โครงการอาหารปลอดภัยใส่ใจผู้บริโภค ปีงบประมาณ 2570
-
นายสมศักดิ์ ปุรินทราภิบาล
-
นางสุกัญญา ขำยา
-
นางจุไร นาคมิตร
-
นางหทัยพร ดำฝ้าย
-
นางทัตพิชา หวานสี
-
ร้อยละของตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน (สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกร สารกันราหรือกรดซาลิซิลิค สารฟอกขาว สารบอแรกซ์ สารฟอร์มาลิน หรือสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ และยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช)19.23
ตัวอย่างอาหารที่ตรวจสารปนเปื้อนจำนวน 52 ชนิด
ตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อน 10 ชนิด
อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต การบริโภคอาหารที่ไม่สะอาดเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคภัยไข้เจ็บป่วย โดยมีเชื้อโรคและสารปนเปื้อนหลายชนิดที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หลักสำคัญในการเลือกรับประทานอาหารนอกเหนือจากรสชาติอาหารแล้วสิ่งที่ต้องคำนึงถึงและพิจารณาควบคู่กันไปด้วย คือ คุณค่าตามหลักโภชนาการคุณภาพ ความสะอาดและปราศจากสารปนเปื้อน การบริโภคอาหารเพื่อให้ได้อาหารที่สะอาดปลอดภัยมีคุณภาพ มีคุณค่าตามหลักโภชนาการและปราศจากสารปนเปื้อนนั้น จำเป็นต้องมีระบบการดูแลควบคุมตรวจสอบคุณภาพความปลอดภัยของอาหารทุกกระบวนการ ฉะนั้นเพื่อให้ประชาชนสามารถจัดหาอาหารที่สะอาดปลอดภัยมาบริโภคได้ ในปี 2567 ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน รพ.สต.บ้านต้นไทร ได้ตรวจสารปนเปื้อนในอาหารสดจำนวน 52 ตัวอย่าง พบสารปนเปื้อนจำนวน 10 ตัวอย่าง จึงจำเป็นต้องมีระบบการดูแลควบคุมตรวจสอบคุณภาพความปลอดภัยของอาหาร และดำเนินประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปรับทราบข้อมูลและเข้าถึงการบริโภคอาหารที่สะอาดและปลอดภัยได้ ทางชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นไทร ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการอาหารปลอดภัยใส่ใจผู้บริโภค ปีงบประมาณ 2570 ขึ้น เพื่อจัดซื้อชุดตรวจสารปนเปื้อนในอาหาร ได้แก่ ชุดตรวจสารเร่งเนื้อแดง สารกันราหรือกรดซาลิซิลิค สารฟอกขาว สารบอแรกซ์ สารฟอร์มาลิน และยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ใช้ในการตรวจอาหารสด เฝ้าระวังและประกันคุณภาพของอาหาร เพื่อแนะนำให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคให้ตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกซื้ออาหารที่เหมาะสมอันจะส่งผลให้ประชาชนได้บริโภคอาหารที่สะอาดปลอดภัยต่อไป
-
เพื่อลดตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน19.2310.00
ร้อยละของตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน (สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกร สารกันราหรือกรดซาลิซิลิค สารฟอกขาว สารบอแรกซ์ สารฟอร์มาลิน หรือสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ และยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช)
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง14
ร้านจำหน่ายอาหารสด ม.2,4,5,7,8,9,11 จำนวนหมู่ละ 2 ร้าน รวม 14 ร้าน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การตรวจสารปนเปื้อนในอาหารจากร้านจำหน่ายอาหารสด
-วันที่ 25 มีนาคม 2570 เวลา 13.00-16.00 น. ประชุมชี้แจงทีมคณะทำงานชมรมอสม.รพ.สต.บ้านต้นไทรและอสม.นักวิทย์ฯ จำนวน 24 คน อาหารว่างชุดละ 30 บาท เป็นเงิน 720 บาท
-เก็บตัวอย่างอาหารสดจากร้านจำหน่ายอาหารสดในชุมชนทั้ง 7 หมู่บ้าน มีจำนวนร้านทั้งหมด 14 ร้าน โดยให้อสม.เก็บตัวอย่างอาหารสดมา ร้านละอย่างน้อย 2 ตัวอย่าง แล้วนำมาตรวจที่ รพ.สต.บ้านต้นไทร โดยเจ้าหน้าที่ หรืออสม.วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน เป็นผู้ตรวจ เพื่อตรวจหาสารปนเปื้อนในอาหาร 6 ชนิด รายละเอียด ดังนี้
ครั้งที่ 1 วันที่ 2 เมษายน 70 ตรวจสารปนเปื้อนชนิดยาฆ่าแมลงในอาหาร เช่น ผัก ผลไม้ โดยมีค่าชุดตรวจ พร้อมอุปกรณ์ จำนวน 20 ชุด ราคาชุดละ 95 บาท เป็นเงิน 1,900 บาท
และตรวจสารปนเปื้อนชนิดสารฟอร์มาลินในอาหาร เช่น น้ำแช่ปลา น้ำแช่กุ้ง น้ำแช่หมึก โดยมีค่าชุดตรวจ จำนวน 30 ชุด ราคาชุดละ 41.67 บาท เป็นเงิน 1,250 บาท
ครั้งที่ 2 วันที่ 9 เมษายน 70 ตรวจสารปนเปื้อนชนิดสารบอแรกซ์ในอาหาร เช่น ลูกชิ้นใส้กรอก ไก่ยอ หมูบด เนื้อวัว โดยมีค่าชุดตรวจ จำนวน 50 ชุด ราคาชุดละ 4 บาท เป็นเงิน 200 บาท
และตรวจสารปนเปื้อนชนิดสารกันราในอาหาร เช่น แหนม หมูยอ ผัก ผลไม้ ของดอง โดยมีค่าชุดตรวจ จำนวน 50 ชุด ราคาชุดละ 5 บาท เป็นเงิน 250 บาท
ครั้งที่ 3 วันที่ 16 เมษายน 70 ตรวจสารปนเปื้อนชนิดสารฟอกขาวในอาหาร เช่น ถั่วงอก ขิงซอย ยอดมะพร้าว กระท้อน หน่อไม้ดอง โดยมีค่าชุดตรวจ จำนวน 100 ชุด ราคาชุดละ 2.4 บาท เป็นเงิน 240 บาท
และตรวจสารโพลาร์ ในน้ำมันทอดซ้ำ โดยมีค่าชุดตรวจ จำนวน 25 ชุด ราคาชุดละ 46.40 บาท เป็นเงิน 1,160 บาท25 มีนาคม 2570 ถึง 16 เมษายน 2570ร้านจำหน่ายอาหารสด ได้รับการตรวจสารปนเปื้อนในอาหารสด 6 ชนิด สุ่มตรวจอย่างน้อยร้านละ 2 ตัวอย่าง
5720 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
ประชาชนในชุมชนได้รับการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและอันตรายต่อสุขภาพ
