โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชน ปี 2569
ในปัจจุบัน สถานการณ์การแพร่ระบาดของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะ บุหรี่ไฟฟ้าในรูปแบบแฝง (Toy Pods) ที่ผู้ผลิตจงใจออกแบบให้มีลักษณะคล้ายของเล่น ขนม กล่องนม หรืออุปกรณ์เครื่องเขียน เพื่อพรางสายตาผู้ปกครองและครู ส่งผลให้เด็กเข้าถึงได้ง่ายและเกิดความเข้าใจผิดว่าไม่มีอันตราย จากข้อมูลทางการแพทย์พบว่า สารนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้ามีฤทธิ์เสพติดสูงกว่าบุหรี่มวน และส่งผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาสมอง ระบบประสาท ความจำ และการเจริญเติบโตของเยาวชน นอกจากนี้ ไอระเหยจากบุหรี่ไฟฟ้ายังประกอบด้วยฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) สารเคมีก่อมะเร็ง และโลหะหนัก ซึ่งเป็นสารตั้งต้นที่จะนำพาเยาวชนไปสู่การเสพติดสิ่งเสพติดชนิดอื่นที่ร้ายแรงกว่าในอนาคต ผู้จัดทำโครงการได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างภูมิคุ้มกัน จัดตั้งระบบเฝ้าระวัง และช่วยเหลือเยียวยาเด็กและเยาวชน จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่าง บ้าน โรงเรียน และชุมชน ในการปกป้องบุตรหลานให้เติบโตอย่างปลอดภัยและรู้เท่าทันภัยเงียบจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าทุกรูปแบบ
-
1.เพื่อให้เด็ก เยาวชน ครู และผู้ปกครองในพื้นที่เป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโทษ พิษภัย และกลโกงการตลาดของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า 2.เพื่อสร้างเครือข่ายแกนนำเยาวชน (Peer-to-Peer) และระบบเฝ้าระวังความเสี่ยงรอบสถานศึกษาและในชุมชน 3.เพื่อบำบัด รักษา และช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ติดบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าให้สามารถลด ละ เลิก ได้อย่างถูกวิธีและปลอดภัย
เด็กและเยาวชน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าถึง
ผลผลิต เด็กและเยาวชนได้รับความรู้และทักษะในการป้องกันตนเองจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งครอบครัว โรงเรียน และชุมชนมีส่วนร่วมในการป้องกันปัญหา ผลลัพธ์ เด็กและเยาวชนมีความตระหนักและพฤติกรรมในการหลีกเลี่ยงบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้น สามารถปฏิเสธการชักชวนได้ และเกิดความร่วมมือในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพและการป้องกันปัญหาในชุมชน
30000 บาท
1.เด็ก เยาวชน และผู้ปกครองกลุ่มเป้าหมาย มีทักษะการปฏิเสธ รู้จักวิธีสังเกตอุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้าแฝง และไม่ตกเป็นเหยื่อของการตลาดบุหรี่ไฟฟ้า 2.เกิดกลไก แกนนำเยาวชน และเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็ง สามารถเฝ้าระวังและลดจุดเสี่ยงรอบโรงเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม 3.มีโมเดลการช่วยเหลือและส่งต่อเด็กที่ติดบุหรี่ไฟฟ้าให้เข้าสู่ระบบการเลิกสูบอย่างเป็นมิตรและเห็นผลจริง
