล้มในแต่ละปี คิดเป็นมากกว่า 4 ล้านคนต่อปี และมากกว่าครึ่งหนึ่งเกิดขึ้นบริเวณบ้านหรือภายในบ้าน สะท้อนให้เห็นว่าการพลัดตกหกล้มเป็นปัญหาใกล้ตัวที่สามารถเกิดขึ้นได้แม้ในกลุ่มผู้สูงอายุที่ยังมีสุขภาพดีและดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ (ข้อมูลเผยแพร่ของกรมควบคุมโรคผ่านศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ) นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคยังติดตามอัตราผู้ป่วยในจากสาเหตุพลัดตกหกล้มในประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเป็นตัวชี้วัดระดับประเทศ (ระบบข้อมูลพลัดตกหกล้ม กรมควบคุมโรค )
ตำบลปากน้ำมีผู้สูงอายุที่ยังสามารถช่วยเหลือตนเองและเข้าร่วมกิจกรรมในชุมชนได้ กลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการดำเนินงานเชิงป้องกันก่อนเกิดภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยหรือการหกล้ม อย่างไรก็ตาม หากผู้สูงอายุขาดความรู้ ไม่ได้รับการประเมินสมรรถภาพทางกาย และไม่มีรูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและความสามารถในการทรงตัวลดลงโดยไม่รู้ตัว
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปากน้ำจึงจัดทำโครงการนี้ขึ้น โดยมุ่งเน้นการคัดกรองความเสี่ยง การฝึกออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและการทรงตัว การส่งเสริมโภชนาการที่เหมาะสม ตลอดจนการปรับสิ่งแวดล้อมภายในบ้าน กิจกรรมจะดำเนินการต่อเนื่องและประเมินสมรรถภาพก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่วัดได้ ผู้สูงอายุสามารถนำทักษะไปปฏิบัติด้วยตนเอง ลดโอกาสเกิดการหกล้ม และดำรงชีวิตอย่างแข็งแรง เป็นอิสระ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในชุมชน
-
เพื่อคัดกรองความเสี่ยงต่อภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยและการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุสุขภาพดีในตำบลปากน้ำ
ร้อยละ 80 ขอผู้สูงอายุในตำบลปากน้ำได้รับการค้นหาความเสี่ยงตั้งแต่ยังมีสุขภาพดี
-
เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา การทรงตัว และความสามารถในการเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุ
ร้อยละ 80 ของผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการ มีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา การทรงตัว และการเคลื่อนไหวดีขึ้น ภาวะพึ่งพิงลดลง
-
เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
ร้อยละ 80 ของสูงอายุที่เข้าร่วมโครงการ ออกกำลังกายและเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
-
เพื่อสร้างแกนนำผู้สูงอายุและระบบติดตามกิจกรรมทางกายในชุมชนอย่างต่อเนื่อง
ุชุมชนมีแกนนำและกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่ดำเนินงานต่อได้หลังสิ้นสุดโครงการ
-
สูงอายุที่มีสุขภาพดีและสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ จำนวน 60 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
คัดกรองและจัดทำข้อมูลพื้นฐานรายบุคคล
ลงทะเบียนและประเมินสุขภาพเบื้องต้น * ประเมินความเสี่ยงภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยด้วยแบบคัดกรองที่หน่วยบริการกำหนด เช่น SARC-F
* วัดรอบน่อง น้ำหนัก ส่วนสูง และภาวะโภชนาการ * ทดสอบลุก–นั่งจากเก้าอี้ 5 ครั้ง * ประเมินการเดินและการทรงตัวด้วย Timed Up and Go Test หรือแบบประเมินที่เหมาะสม * สอบถามประวัติการหกล้มในช่วง 6–12 เดือนที่ผ่านมา * จัดทำ “สมุดสุขภาพกล้ามเนื้อรายบุคคล” และแบ่งระดับความเสี่ยงรายละเอียดงบประมาณ - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 35502 = 3,500 บาท - ค่าจัดทำสมุดสุขภาพกล้ามเนื้อรายบุคคล เล่มละ 50 * 50 = 2,500 บาท
1 มกราคม 2570 ถึง 31 มีนาคม 2570ผู้สูงอายุทุกคนทราบระดับความเสี่ยงและมีข้อมูลสมรรถภาพก่อนเริ่มโครงการ ผู้ที่พบความผิดปกติได้รับคำแนะนำหรือส่งต่อประเมินเพิ่มเติม
6000 บาท -
อบรมเชิงปฏิบัติการ “รู้ทันกล้ามเนื้อน้อย ป้องกันการหกล้ม”
ให้ความรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อในวัยสูงอายุ และโภชนาการ กินครบ โปรตีนพอ กล้ามเนื้อแข็งแรง ตารางการอบรม
08.30 - 09.00 น. ลงทะเบียน 09.00 - 12.00น. ให้ความรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อในวัยสูงอายุ วิทยากรโดย นพ. ระพี เลาประสบวัฒนา แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวประจำโรงพยาบาลละงู * ฝึกสังเกตสัญญาณเตือน เช่น ลุกจากเก้าอี้ยาก เดินช้า อ่อนแรง หรือทรงตัวไม่ดี * สาธิตการลุก นั่ง เดิน และเปลี่ยนท่าอย่างปลอดภัย * ฝึกการปฏิบัติตนเมื่อเสียการทรงตัวหรือเกิดการหกล้ม 12.00 - 13.00 น. พักรับประทานอาหาร 13.00 - 15.00 น. ให้ความรู้เรื่องอาหารครบ 5 หมู่และแหล่งโปรตีนที่เหมาะสม กินครบ โปรตีนพอ กล้ามเนื้อแข็งแรง”
ประเมินพฤติกรรมการรับประทานอาหาร วิทยากรโดย คุณ รีนา โปดำ นักโภชนาการ โรงพยาบาลละงู * ให้ความรู้เรื่องอาหารครบ 5 หมู่และแหล่งโปรตีนที่เหมาะสม * ฝึกจัดเมนูอาหารจากวัตถุดิบในท้องถิ่น * เฝ้าระวังน้ำหนักลด เบื่ออาหาร หรือภาวะขาดสารอาหาร * ให้คำแนะนำเฉพาะราย โดยคำนึงถึงโรคประจำตัวและข้อจำกัดทางสุขภาพรายละเอียดงบประมาณ - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 35502 = 3,500 บาท - ค่าอาหารกลางวัน 100*50 = 5,000 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 5 ชั่วโมงๆ 600 บาท = 3,000 บาท1 กุมภาพันธ์ 2570 ถึง 31 มีนาคม 2570ผู้สูงอายุสามารถอธิบายปัจจัยเสี่ยงและสาธิตวิธีป้องกันการหกล้มได้อย่างถูกต้อง
11500 บาท -
โปรแกรมออกกำลังกาย “ขาแข็งแรง ทรงตัวดี”
ระยะเวลา 12 สัปดาห์
ดำเนินกิจกรรมกลุ่มสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 30–45 นาที ประกอบด้วย
- การอบอุ่นร่างกายและยืดเหยียด
- การฝึกลุก–นั่งจากเก้าอี้
- การยกเข่า เหยียดเข่า และยืนเขย่งปลายเท้า
- การฝึกเดินต่อเท้าและเปลี่ยนทิศทาง
- การฝึกยืนทรงตัวโดยมีอุปกรณ์หรือผู้ดูแล
- การฝึกแรงต้านด้วยยางยืดหรือขวดน้ำ
- การผ่อนคลายหลังออกกำลังกาย
มอบตารางฝึกที่บ้าน พร้อมบันทึกกิจกรรมรายสัปดาห์ และติดตามโดยเจ้าหน้าที่หรือ อสม.
รายละเอียดงบประมาณ - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 3550 = 1,750 บาท * 12 ครั้ง = 21,000 บาท
1 กุมภาพันธ์ 2570 ถึง 30 มิถุนายน 2570ผู้สูงอายุมีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและสมรรถภาพการเคลื่อนไหวดีขึ้นหรือไม่ลดลงจากก่อนเข้าร่วมโครงการ
21000 บาท -
ประเมินผลและสร้างความต่อเนื่อง
ประเมินสมรรถภาพซ้ำหลังครบ 12 สัปดาห์
* เปรียบเทียบผลการลุก–นั่ง การเดิน การทรงตัว และพฤติกรรมสุขภาพก่อน–หลัง * คัดเลือกแกนนำ “ผู้สูงอายุต้นแบบกล้ามเนื้อแข็งแรง” * ส่งต่อผู้ที่ยังมีความเสี่ยงให้ได้รับการดูแลตามระบบบริการสุขภาพ รายละเอียดงบประมาณ - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 3550 = 1,750 บาท1 กรกฎาคม 2570 ถึง 30 กันยายน 2570ู้สูงอายุมีผลทดสอบลุก–นั่งหรือการเดินและการทรงตัวดีขึ้นจากก่อนโครงการอย่างน้อย 1 รายการ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
1750 บาท
- ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการได้รับการค้นหาความเสี่ยงตั้งแต่ยังมีสุขภาพดี
- ผู้สูงอายุมีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา การทรงตัว และการเคลื่อนไหวดีขึ้น
- ผู้สูงอายุออกกำลังกายและเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
- ความเสี่ยงต่อภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย การหกล้ม และภาวะพึ่งพิงลดลง
- ชุมชนมีแกนนำและกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่ดำเนินงานต่อได้หลังสิ้นสุดโครงการ
