โครงการพัฒนาแกนนำด้านสุขภาพจิตที่ดีในชุมชน(ระดับตำบล)
-
นางพรรณทิพา ดำแก้ว
-
นางสาวสุพัฒ สุกทอง
-
นางกรกนก อ่อนเกลี้ยง
-
นายประยุทธศักดิ์ อินทองแก้ว
-
นางกมลรัตน์ ดับพันธ์
-
ร้อยละของผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีความเครียดระดับปานกลางถึงมาก2
-
ร้อยละของผู้ใหญ่ อายุ 26-60 ปี ที่มีความเครียดระดับปานกลางถึงมาก2
-
จำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายงานสุขภาพจิตที่เข้าร่วมสร้างเครือข่ายพลเมืองสุขภาพจิตดี2
สุขภาพจิตเป็นองค์ประกอบสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี เนื่องจากปัญหาความเครียด ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และปัญหาด้านอารมณ์สามารถเกิดขึ้นได้กับประชาชนทุกช่วงวัย และอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต ความสัมพันธ์ในครอบครัว การทำงาน ตลอดจนความเข้มแข็งของชุมชน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ดูแลผู้สูงอายุ ผู้มีภาวะพึ่งพิง ผู้ที่มีปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงประชาชนที่เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงหรือความกดดันในชีวิต หากไม่ได้รับการดูแลหรือช่วยเหลืออย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น อาจทำให้ปัญหาสุขภาพจิตรุนแรงขึ้นและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของบุคคลและครอบครัว
การดูแลสุขภาพจิตจึงไม่ควรจำกัดอยู่เฉพาะการรักษาในสถานบริการสุขภาพ แต่ควรส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพจิตและเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิตตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน และตำบล โดยมี แกนนำด้านสุขภาพจิตในชุมชน เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงประชาชน ครอบครัว ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุข และหน่วยงานด้านสุขภาพ ให้สามารถร่วมกันค้นหา เฝ้าระวัง ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น และส่งต่อผู้ที่มีความเสี่ยงหรือมีปัญหาสุขภาพจิตเข้าสู่ระบบบริการได้อย่างเหมาะสม
ดังนั้น จึงจัดทำ โครงการพัฒนาแกนนำด้านสุขภาพจิตที่ดีในชุมชน (ระดับตำบล) เพื่อพัฒนาศักยภาพแกนนำให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการดูแลสุขภาพจิต สามารถทำหน้าที่เป็นผู้เฝ้าระวังและให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันระหว่างชุมชน ท้องถิ่น หน่วยบริการสุขภาพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันจะนำไปสู่การมีระบบดูแลสุขภาพจิตของประชาชนในระดับตำบลที่เข้าถึงง่าย ต่อเนื่อง และมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพจิตของตนเองและคนรอบข้างได้อย่างเหมาะสม และร่วมกันสร้างชุมชนที่มีสุขภาวะทางกายและใจที่ดีอย่างยั่งยืน
-
เพื่อลดผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีความเครียดระดับปานกลางถึงมาก2
ร้อยละของผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีความเครียดระดับปานกลางถึงมาก
-
เพื่อลดผู้ใหญ่ อายุ 26-60 ปี ที่มีความเครียดระดับปานกลางถึงมาก2
ร้อยละของผู้ใหญ่ อายุ 26-60 ปี ที่มีความเครียดระดับปานกลางถึงมาก
-
เพื่อเพิ่มจำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายงานสุขภาพจิตที่เข้าร่วมสร้างเครือข่ายพลเมืองสุขภาพจิตดี2
จำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายงานสุขภาพจิตที่เข้าร่วมสร้างเครือข่ายพลเมืองสุขภาพจิตดี
-
เพื่อเพิ่มหน่วยงาน สถานประกอบการ ที่มีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพจิต
ร้อยละของหน่วยงาน สถานประกอบการ ที่มีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพจิต
-
กลุ่มวัยทำงาน30
-
กลุ่มผู้สูงอายุ30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดอบรมให้ความรู้เรื่องสุขภาพจิตที่ดีให้กับแกนนำทุกหมู่บ้าน
จัดอบรมให้ความรู้เรื่อง “สุขภาพจิตที่ดี สร้างสุขให้ชุมชน” แก่แกนนำชุมชนจากทุกหมู่บ้านในตำบล เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานด้านสุขภาพจิต สามารถสังเกตและประเมินสัญญาณเตือนของความเครียด ภาวะซึมเศร้า และปัญหาสุขภาพจิตเบื้องต้น รวมทั้งเรียนรู้แนวทางการดูแลสุขภาพจิตตนเอง การรับฟังอย่างเข้าใจ การให้กำลังใจ และการช่วยเหลือผู้ที่มีความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
12 พฤษภาคม 2570 ถึง 12 พฤษภาคม 2570แกนนำมีความรู้และความเข้าใจด้านสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น สามารถสังเกตและค้นหากลุ่มเสี่ยงด้านสุขภาพจิตได้เบื้องต้น มีทักษะการรับฟัง การสื่อสาร และการให้กำลังใจอย่างเหมาะสม แกนนำสามารถเป็นผู้ประสานและช่วยเหลือผู้ที่มีความเสี่ยงเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพได้ เกิดเครือข่ายแกนนำสุขภาพจิตในระดับตำบลที่สามารถร่วมกันเฝ้าระวังและดูแลประชาชน ชุมชนมีความตระหนักเรื่องสุขภาพจิตมากขึ้น และมีแนวทางในการสร้าง “ชุมชนที่รับฟัง เข้าใจ และดูแลกัน” อย่างต่อเนื่อง
13000 บาท -
ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย
ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ให้กับแกนนำและชาวบ้านในพื้นที่ ได้เคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำ โดยการออกกำลังด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับแกนนำและกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัย
1 พฤษภาคม 2570 ถึง 20 กันยายน 2570ด้านร่างกาย กลุ่มเป้าหมายมีการเคลื่อนไหวร่างกายเพิ่มขึ้น ลดพฤติกรรมการนั่งหรืออยู่กับที่เป็นเวลานาน ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง คล่องตัว และลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ด้านสุขภาพจิต การออกกำลังกายช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียดและความวิตกกังวล ทำให้อารมณ์ดีขึ้น และมีความมั่นใจในการดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้น ด้านพฤติกรรมสุขภาพ ผู้เข้าร่วมเกิดความตระหนักถึงความสำคัญของการมีกิจกรรมทางกาย และสามารถนำการเคลื่อนไหวร่างกายไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม ด้านสังคมและชุมชน การออกกำลังกายร่วมกันทำให้เกิดการพบปะ พูดคุย และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสมาชิกในชุมชน เกิดการชักชวนและดูแลกันในการมีกิจกรรมทางกายอย่างต่อเนื่อง
7000 บาท
ประชาสัมพันธ์เชิญชวนแกนนำที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านช่องทาง Online ต่างๆ
1.แกนนำมีความรู้และทักษะด้านสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น สามารถเข้าใจปัญหาสุขภาพจิต สัญญาณเตือน และแนวทางการดูแลเบื้องต้นได้อย่างเหมาะสม
2.แกนนำสามารถค้นหาและเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงได้ โดยสามารถสังเกตพฤติกรรม อารมณ์ และสัญญาณเตือนของบุคคลที่อาจมีปัญหาด้านสุขภาพจิต
3.แกนนำสามารถให้การช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตเบื้องต้นและประสานการส่งต่อได้
4.เกิดเครือข่ายการดูแลสุขภาพจิตในชุมชน
5.
